ป้องกัน: จุดเริ่มต้น และ บทสุดท้าย…ของนิยายเรื่องนี้

12 เมษายน, 2008

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:



ชีวิตที่ปราศจากคุณ

10 เมษายน, 2008

วันนี้ไปคุยกับคุณเรื่องเก่า เพียงแต่แตกต่างจากเดิมตรงที่ว่าคราวก่อนเราเจอกันเพียงเสียง ผ่านทางสายโทรศัพท์ คราวนี้ได้เจอตัวกันจังๆ ผมคิดไปเองว่ามันอาจจะดีก็ได้

คุณบอกว่าคุณไม่ได้รังเกียจอะไรผม เพียงแต่คุณรู้ว่าผมไม่ใช่ ถ้าวันนึงคุณไปเจอคนที่ใช่กว่าสำหรับคุณ คุณก็จะหายไปจากผมโดยที่ไม่เหลืออะไรเอาไว้เลย

คุณรู้มั้ย ตราบใดที่คุณยังไม่เจอคนๆนั้น ผมอยากร้องขอให้คุณช่วยเก็บผมไว้ตรงนี้ ตรงที่ผมจะมีความสุขอยู่ได้ ให้ชีวิตผมหลังจากนี้ความสุขทั้งหมดจะถูกเวนคืนเมื่อคุณเจอใครคนนั้นก็ได้ แต่ก่อนหน้านั้น ผมอยากขอเก็บความสุขไว้ตรงนี้ ตรงที่ๆผมยังมีชีวิตอยู่ ที่ๆผมจะมีความสุขอยู่ในใจเสมอมาดังเช่นหนึ่งปีที่ผ่านมา

ขอบคุณนะ สำหรับคำมหัศจรรย์คำนั้น
ที่คุณมอบให้ผม และให้ผมนอนหลับฝันดีจนก่อนหน้านี้
แต่ยังไงเสีย ฝันก็ยังคงเป็นฝัน มันไม่สามารถเป็นจริงได้

ขอบคุณนะสำหรับตั๋วดูละครชีวิตที่แสนอบอุ่นหัวใจ
แต่น่าเสียดาย ละครยังไงก็ยังเป็นแค่การแสดง
ไม่มีวันที่จะเป็นจริง

ขอบคุณนะนายหญิง ที่เลี้ยงดูหมาหงอยด้วยอาหารที่ชื่อความห่วงใย และความอาดูร
แต่หมาหงอยคงโตเร็วเกินไป คุณเลยหาอาหารมาให้หมาหงอยไม่ทัน
คุณก็เลยเอาหมาหงอยไปปล่อยทิ้ง ในตอนที่มันรู้ตัวที่สุดว่าต้องการแค่อยู่เคียงข้างคุณ

สุดท้ายนี้ ผมไม่รู้จะลาคุณยังไงดีระหว่าง

ลาก่อน

กับ

ลาก่อนตลอดกาล

แต่…ผมขาดคุณไม่ได้ การจะให้ผมพูดคำนี้กับคุณนั้น ไม่มีทางเป็นได้จริง (ถึงพูดไปก็ทำไม่ได้อยู่ดี) หนึ่งปีที่ผ่านมาคุณได้ทำให้ชีวิตผมมีความสุข เหมือนกับได้ไปอยู่ท่ามกลางสีสันอันสดใสสวยงาม แต่ตอนนี้ คุณได้เตะผมออกมาอยู่ท่ามกลางความเป็นจริงของโลก ที่ๆผมจะต้องพบว่า ผมไม่มีคุณอยู่ข้างกาย และคำพูดมหัศจรรย์ที่คุณพูดในตอนนั้น เมื่อปีที่แล้ว ก็เป็นแค่คำลวงหลอกให้ผมอยู่ในแสงสว่างจอมปลอม


จะรู้ว่าเสียงหัวเราะ มันมีค่า..ก็ต่อเมื่อเราเสียน้ำตาในสักวัน

8 เมษายน, 2008

“ชั้นชอบคุณ… แต่ชั้นไม่สามารถรักคุณได้”

คำพูดนี้ทำให้ผมเคว้งถึงสองวัน คำพูดนี้เอ่ยออกมาจากปากของคุณหลังจากที่คุณโทรมาในยามดึกวันอาทิตย์… อีกสองวันจะครบรอบหนึ่งปีที่คุณเลื่อนขั้นผมขึ้นมาแท้ๆเลย

ชินชาเสียแล้วหรือ ผมไม่หลั่งน้ำตา และรู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดคุณเลยอย่างนั้นหรือ ไม่หรอก มันเหมือนกับว่าโดนตบหน้าแล้วยังชา ไร้ซึ่งความรู้สึกต่างหาก

วันจันทร์ ไปเดินงานหนังสือกับพี่ก้อย ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเหม่อไปเรื่อยๆ ถามว่าเสียใจมั้ย ก็มีบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดแสดงออกให้คนอื่นเห็นอย่างชัดเจน

วันนี้ เมื่อปีที่แล้ว 8เมษายน พศ2550 คุณได้บอกอะไรกับผมบางอย่าง… บางอย่างที่ไม่เคยมีใครบอกผม บางอย่างที่เปลี่ยนชีวิตผมมาตลอดหนึ่งปี ให้เป็นปีที่มีความสุข สิ่งที่ผมคิดตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาคือยังไงเสีย ผมก็ยังมีคุณ สิ่งที่เป็นความสุขยึดเหนี่ยวจิตใจผมเอาไว้ ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ

364วันผ่านไป (ปีนี้มี 29 กภ เลยมี366วัน) อีกสองวันจะครบรอบหนึ่งปีแท้ๆ

8เมษายนปีที่แล้ว คุณบอกว่า

ฉันไม่รู้ว่าความรักคืออะไร และฉันไม่รู้ว่าฉันรักคุณหรือไม่ แต่ฉันชอบคุณมากก มากกว่าคนอื่นๆ มากกว่าใครๆ

ฉันไม่อยากให้ใช้คำว่าแฟน เพราะว่าเห็นคนใช้ๆ แล้วก็เลิก มันคงไม่ดีที่จะคบกันเพียงไม่นานแล้วก็ลาจาก

ที่จริงสำหรับผม สถานะความรู้สึกของเราสองคน
คงเกินคำว่ารัก ของคนหลายๆคู่
คงเกินคำว่าแฟน ของคนหลายๆคู่

คุณทำให้ผมรู้จักปรับตัว เป็นผู้ใหญ่ขึ้น รับรู้และตอบสนองต่อจิตใจคนอื่น ไม่ใช่เห็นแก่ตัวเองอีกต่อไป

แต่วันนี้ 8เมษายน2551

พอคิดถึงปีที่แล้ว… น้ำตามันก็ไหลโดยไม่รู้ว่าทำไม มันไหลไม่หยุดเลย ทั้งที่ตอนฟ้า ผมไม่ร้องไห้แม้แต่นิดเดียว หนึ่งปีที่ผ่านมา น้ำตาไม่ได้ไหลเลย จนกระทั่งเกิดเรื่องของคุณ มันรับรู้ แต่ไม่ยอมรับความจริงนี้

ผมเคยบอกว่าแล้วคุณคือความฝันสำหรับผม ตอนนี้ เหมือนกับคุณ ผู้ที่กล่อมผมนอนด้วยความอ่อนโยน ได้เตะผมตกจากเตียง และตบหน้าปลุกผมให้ตื่นมาสู่ความจริงว่าโลกนี้ไม่มีที่สำหรับผม

ผมไม่ต้องการคนสวยเลิศเลอเพอรเฟกต์ที่รักผม และทำตามใจทุกอย่าง

แต่ที่ผมต้องการ คือ

คุณ คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น

สิ่งสุดท้ายอยากจะบอกว่า

ศิลปะไม่ช่วยอะไรเลย ทั้งวาดรูป ทั้งดนตรี ผมสลัดภาพคุณออกไปไม่ได้


เราเจอกันได้อย่างไร

27 ธันวาคม, 2007

เราได้เจอกันเพราะอะไรหนอ
โชคชะตาชักพา หรือว่าชะตากรรม… หรือเป็นการเล่นตลกของคนที่อยู่บนฟ้า มองไม่เห็นแต่วางแผนได้แสบสันดีแท้
จะเนื่องด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ ทุกวันนี้คิดถึงคุณ และยังคิดถึงคุณไปอีกนานเท่านาน


ปลูกต้นไม้แห่งความรู้สึก

21 ธันวาคม, 2007

“เดี๋ยวจีบซะเลยนิ”
“เอารึเปล่าล่ะ”

“ผมชอบคุณ”
“ชั้นก็ชอบคุณ”

“ชั้นชอบคุณ”
“นั่นคือคำตอบเหรอ”
“ชั้นพูดมาหลายหนแล้วนะ”
“ผมนึกว่า….. ก็เห็นคุณพูดง่ายๆ ไม่นึกว่า…จะเป็นจริง”
“ชั้นก็เห็นคุณพูดบ่อยๆ ชั้นก็ตอบตามที่ชั้นคิด”
“….”
“….”
“เราพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องเราแต่เป็นเรื่องของคนอื่นเลยเนอะ”
“เหมือนผมถามคุณว่าเพื่อนคุณกับเพื่อนผมไปด้วยกันดีมั้ยยังงั้นแหละ”
“นั่นสินะ”


ความรัก

21 ธันวาคม, 2007
คุณเคยคิดบ้างไหม? ว่าซักวันนึง คุณจะเจอคนที่คุณรัก และเขาก็รักคุณ

แน่ล่ะ ทุกคนย่อมเคยคิด
แต่เคยคิดบ้างไหมว่ามันจะเป็นจริงขึ้นมาได้

ผมเคยคิดมาตลอด ว่า “อยากเจอคนที่ผมรัก แล้วเค้ารักผม”
ไม่ใช่ผมรักเค้าข้างเดียว อันนั้นมันขมขื่นเกินไป
รักผมข้างเดียว ก็ไม่เอา มันทำให้อีกฝ่ายข่มขืนผมทางความคิดมากเกินไป

คนที่รักเรา และเรารัก จะมีจริงในจักรวาลนี้ไหมหนอ
จะอยู่ในมิตินี้หรือเปล่า อยู่ในโลกความเป็นจริงนี้ไหม

ผมเฝ้าค้นหาคำตอบ ไม่เคยเจอวี่แวว แม้แต่ความเป็นจริง

จนผมเหนื่อยล้า ผมหมดแรง

และเลิกตามหา

ใครจะไปรู้ ว่ามันจะวิ่งเข้ามากระแทกหน้าผมเข้าให้

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อมีคนถามเธอว่า ผมชอบเธอหรือไร? เธอตอบกลับไปว่าผมมีคนที่ผมชอบแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ จากนั้นเธอก็เก็บไปคิด หมกมุ่น จนกลายเป็นความชอบ

เฮ้ เหมือน(ตรูกับคนอื่นชิบ) กันเลย

“ถ้าชั้นชอบคุณอย่างนั้นน่ะ ชั้นไม่บอกหรอกนะว่าชอบ มันไม่ยั่งยืน”

สิ่งที่เธอบอก ถ้าเป็นคนอื่น ผมเองก็คงรู้ว่ามันไม่ยั่งยืน ไม่ว่าจะพูดอย่างไร
แต่เพราะเป็นเธอ ผมจึงมั่นใจแม้เธอจะไม่พูดประโยคนี้
มั่นใจว่าเธอจะไม่บอกว่าชอบผม ถ้าเธอไม่ถามใจตัวเธอเองเป็นอย่างดี
ผมมั่นใจว่าความชอบของเธอไม่ใช่ของเล่น และผมเองก็เช่นกัน
ผมไม่ล้อเล่นกับความรู้สึกนี้

บัดนี้ผมพบคนที่ผมชอบ
และเธอก็ชอบผม
รับรองว่าเป็นจริงทุกประการ
นายน้ำเน่าผู้ไม่อยู่ที่ใดเว้นแต่กับนายหญิง

ไอดอลสำหรับผม

5 ธันวาคม, 2007

ปกติเป็นเรื่องธรรมดาล่ะมั้งครับ ที่เด็กผู้ชายหัวเกรียนๆ (เฮ้ ผมพ้นวัยมาแล้วนะ) จะมีไอดอลประจำตัว อย่างเช่นพอลล่า หรืออั้ม แต่เมื่อโตขึ้น ถ้าไม่คลั่งยิ่งกว่าเดิมก็ไม่สนใจดาราเหล่านั้นเลย ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ
ตัวผมเองนั้นสมัยก่อนก็เคยมีเหมือนกัน โอ๊ย เยอะยิ่งกว่าเยอะ เยอะจนจำไม่ได้เลยว่าเคยเก็บดาราคนไหนเป็นไอดอลประจำตัวมั่ง หลังๆไม่มีแล้ว เพราะว่าหาคนมาเป็นไอดอลส่วนตัวได้แล้ว ไม่ใช่ใครหรอก ก็นายหญิงน่ะแหละ ตอนนี้มาเป็นไอดอลประจำตัว สถิตย์อยู่ ณ ในใจนายน้ำเน่า ฮิ้วววว เสี่ยวแดกอีกแล้ว

สรุปนะฮะ เอนทรี่นี้มีไว้เยอะเย้ยแกงค์ไร่แห้วฮะ ไม่มีอะไรมาก