Posted by: bankkung on: 18 ธันวาคม, 2011
ผมรู้ว่าคนโรคจิตเป็นยังไง ผมรู้ว่าอาการผิดปกติทางจิต หรือคนเสพย์ยาเสพย์ติดจนเห็นภาพหลอนเป็นยังไง ผมทราบดี และผมยังคงสงสัยจนทุกวันนี้ว่ามันอยู่ใกล้ตัวผมแค่ไหน
ในวัยเด็ก เมื่อครั้งผมยังเป็นแค่เด็กประถม เพื่อนๆ ที่ตัวใหญ่กว่ามักจะรังแกเราอยู่เสมอ ในบางครั้งผมจะได้ยินเสียงบอกว่าอย่ายอมมัน สู้มันเลย แต่แน่นอนว่าเด็กตัวกระเปี๊ยกอย่างผมก็ไม่ต่างอะไรกับไม้จิ้มฟันที่พยายามจะงัดท่อนซุง สุดท้ายก็จบลงด้วยการเจ็บตัววิ่งไปฟ้องครูอนุบาลประจำห้อง
แน่นอน เสียงนั่นอาจจะเป็นจิตใจลึกๆ ของผมที่เรียกร้องว่าอย่ายอมเจ็บตัวโดยไม่ได้สวนกลับก็เป็นได้ ผมมาคิดดูดีๆ ว่าเพื่อนในวัยเดียวกันตอนนั้นจะมีความคิดว่าอย่ายอมแพ้ สู้มัน เหรอ?
คำถามของผมเริ่มหนักข้อขึ้นเมื่อผมเข้าโรงเรียนประถมคุณหนูในเมือง สังคมที่ถ้าเด็กที่บ้านไม่รวยพอ หรือไม่เก่งพอ ก็จะถูกแบ่งแยกเป็นตัวประหลาด ถูกรังแก ถูกทำตัวเหมือนกับเราไม่มีตัวตนอยู่แถวนั้น
เสียงพูดกับผมกลับมาอีกครั้ง ต้องที่ผมกำลังนั่งร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ ว่าไม่มีเพื่อนก็ช่างสิ เรายังมีตัวตนอยุ่ตรงนี้
ผมยังคงโดนรังแก โดนแบ่งแยก เป็นเด็กไม่มีเพื่อนจนกระทั่งมัธยมต้นปีสุดท้าย เสียงกระซิบนี้บอกผมว่าใกล้สอบแล้ว ให้ขยันเข้าไว้ อนาคตเริ่มต้นจากตรงนี้ ผมยังไม่แน่ใจนักว่าเสียงเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เด็กหรือคนแก่ หรือแม้กระทั่งทุกครั้งเป็นเสียงเดียวกันหรือไม่
ผมพยายามคุยกลับไป แต่ไม่เคยมีการตอบสนอง ผมคงจะคิดไปเอง
ช่วงมัธยมปลายปีสุดท้าย สถานการณ์กดดัน ความบีบคั้นที่มากมายนักสำหรับเด็กมัธยมที่โลกใบเล็กนิดเดียว เรากำลังจะต้องเดินไปสู่โลกที่ใหญ่กว่าเดิม ประตูช่างเปิดยากเย็นนัก และการเปิดประตูก็ไม่ราบรื่นเอาเสียเลย
เสียงนั้นเริ่มกลับมาอีกครั้ง กลับมาพูดกับผมทุกวัน แต่ไม่เคยคุยกับผมเพียงสักครั้ง ตลอดครึ่งปีเสียงนี้ดังอยู่ทุกวัน เหมือนเป็นข้อความที่ส่งมาโดยไม่คาดหวังการตอบกลับ เป็นทิ้งข้อความโดยไม่มีเบอร์ติดต่อกลับจากเสียงที่ผมมองไม่เห็น และไม่ได้ยิน
ผมไปหาพี่หมอที่รู้จักกัน พี่หมอบอกว่าเป็นความเครียดที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อม และความบีบคั้นหลายๆ อย่างทำให้เกิดการคุยกับตัวเอง
ผมก็ไม่ค่อยจะแน่ใจว่าเรียกว่าคุยกับตัวเองได้ไหม เพราะว่าผมไม่ได้คุยกับเสียงที่ว่าเลยด้วยซ้ำ
วันที่คะแนนสอบออก ผมต้องทำการเลือกประตูสู่อนาคต เสียงนั้นกลับมาอีกครั้ง มากมายและหลากหลายเหมือนมาจากหลายคน แต่ก็อาจจะมาจากคนๆ เดียว
วิศวะ ทันตะ เภสัช หมอ แพทย์ นิเทศน์ วารสาร วิทยาศาสตร์ มนุษย ประดังประเดราวกับเป็นการตัดสินใจที่ไม่ถูก แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกได้ว่ามันเป็นเสียงของคนอื่น ไม่ใช่ความคิดของผมเอง เพราะหลายคณะที่กล่าวมาไม่เคยอยู่ในสมองผมแม้แต่กระผีกเดียวว่าจะมีความสนใจ หรือต้องศึกษา
ผมตัดสินใจเรียน และเสียงเหล่านั้นไม่เคยกลับมาอีกเลย
จนกระทั่งล่าสุด หลายปีดีดักผ่านไป ผมเป็นพนักงานบริษัทธรรมดา และเสียงเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง ผมคุยกับมัน และยังคงปราศจากการตอบกลับ
เสียงจากผู้ไร้ตัวตน ไม่สามารถตอบกลับได้ กลับมาอีกครั้ง และผมคิดว่าผมอาจจะเป็นโรคจิต เพราะบนโลกนี้มีเพียงผมคนเดียวที่ได้ยิน แม้แต่ในวันที่เงียบที่สุด เสียงนี้ก็ยังคงบอกอะไรบางอย่างผม อะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน และผมไม่เข้าใจ
ผมพยายามหาคำตอบมาเกือบปี และยังคงไม่พบว่าอะไรคือสาเหตุที่ผมได้ยินเสียงนี้ หรือมันต้องการจะสื่อสารอะไร ผมพลาด และผมเริ่มรำคาญกับการไม่สามารถแยกแยะออก ระหว่างเสียงที่ไม่มีตัวตน กับเสียงที่มีคนสั่ง หรือขอให้ทำอะไรสักอย่าง
หมอให้ยาผมมากิน และมันหายไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาด้วยความโกรธเกรี้ยว โกรธาและโมหะ
ผมกำจัดมันไปไม่ได้ ผมกำลังต้องพยายามที่จะเรียนรู้วิธีแยกแยะเสียงบนโลกใบนี้ กับเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน