bigbang

ช่วงนี้กระแสพลูโตมาแรง ข่าววิทยาศาสตร์ด้านจักรวาลและอวกาศก็มีเพิ่มขึ้นให้คนไทยอ่านเป็นระยะๆ (เพิ่มเฉพาะช่วงนี้แหละ อีกสักพักก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม) เลยได้ดูพวกสารคดีบน YouTube (ไม่มีอะไรทำ ดูบน Chromecast) ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอะไรที่รู้อยู่แล้ว คืออะไรแปลกๆ มันก็มี แต่ต้องหาหน่อยเพราะรู้พื้นฐานแล้ว จะดูซ้ำก็กะไรอยู่

ก่อนจะคิดไปไกลคงต้องขอบอกก่อนว่าพื้นฐานของวิทยาศาสตร์นั้นไม่มีอะไรยืนยง คือทฤษฏีที่ถูกต้อง 100% นั้นไม่มี เรามีแต่เพียงทฤษฏีที่คิดว่า “น่าจะถูกต้อง” แต่ก็ไม่มีทฤษฏีไหนที่ถูกต้องทั้งหมด ดังนั้นถ้าวันหนึ่งมีคนนำเสนอแนวคิดใหม่ที่แม่นยำกว่า ทำนายเหตุการณ์ได้ดีกว่า ทฤษฏีเก่าก็จะถูกโละ หรืออย่างดีก็นำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับทฤษฏีใหม่ และมีทฤษฏีใหม่เป็นหลักจนกว่าจะมีแนวคิดที่แม่นยำ และอธิบายเหตุการณ์ได้ดีกว่าเข้ามาแทนที่

เช่น…. นักวิทยาศาสตร์บอกว่าหนูเกิดจากความสกปรกในความมืด เมื่อลองวางข้าวที่เละๆ ไว้ในห้องครัวที่ปิดไม่ให้แสงสว่างแล้วจะมีหนูเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล แต่เมื่อมีคนบอกว่าแท้จริงแล้วหนูเพิ่มขึ้นเพราะมันเข้ามาทางซอกที่แตก และเพิ่มจำนวนเพราะมันผสมพันธ์กันต่างหาก! ถ้าเป็นวิทยาศาสตร์จะต้องทำยังไงครับ? ก็ต้องฟัง และพิสูจน์หลักฐาน เมื่อพิสูจน์แล้วเห็นว่าจริงก็ล้มล้างทฤษฏีเก่าไป และเอาทฤษฏีใหม่มาใช้

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้สร้างไทม์แมชชีน แน่นอนครับต่อให้สร้างได้เราก็นั่งไทม์แมชชีนไปดูกำเนิดจักรวาลไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นมวลที่อัดแน่นมาก (ลองคิดภาพว่าอยู่ๆ ของในห้องที่เรานั่งพุ่งเข้าใส่เราเหมือนแม่เหล็ก และยัดเข้าไปในร่างกายของเราดูสิครับ มันแน่นไหม? มิติของมวลที่ยัดทั้งจักรวาลเข้าไปจะแน่นขนาดไหน? และมีพลังงานสูงมาก

บรู้ม และก็ระเบิดกลายเป็นโกโก้ครันช์… ไม่ใช่! เขาเรียกว่าบิ๊กแบง หรือการระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งการระเบิดครั้งนี้มีพลังงานสูงมาก… มากเพียงพอที่จะทำให้พื้นที่ที่อัดแน่นสุดๆ กระจายออกไปเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ และเรียกว่า….. จักรวาล

แน่นอนครับ พลังงานที่ระเบิดออกไปนั้นเกิดขึ้นเมื่อราวๆ หนึ่งหมื่นสี่พันล้านปีก่อน…. 14,000,000,000 ปีนั่นแหละครับ และนักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าจนกระทั่งวินาทีนี้ วันนี้ พลังที่ระเบิดออกไปนั้นก็ยังส่งผลให้อวกาศขยายตัวออกไปเรื่อยๆ อยู่ นับได้ว่าพลังงานมันโคตรจะมากมายมหาศาลมโหฬารบานจะไทระดับคอสมิคเลยทีเดียว

แน่นอนครับ นี่เป็นเพียงทฤษฏีของนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่เราก็ไม่ใช่ว่าไม่มีหลักฐานพิสูจน์นะ นักวิทยาศาสตร์ก็ยังอ่านค่ารังสีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอวกาศเพื่อหาคำตอบว่าบิ๊กแบงมีจริงหรือไม่ แต่ผมจะไม่พูดถึง (เพราะอ่านไม่รู้เรื่องเหมือนกัน) ไม่ใช่ว่านั่งหลับแล้วบรรลุข้อสรุปว่าเมื่อก่อนจะต้องเกิดระเบิดแต่อย่างใด

เวลา คืออะไรครับ? เวลาคือมาตรวัดหนึ่งที่มนุษย์ใช้ เราใช้เพื่อกำหนดช่วงระยะเวลาใด ระยะเวลาหนึ่ง เช่น สามวินาที สองวัน สิบปี เป็นต้น เวลาดูจะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และไม่มีตัวตนจริงๆ หากแต่ว่าเป็นเพียงสิ่งที่เรากำหนดเพื่อให้เข้าใจตรงกันเท่านั้นเอง

แต่นักวิทยาศาสตร์มองว่าเวลาแท้จริงแล้วเป็นอะไรที่มากกว่านั้น (หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า space-time หรือกาลอวกาศ) โดยเชื่อว่าเวลานั้นไม่ใช่เพียงแค่เป็นมาตรวัด แต่เป็นส่วนหนึ่งของอวกาศอันยิ่งใหญ่สุดลึกล้ำอีกด้วย

อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์กำหนดเอาไว้ว่าเวลานั้นเริ่มเมื่อวินาทีที่บิ๊กแบงระเบิด ส่วนก่อนหน้านั้น (ตอนที่จักรวาลเป็นเพียงก้อนมวลมหาศาล) นั้นไม่นับว่าเป็นเวลา (ขออุ๊บอิ๊บเรื่องนี้แล้วกระโดดไปโม้เรื่องอื่นแปป)

เพื่อไม่ให้งง เราจะไม่พูดถึงว่ามันสัมพันธ์และสำคัญยังไง (อ้าว) เพราะผมเองก็เข้าไม่ถึงนักวิทยาศาสตร์สายพันธ์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์อีกแล้วครับ (กรรม แล้วมึงจะเขียนทำไม) แต่จะกระโดดข้ามไปเรื่องมิติเลย

เราอยู่บนโลกที่มีแกนสามมิติ ได้แก่แกน x, y, z ถ้าให้พูดเห็นภาพหน่อยก็คือ กว้าง ยาว สูง นั่นเองครับ การอธิบายถึงเรื่องราวสามมิติบนโลกนี้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็เข้าใจได้แม้แต่เด็กประถม แต่ถ้าพูดให้ถูกเราสามารถมองโลกของเราเป็นสี่มิติได้ไม่ยากเช่นกันครับ

ทุกวินาทีนั้นแตกต่างกันไหมครับ? แน่นอนว่าแตกต่าง คงไม่มีวินาทีไหนที่คุณยายของทิมตาย และปู่ของมาร์โก้สะดุดพื้นหน้าคว่ำ ทุกๆ วินาทีนั้นเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและไม่มีกระบวนการย้อนกลับ (ในตอนนี้นะ) ถ้าอธิบายให้ง่ายๆ หน่อยก็คงต้องขอให้นึกถึงการถ่ายวิดิโอครับ

สมมติว่าเรากดบันทึกลูกเราเต้นระบำของคลาสเรียนอนุบาล เมื่อเรามาดูย้อนหลังเราจะเลือกได้ว่าจะดูวินาทีไหน (เช่นอัดไว้หนึ่งนาที จะดูตอนสามสิบวินาที หรือห้าสิบก็ย่อมได้) นั่นล่ะครับ แกนที่สี่ นั่นก็คือ….. แถ่นแทนแท้น เวลาครับ

แกนของเวลานั้นมองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ และเดินไปข้างหน้าอย่างเดียว เมื่อนำมารวมกับแกนสามมิติ (กว้าง ยาว สูง) ถือว่ากลายเป็นสี่มิติทันที (แน่นอนว่ามีมิติที่ห้าด้วย คือ Multiverse เช่นวินาทีที่เราโดนโจรปล้น เราอาจจะตัดสินใจเอามีดโจรมา หรือหันหลังกลับ ซึ่งแน่นอนว่ายังเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างเพ้อฝันพอสมควร – แต่หนังและการ์ตูน DC/Marvel เอาคอนเซปท์นี้ไปเล่นเยอะมาก)

ขอออกนอกเรื่องอีกนิดก่อนจะวกกลับเข้าที่เดิม… พลังงานทุกอย่างย่อมมีหมด และสิ้นสุดครับ เพียงแต่ในช่วงชีวิตของมนุษย์เรา หรือสายพันธ์มนุษย์เราไม่มีวันได้เห็นมันสิ้นสุดก็เท่านั้นเอง ถ้าจำไม่ผิด Universe in a nutshell ที่เขียนโดย Stephen ได้บอกเอาไว้ว่าวันหนึ่งในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต (โอเค ถือว่ามันไกลจนเราไม่สามารถทำนายได้) จักรวาลก็จะเป็นเหมือนกิจการที่ปิดตัว เพราะดาวฤกษ์ทั้งหมดดับลง แสงสว่างจะหมดไป และมืดมิดไปทั่วแห่งหน

โอเค มันมีทฤษฏีว่าเมื่อดาวฤกษ์ตาย มันจะกลายเป็นหลุมดำ [หลุมดำในทฤษฏีนี้ไม่ใช่ประตูมิติ แต่เป็นดาวขนาดยักษ์ที่มวลของมันหนาแน่นมากจนกระทั่งแรงดึงดูดสูง (มวลเยอะแรงดึงดูดเยอะ) จนกระทั่งอะไรก็บินหนีจากมันไปไม่ได้ แม้แต่แสงที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที] แต่เราจะไม่พูดถึงว่าหลุมดำจะขยายตัวจนกลืนไปทั้งจักรวาลหรอกนะ เพราะเราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ (จริงๆ ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังเริ่มเถียงกันอีกรอบว่าหลุมดำมีจริงไหม แต่เราก็จะไม่พูดถึงเช่นกัน) เรากำลังพูดถึงว่าแหล่งกำเนิดแสงทั้งจักรวาลพลังงานหมด และเลิกเปล่งแสง ทำให้ความมืดปกคลุมจักรวาล สิ่งมีชีวิตคงจะสูญสิ้นไปก่อนหน้านั้น

กลับไปเรื่องที่อุ๊บอิ๊บเอาไว้เมื่อกี้ที่พูดถึงบิ๊กแบง บิ๊กแบงทำให้เกิดจักรวาล (ระเบิดตู้ม พื้นที่เพิ่มขึ้นและขยายขึ้นเรื่อยๆ จากมวลที่อัดแน่นจนกลายเป็นพื้นที่ไร้สิ้นสุด) และเวลา (ก่อนหน้าบิ๊กแบงไม่นับว่าเป็นเวลา) เมื่อมาคิดดูดีๆ วันหนึ่งในอนาคตๆๆๆ (โอเค ไม่แปะหลายรอบแล้ว สมมติว่ามันไกลจนเราปรินต์คำว่าอนาคตมาวางจากกรุงเทพไปถึงดวงอาทิตย์ได้ละกัน) พลังงานของบิ๊กแบงที่ระเบิดและทำให้จักรวาลขยายตัวสิ้นสุดลงจะเกิดอะไรขึ้น? แน่นอนว่าเราไม่รู้ เพราะตั้งแต่จักรวาลถือกำเนิดมามันยังไม่เคยหดตัว หรือพลังงานจากบิ๊กแบงหมดเลย จักรวาลอาจจะหยุดขยายตัว หรือบางทีอาจจะหดตัว… หดตัว….. หดตัว จนกระทั่งจักรวาลทั้งหมดกลับเป็นมวลจิ๋วสุดๆ อีกครั้ง

และเกิดบิ๊กแบงครั้งต่อไป? บรู้ม กำเนิดจักรวาล (โปรดย้อนกลับไปอ่านข้างบนอีกรอบ)

/me โดนตบ

เปล่าครับ…. ผมไม่ได้มาอธิบายอะไรเป็นหลักการ หรือบอกว่ารักษายังไง (จริงๆ ก็คงจะบอกแบบกำปั้นทุบดินเอาไว้) แค่อยากจะมาบ่นอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง

เมื่อก่อนสมัยทำงานอยู่ทรู ราวๆ ปี 2010 – 2011 เป็นยุคที่คอมพิวเตอร์เพิ่งเริ่มก้าวเข้าสู่ Ultrabook หรือโน้ตบุคบางเบา ตอนนั้นทำงานเป็น Content Editor สายไอที (ตอนนี้ก็ยังทำ) วันๆ ก็วิ่งไปออกงาน อัพเดทข่าว แล้วก็เข้าออฟฟิศถ้ายังไม่ถึงเวลาเลิกงาน (แต่บางทีก็แอบหนีกลับบ้าน ถ้ามันคำนวนแล้วกลับไปถึงออฟฟิศก็เลิกงานพอดี) ซึ่งการจะทำงานให้ได้ตลอดเวลาก็ต้องพกอุปกรณ์หลายอย่าง

ตอนนั้นดันใช้กระเป๋าสะพายข้าง มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใส่ของเยอะ (จริงๆ ออกแบบมาให้ใส่น้อยๆ ด้วยมั้ง ใบออกจะบาง) แต่กระทำชำราวชีวิตกระเป๋าใบน้อยๆ มาก เพราะใส่มันทั้งโน้ตบุคออฟฟิศและอแดปเตอร์ (MacBook White รุ่นไหนไม่รู้ (แต่หนัก)) กล้อง (Canon EOS 550D) และบางทีก็มีโน้ตบุคอีกตัว (ของรีวิว)

เรียกได้ว่าแบกหนักมาตลอดอายุการทำงานที่ทรู

พอลาออกมาก็ไม่ได้แบกเยอะอะไรขนาดนั้นอีก (ไม่มีกล้องใหญ่ ไปซื้อ Mirrorless มาใช้ส่วนตัว) ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้แย่ลงแต่อย่างใด แต่ระยะหลังเริ่มรู้ตัวว่าถ้าแบกโน้ตบุคออกจากบ้าน คืนนั้นจะปวดหัว คือประมาณว่ามันปวดคอลามขึ้นหัว

ปีที่แล้ว (2014) ไปนวดบ่าที่ Healthland ที่หน้าปากซอยบ้าน ซึ่งแฮปปี้ดี๊ด๊าสุดๆ ว่าโอย ทางออกของกรูอยู่ที่นี่เอง นวดเสร็จแทบจะบินได้ ตอนนี้ก็ผ่านมาราวๆ 7 เดือน อาการกลับมาเหมือนเดิมเรียบร้อย

แต่ที่แย่กว่าคือก่อนหน้านี้มีอาการชาที่หน้าเท้า (ด้านที่มันไม่ได้หันเข้าหาพื้นนั่นแหละ) ชาแบบเป็นตารางสี่เหลี่ยมเลย ตีเส้นกริดลากได้เลยว่าชาตรงนี้จุดเดียว รู้สึกแย่มาก ตอนนั้นนึกว่าขาดวิตามินบี เลยอัดๆ กินเข้าไป เกือบสัปดาห์ก็หาย แล้วสัปดาห์ที่แล้วเป็นใหม่ ชาที่มือ (นิ้วโป้ง ชี้ กลาง) ไล่เส้นยาวถึงจุ๊กกูแร้ แบร่บว่าเฮ้ย เอาอีกแล้ว

พอดีไปตรวจสุขภาพ เลยถือโอกาสเล่าอาการให้หมอฟัง โดยไม่ได้คาดว่าจะเป็นอะไร ปรากฏว่าเล่าเสร็จหมอถามคำแรก “มีปวดหัว ปวดไหล่ไหม?”

ชิบหาย ถ้าเกี่ยวกับหัวหรือไหล่ อาการน่าจะไม่เล็กน้อยแล้วล่ะว่ะ….

หมอบอกว่า “อาจจะ” แย่ได้ถึงขั้นเส้นประสาทหมอนรองกระดูกต้นคอกดทับ คือแบร่บ…. ฟังแล้วรู้สึกแย่ทันที โอย นี่กรรมเก่าจากการแบกอุปกรณ์ทำงานยังไม่จบสิ้นอีกเหรอ

พอหมอพูดถึงถ้าเป็นจริงๆ (คือนี่ยังไม่ฟันธง) ก็จะต้องทำการ MRI Scan, CT Scan เพื่อยืนยันอีกรอบ แล้วก็ผ่าคอเพื่อรักษา น้ำตานี่แทบไหล… คือไอ้สองเครื่องนั่นสแกนทีนี่หลายตัง แถมผ่าคอนี่เป็นการผ่าตัดใหญ่พอควร เพราะเส้นประสาทเยอะ นอกจากค่ายา ค่าหมอ แล้วยังมีความเสี่ยงอีก

ถ้าย้อนเวลาได้สิบปี จะบอกว่า … “อย่าแบกของหนักเยอะ ร่างกายมึงไม่ได้แข็งแรงอย่างที่คิด ตอนนั้นอย่าคิดว่าถึก มันไม่ได้แปลว่าดี”

นี่จะสัปดาห์แล้ว มือยังชาเหมือนเอาไปจุ่มน้ำเย็นจัด ความรู้สึกมันหายๆ ไปอยู่เลย……

shattered,
scattered,
destroyed.

แหลก
สลาย
หายไป

no matter,
listener,
died.

ตัวตน
เรือใบ
ไร้ลม

die

สิ้นสุด

Where am I going?

Logo3_mkv_256x256-1.svg

ในตอนที่แล้วได้สรรเสริญ (?) ไปแล้วว่า .mkv เป็นนามสกุลไฟล์ (container) ที่แจ่มแมวที่สุด เนื่องจากจะใส่ไฟล์เสียงหลายๆ อันแล้วไปเลือกภาษาเองได้ ใส่ซับไตเติลที่หลากหลายรูปแบบให้ไปเลือกเอาเองก็ได้อีกเช่นกัน แต่มีปัญหาก็คือว่า Chromecast นั้นไม่สามารถฉายขึ้นไปแล้วเลือกเสียง หรือซับไตเติลได้ (จริงๆ มี Extension ของ Chrome ชื่อว่า Video Stream ตัวนี้เลือกได้ว่าจะเอาเสียงอะไรออกทีวี แต่ยังเลือกซับไตเติลไม่ได้อยู่ดี) ก็ขอนอกเรื่องมาแนะนำการใช้ mkv กันบ้าง

อย่างที่บอกไปแล้วว่า mkv นั้นสามารถแยกไฟล์เสียง ไฟล์ซับไตเติลได้ และสามารถใส่ได้มากกว่า 1 อันเพื่อให้เลือกได้ด้วย แล้วจะทำไฟล์ mkv ขึ้นมาได้ยังไงล่ะ? ถ้าผมมีซับไตเติล หรือไฟล์เสียงอยู่แล้ว

จริงๆ แล้วสามารถสร้างได้โดยใช้ command line แต่ท่าทางจะ geek เกินไป ดังนั้นขอนำเสนอโปรแกรมที่ชื่อว่า MKVToolnix โดยจะมีข้างในคือ mkvextract และ mkvmerge

ตัว mkvextract นั้นก็ตามชื่อ เอาไฟล์ mkv มาชำและ (เช่นวงการ fansub ที่มีอนิเมออกมา ก็แงะไฟล์ซับไตเติลออกมาจาก mkv และแปะกลับไปใหม่) โดย mkv นั้นเป็นการแก้ไขไฟล์แบบไม่เสียคุณภาพ (non-destructible) ว่าง่ายๆ คือแกะกล่อง ย้ายกล่อง และเก็บลงกล่อง ไม่ได้ทำการแก้ไขเนื้อหาแต่อย่างใด ถ้าเป็นไฟล์ avi ไม่สามารถทำแบบนี้ได้ และการเข้ารหัสทุกครั้งคุณภาพก็จะตกลงไปเรื่อยๆ ด้วย

ส่วนตัว mkvmerge นั้นก็ตามชื่อ คือการนำไฟล์มาใส่รวมกัน เช่นผมทำซับไตเติลเสร็จ ผมก็เปิดด้วย mkvmerge แล้วใส่ไฟล์วิดิโอลงไป (นามสกุลอะไรก็ได้) และไฟล์ซับไตเติล ผลคือผมจะได้ไฟล์ mkv ออกมา พร้อมข้างในที่มีซับไตเติลแบบ soft subtitle ให้เรียบร้อย

(MKVToolNix ดาวน์โหลดได้ที่นี่) (MKVExtractGUI ดาวน์โหลดที่นี่)

ด้วยความที่ MKVTool มันเป็น command line เราไม่ชินมือเท่าไหร่ก็ต้องไปโหลดหน้าตา GUI มาให้ใช้งานง่ายๆ หน่อยละ ไม่มีปัญญาไปเขียน command line เพื่อดึงไฟล์

เริ่มจาก MKVExtract ก่อนแล้วกัน

MKVExtract

mke1 mke2

หน้าตาของตัว MKVExtractGUI ก็ตามที่เห็นล่ะครับ เปิดไฟล์ที่ต้องการขึ้นมา เลือกโฟลเดอร์ปลายทางว่าจะให้แตกไปลงที่ไหน แล้วก็เลือกว่าจะเอา track ไหนบ้าง (ภาพ, เสียง, ซับไตเติล) ถ้ามี Chapter ด้วยก็จะเลือกออกมาเป็น .xml ได้ด้วย

ส่วนตัวคิดว่าไม่ต้องอธิบายอะไรมากมั้ง ดูภาพแล้วก็พอเข้าใจอยู่ แต่บอกไว้ก่อนว่าพวกไฟล์ h264 เมื่อแตกมาจะได้เป็นวิดิโอไม่มีเสียง (แน่ล่ะ แทร็กเสียงมันคนละไฟล์กัน) และนามสกุลไม่ใช่มาตรฐานอย่าง mkv หรือ mp4 ไม่แนะนำแก่การใช้ นอกจากจะนำไปใช้งานต่อ (อย่างที่จะอธิบายในภายหลัง)

mkvmerge

mkm1 mkm2

mkvmerge นั้นจะทำหน้าที่ตรงข้ามกับ MKVExtract เพราะจะทำหน้าที่รวบรวมไฟล์ต่างๆ มาอยู่ในกล่องบรรจุเดียวกัน (นั่นก็คือ mkv นั่นเอง) แปลว่าถ้าเรามีไฟล์ซับไตเติลอยู่แล้ว เราสามารถนำ avi หรือไฟล์วิดิโออื่น (ไม่ว่าจะมีเสียงหรือไม่มีเสียง) มาใส่ร่วมกับซับไตเติล เพียงไม่กี่วินาทีก็เสร็จแล้ว การสร้างไฟล์ใหม่ของ mkv นั้นไม่ได้มีการเข้ารหัสใหม่ (เหมือนแปลงไฟล์ AVI) ทำให้ไม่มีการลดทอนคุณภาพแต่อย่างใด

สำหรับหน้าตาการใช้งานขอไม่อธิบาย แต่จะขอแนะนำฟีเจอร์ที่น่าจะได้ใช้กัน ได้แก่ปุ่ม Add และปุ่ม Append ครับ

Add

ปุ่ม Add นั้นมีหน้าที่เพิ่มไฟล์ลงไปยัง container แปลว่าเราสามารถใส่วิดิโอ เสียง ซับไตเติล ลงไปร่วมกันได้ ผมเคยเข้าใจผิดใส่วิดิโอลงไปรวมกันสี่อัน ปรากฏว่าตอนเล่นเลือกได้ว่าจะดูตอนไหน (แต่เล่นบนไทม์เฟรมเดียวกัน พังสิครับ เพราะที่ผมต้องการคือเล่นต่อกัน)

Append

ในสมัยก่อนแผ่น VCD มันไม่ยาวพอจะใส่หนังทั้งเรื่องลงไปได้ ทำให้มีการแยกไฟล์ออกมาเป็นแผ่น 1 แผ่น 2 ออกจากกัน ปุ่ม Append นี้จะทำงานแตกต่างจาก Add ตรงที่ว่ามันจะไล่ไฟล์ต่อเนื่องกันแทน ถ้าผม Add ไฟล์วิดิโอของแผ่นที่ 1 แล้ว Append แผ่นที่ 2 ต่อ เมื่อทำการ Muxing เสร็จแล้ว ผมจะได้ไฟล์วิดิโอที่มีความยาวต่อเนื่องกัน วิธีนี้แนะนำสำหรับคนที่โหลดละครจาก YouTube มาดูแล้วไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแยก EP 1 (1/5), EP 1 (2/5) แนะนำให้เอาไฟล์มา Append ต่อเนื่องเป็นไฟล์เดียวกันไปเลยครับ จบปัญหา (คุณภาพไม่เสียด้วย)

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจะพูดถึง mkvtoolnix ทั้งตัว merge และ Extract มาทำไมเสียยืดยาว ตอนต่อๆ ไปจะมีคำตอบมาให้ครับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

Box_ItemID_RevisionID_InitialRelease

วิธีการใช้ Chromecast แบบแอดวานซ์ตอนที่ (1) : เข้าใจ File Containter

(อะไรคือ Chromecast) ตัว Chromecast นั้นถูกออกแบบมาเพื่อดูวิดิโอของ Google และพันธมิตรเป็นหลัก (เช่น YouTube, Hulu, Netflix) แต่ทาง Google เองก็ไม่ได้ปิดกั้นการนำไฟล์วิดิโอของเราเองไปเล่นผ่าน Chromecast (บางคนเรียกว่า Local Cast หรือการเล่นแบบในวง LAN ไม่ผ่านเน็ท) ซึ่งส่วนตัวก็ใช้วิธีนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไฟล์แบบไหนล่ะ ที่ Chromecast สามารถเล่นได้? แล้วเงื่อนไขในการทำงานมีอะไรบ้าง เล่นได้ทุกอย่างหรือเปล่า?

Q) Chromecast เล่นไฟล์ MP4 อย่างเดียวหรือเปล่า? MKV ล่ะ?, AVI ได้หรือเปล่า?

A) ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน ไฟล์ที่กล่าวมามีทั้งเล่นได้ เล่นไม่ได้ครับ เนื่องจากนามสกุลไฟล์เหล่านั้นเป็นเพียง Container เท่านั้น ซึ่งตัวที่จะให้คำตอบได้ว่าเล่นได้หรือไม่ได้นั้นอยู่ที่ Codec หรือตัวเข้ารหัสวิดิโอต่างหาก

Q) อะไรคือ Container? อธิบายให้ง่ายกว่านี้หน่อย

A) ถ้าเปรียบไฟล์วิดิโอสักไฟล์หนึ่ง เราอาจจะเห็นว่ามีนามสกุลหลากหลายมาก (AVI, MKV, MP4, ฯลฯ) ซึ่งนามสกุลเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงกล่องบรรจุเท่านั้นครับ (ดูภาพด้านบนประกอบ) บางทีเราเห็นนามสกุล MKV อาจจะเข้ารหัสแบบ xvid, หรือ divx ก็ได้ (ซึ่งการมองจากนามสกุลไฟล์ หรือ container นั้นไม่ได้บอกว่าไฟล์นั้นเข้ารหัสแบบไหน เพราะถูกใส่เอาไว้ในกล่อง)

ส่วนตัวไม่รู้ไปลงโปรแกรมอะไรเอาไว้บน PC ครับ ได้ฟีเจอร์ชื่อ Mediainfo สะดวกดีเหมือนกัน คลิกขวาแล้วบอกว่าไฟล์ถูกเข้ารหัสแบบไหน

mediainfo00 mediainfo01

อย่างที่เห็นในภาพ ไฟล์เป็นนามสกุล mkv (matroska) เข้ารหัสด้วย Codecs XVID (และมีบอกแถมด้วยว่า resolution วิดิโอเท่าไหร่) ส่วนตัวแบบนี้ก็สะดวกดีครับ เหลือเฟือแล้ว

ถ้าถามว่าความแตกต่างระหว่าง mkv กับนามสกุลอื่นคืออะไรบ้าง ผมก็ไม่ได้แตกฉานอะไรขนาดนั้น เคยได้ยินมาว่า (ครับ ไม่ได้อ่านเทคนิคมา) AVI ไม่ค่อยจะรองรับ h264 ทำให้ไม่ค่อยเหมาะสมกับวิดิโอแบบนี้เท่าไหร่ เราเลยเห็น AVI เป็น xvid เสียมากกว่า ในขณะที่ h264 จะถูกเข้ารหัสเป็น mp4 หรือไม่ก็ mkv เสียมากกว่า

matroska

ไฟล์ mkv สามารถแยกแทร็กของวิดิโอ เสียง ซับไตเติล ไปในไฟล์ได้ ในขณะที่ mp4 นั้นไม่ได้แตกต่างอะไรไปจาก avi นัก (เข้าใจว่าจริงๆ แล้วสามารถแยกไฟล์แบบ mkv ได้ แต่ไม่ง่ายเท่าไหร่)

พูดถึงซับไตเติล ในวงการมีสองแบบครับ (ถ้ามีเกินนี้ถือว่าเป็นกรณีพิเศษที่เจอไม่บ่อยนัก)

แบบแรกเรียกว่า hard subtitle อันนี้ก็ตามชื่อครับ คือไฟล์ซับไตเติลเป็นส่วนหนึ่งของวิดิโอ โดยวิดิโอพวกนี้ต่อให้เราดึงออกมาเฟรมใดเฟรมหนึ่ง ก็จะมีซับไตเติลฝังอยู่บนวิดิโอครับ คือมันเป็นเนื้อเดียวกัน แยกออกมาไม่ได้ (คิดซะว่าเซฟไฟล์เลเยอร์ของ Photoshop เป็น jpeg ไปแล้ว จะดึงออกทีหลังก็ไม่ได้แล้ว)

ส่วนอีกประเภทเรียกว่า soft subtitle โดยพวกนี้ไม่ได้ฝังซับไตเติลลงไปบนวิดิโอครับ เราสามารถเลือกเปิด หรือปิดซับไตเติลก็ได้ อารมณ์คล้ายๆ แผ่นดีวีดีนั่นแหละครับ จะเปิด/ปิด เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าคอมช้าๆ (ซึ่งคอมห่วยที่สุดในยุคนี้ก็ไม่น่าจะช้าขนาดนั้นแล้ว) อาจจะทำให้ซับไตเติลขึ้นไม่ตรงกับไฟล์ภาพหรือเสียง (หรือภาพ เสียง และซับไตเติลอาจจะไม่ตรงกันเลย)

ไฟล์นามสกุล mkv นั้นมีจุดเด่นตรงที่เป็นกล่องบรรจุเพียวๆ วิดิโอ เสียง และซับไตเติลแยกกันอย่างชัดเจน ทำให้นอกจากเลือกซับไตเติลได้หลายๆ อันในวิดิโอเดียวเหมือนแผ่นดีวีดี ยังสามารถเลือกเสียงได้ด้วย ในกรณีที่วิดิโอนั้นมีไฟล์เสียงหลายภาษา

ถ้าพิจารณาดูแล้ว ไฟล์ mkv มีความสามารถมากที่สุด (และแพร่หลายที่สุด) เนื่องจากจะใส่ไฟล์เสียง ไฟล์ซับไตเติล กี่ไฟล์ก็ได้ ผู้ใช้แค่เลือกเปิดให้ตรงกับความต้องการก็พอ ข้อเสียก็คงจะเป็นการที่ไฟล์จะมีของที่เราไม่ต้องการ ทำให้ไฟล์ใหญ่เกินไป และเราไม่สามารถสั่งได้ว่าวิดิโอนั้นจะต้องมีภาษานั้นนี้ บางทีอาจจะโหลดมาเจอหนัง Hard subtitle แต่แรดทำ mkv ก็ได้ครับ

เอ้อ กลับมาที่เรื่อง Chromecast กันบ้าง ตัว Chromecast นั้นรองรับการถอดรหัสไฟล์ h264 (เราอาจจะเห็นชื่อ x264 กันบ้าง ซึ่งชื่อนี้เป็นตัวเข้ารหัสแบบ open source ของ h264 นั่นเองครับ) ถ้าเอาให้ละเอียดหน่อยก็ H.264 High Profile Level 4.1

และวิดิโอที่ Chromecast รองรับคือ 720P ครับ (1280 x 720) แม้ว่าตัว Chromecast จะถอดรหัสวิดิโอขนาด 1080P ได้สบายๆ แต่ก็จะแสดงผลออกมาที่หน้าจอด้วยความละเอียด 720P เท่านั้น (ถ้าจะแปลงไฟล์เอง แนะนำว่าแปลงไฟล์ที่ 720P จะได้เฟรมเรตในการแปลงเร็วกว่าเยอะ เชื่อพี่ พี่ลองมาหมดแล้ว)

แปลว่าตัวเลือกที่ดีในการแปลงไฟล์สำหรับ Chromecast คือ h264 ที่มีขนาดวิดิโอไม่เกิน 1280 x 720 (จะเอาใหญ่กว่านี้ก็ได้ แต่เสียเวลาแปลง) ส่วนนามสกุลไฟล์นั้น จะเป็น mp4 หรือ mkv ก็ได้ เพราะ Chromecast ไม่ได้สนใจว่ากล่องบรรจุจะเป็นอะไร

Q) ถ้าอย่างนั้นก็ใช้ mkv ดีกว่าใช่มั้ย? เพราะรองรับการใช้งานเยอะ เลือกซับไตเติลได้ด้วย เสียงก็ได้

A) ข่าวร้ายก็คือว่า Chromecast นั้นถูกออกแบบมาเพื่อรับชม YouTube, Netflix, Hulu เป็นหลักครับ การชมวิดิโอเหล่านั้นสามารถเลือกซับไตเติลกันตามแต่ปราถนา แต่ว่าการดูวิดิโอแบบ Local แบบนี้ไม่สามารถเลือกแทร็ก Audio, Subtitle ได้ครับ โดยไฟล์เสียงจะดึง Track0 เป็นหลัก ในขณะที่ซับไตเติลมาตรฐานที่เราใช้ (.idx, .sub, .ssa, .ass) ตัว Chromecast ไม่รองรับ

Q) แปลว่า?

A) แปลว่าตอนแปลงไฟล์เพื่อชมบน Chromecast เราต้องจำใจทำ Hard subtitle ครับ เนื่องจากไฟล์ไม่สามารถเลือก Subtitle ได้ (ยกเว้นจะใช้ subtitle นามสกุล .srt โหลดไปด้วยกันได้ เป็นกรณีเดียวที่เลือกเปิด/ปิด ได้) ส่วนตัวมักจะใช้ MP4 แบบ hard subtitle

เอ้อ นอกจากนี้ Chromecast ไม่สามารถเล่น Local ไฟล์ AC3 ได้นะครับ (น่าจะติดเรื่องลิขสิทธิ์ตัวถอดรหัสของ Dolby) ที่ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะ Netflix ปล่อยไฟล์เสียงแบบ AC3 เวอร์ชันของตัวเอง (ไม่แน่ใจว่ามันต่างกับ AC3 ตัวหลักแค่ไหน แต่ค่อนข้างคล้ายกับตัวหลัก) และหน้าซัพพอร์ตของ Chromecast ก็ระบุว่าตัวมันรองรับ AC3 ด้วย แปลว่าที่เล่นไม่ได้นี่คือจงใจแน่นอน

ตัวเข้ารหัสเสียงที่แนะนำคือ HE-ACC ครับ

แล้วไปต่อตอนต่อไป Tools สำหรับสร้าง/แกะ ไฟล์ MKV ที่ชื่อว่า MKV toolnix (มีทั้ง mkvmerge/mkvextract) และโปรแกรมที่แปลงใช้งานบน Chromecast ง่ายๆ ไม่ต้องใช้สมองอย่าง handbrake ครับ

ป้ายกำกับ:

ตั้งแต่มีโทรศัพท์มาก็ราวๆ ปี 2003 – 2004 นับได้ว่าไม่ต่ำกว่าสิบปีแล้วที่มีโทรศัพท์มา มีเบอร์สำรองก็หลายหน ทั้งเอไอเอส ทั้งทรู แต่ก็ใช้เบอร์หลักเป็นดีแทคมาตลอด หลังๆ เริ่มมีของใหม่ๆ (ที่รอมาตั้งแต่สมัยทรูยังเป็นออเรนจ์) ก็คือ Number Port. หรือย้ายค่ายเบอร์เดิม ไอ้เราก็อยู่กับดีแทคมานานจนคิดว่าจะไม่ย้ายแล้ว

คือก็รู้ว่าหลายๆ ค่าย … ไม่สิ ทุกค่ายก็มีเหมือนกันหมดแหละ ไอ้ตีเนียนเก็บเงิน ส่วนตัวยังไม่เคยโดนกับ true หรือไม่ก็โดนแล้วและยังไม่รู้ตัว แต่แฟนโดนมาแล้ว ตอนไปจ่ายตังทางนั้นบอกว่า “นี่เป็นการเก็บล่วงหน้าครับ” คือตอนนั้นเดือนตุลา แต่โดนเรียกเก็บของเดือนพฤศจิกายนด้วย แต่ตอนเดือนกุมภา โดนเรียกเก็บของเดือนมกรา ซึ่งจ่ายไปตั้งแต่ธันวาคมแล้ว (อีหอยหลอด!)

ส่วนเอไอเอสยังไม่เคยใช้ เลยตอบไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี แต่มีคนรู้จักเปิด roaming ไปสิงคโปร์ ไปแบบเช้าเย็นกลับ มี SMS ตอบกลับมาด้วยว่าเปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่โดนชาร์จค่าโรมมิ่งข้ามประเทศ โวยวายกันไป ซึ่งจบด้วยทางเอไอเอสไม่คิดส่วนเกินจากการโรมมิ่ง

ก็ไม่รู้ว่าอะไร ทำให้เราต้องมาพบกัน (กับปัญหาตีเนียนของแต่ละค่าย)

บางทีก็คิดว่ามันเป็นบั๊กในระบบนะ…. แต่พอเจอถี่ๆ แบบนี้ (ยิ่งทรูนี่สอนพนักงานมาดี ยิ่งรู้สึกเข้าไปใหญ่ว่า) บางทีเขาก็จงใจตีเนียนนะ….

โดนกับดีแตกมาหลายหน ทั้งรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง รู้ตัวทีหลังบ้าง รู้ตัวแต่ขี้เกียจจะโวยวายบ้าง…. เอาน่ะ ตอนนั้นมีรายได้เยอะเลยไม่ได้คิดอะไร พอตอนนี้เงินเริ่มไม่มีก็เริ่มจะไม่ยอมละ

เดือนที่แล้ววันที่ 6 ทางดีแทค SMS มาว่าใช้เกิน 4GB ไปแล้ว (เกินได้ไงวะ! แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะอาจจะใช้จริง) ซึ่งเราใช้เกินไปถึงขั้นว่ากำลังโดนชาร์จเรท 100MB = 15 บาท (รึเปล่าจำไม่ได้) และแนะนำว่าให้ top-up อินเทอร์เน็ทเข้าไป เพื่อให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดหลังจากนี้อยู่ในวงเงินที่เติมเข้าไป

ตอนนั้นก็กลัวว่าเมื่อขึ้นเดือนใหม่แล้วโปรจะหลุดไหม? ทางดีแทคก็ยืนยันว่า “ไม่หลุดค่ะ!” แม้ว่าวันที่ตัดบิลจะเป็นวันที่ 8 และวันนี้วันที่ 7 โปรนี้จะหมดลงใน 30 วันข้างหน้าไม่หมดพรุ่งนี้ ถ้าขึ้นเดือนใหม่เน็ทที่ใช้ได้รีเซ็ทแล้ว ก็จะใช้โปรนี้จนหมด แล้วจากนั้นค่อยไปใช้เน็ทประจำเดือน (ซึ่งผมมี 4GB) โดนไป 300 บาท 3GB (ไม่มีโปรต่ำกว่านี้ จริงๆ อยากได้สัก 100 บาท = 1GB) ซึ่งไม่มีทางเลือกเพราะต้องใช้อินเทอร์เน็ท เลยต้องยอมจ่ายไปก่อนที่ค่าใช้จ่ายจะบานหลาย

สรุปสั้นๆ คือพรุ่งนี้แม้ผมจะได้โควต้าแบนด์วิธ 4GB การใช้เน็ทจะดึงจากโปรนี้ก่อน ถ้าหมดแล้วค่อยว่ากัน…..

โอเค จ่ายไป วันที่ 1 เมษา เมสเสจเข้ามาว่าใช้เน็ทจากแพคเกจหลักหมดแล้ว… กำลังมีค่าใช้จ่าย…

มันจะมีได้ไงวะ เน็ทเรา 4GB แถมท็อปอัปไปวันสิ้นเดือนอีก 3GB ต่อให้วันนั้นใช้เต็มๆ 1GB ก็แปลว่าเรามีเน็ทเหลือ 6GB จะหมดก่อนสิ้นเดือนได้ไงวะ

เลยโทรไป 1678 หาดีแทค… บอกสาเหตุให้พนักงานเสร็จก็เงียบไปนานก่อนจะแจ้งกลับมาว่า….

ค่ะ โปร 3GB หมดแล้วค่ะ (อันนี้ไม่แปลก) ส่วน 4GB ยังไม่หมดค่ะ และมีค่าใช้จ่ายจากที่ใช้เกิน 15 บาท….

(ไม่ได้ใช้หมดแล้วจะมีส่วนต่างได้ยังไงวะ!!!!)

พนักงานก็บอกจะทำเรื่องลดค่าใช้จ่ายให้

ขอบคุณครับ ถ้าไม่โทรมานี่เน็ทก็ไม่หมด แต่จ่ายส่วนต่างเอาสินะ หรือถ้าเผลอไปสมัครโปร (3GB – 300 บาท) คุณก็กินฟรีเลยสินะ สาด

เดือนหน้าโปรลับที่ใช้อยู่ (ตอนสมัครโปรไอ้ที่โฆษณาผู้หญิงเรียกผู้ชาย รักอ้วนนะ รักอ้วนนะ อะไรสักอย่างนั่นอะ ลดให้ 50% สามเดือน) จะหมดลง คงได้เวลาลดเบอร์ดีแทคไปเป็นเบอร์รับเข้าอย่างเดียว ย้ายโทรออกกับเน็ทไปอยู่ซิมทรูดีกว่า…. จนกว่าจะเจอทรูทำอะไรแบบนี้ใส่คงลาขาดกับดีแทคแล้ว… แต่ไม่คืนเบอร์นะ จะจ่ายให้เดือนละน้อยที่สุดรักษาเบอร์ไว้แหละ

เพียงแค่หลับตาลง โลกนี้ก็มืดมิด ทุกอย่างก็หยุดลงจนกว่าจะลืมตาตื่นอีกครั้ง

ถ้าไม่ลืมตาขึ้น ทุกอย่างก็ไม่เคลื่อนไหว ไม่ต้องรับรู้อะไรทั้งนั้น

เพียงแค่ปิดตา โลกของเราก็จะหยุดนิ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมันก็แค่สิ่งที่ผ่านไปแล้ว

กระแสเวลามีแค่ปัจจุบันเท่านั้น อดีตเป็นแค่ข้อมูล

ข้อมูลคือสิ่งที่ใช้ทำให้ปัจจุบันดีขึ้น

อนาคตไม่มีวันมาถึง อดีตไม่มีวันย้อนกลับ

ทำได้แค่ปัจจุบันเท่านั้น

ความเจ็บปวดในอดีตก็ลืมมันเสียเหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น

คำสัญญา ภาระ และหน้าที่มีผลแค่ในปัจจุบัน แม้จะสัญญาในอดีต

ถ้าทำได้ก็ทำเสีย

เพราะคนที่สัญญากับเราอาจจะไม่ทำเสียเอง

สิงหาคม 2015
อา พฤ
« ก.ค.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • อยากให้ Chromecast รุ่นต่อไปมี h.265 decoder- 23 hours ago
  • สเปคเวอร์เกินทำได้ไหม ทำไม่ได้ว้อย รอทางจีนทำได้ก่อนนะ แถม Android One นี่เค้าต้อง Google cerified ด้วย อย่าเพ้อเจ้อน่า- 23 hours ago
  • คนใน blognone เชียร์ i-mobile สู้ๆ ครับแบรนด์ไทย ทำไมไม่อัดสเปคครับ ... บลาๆๆ เดี๋ยวนะ ได้ข่าวว่าแค่เอามือถือจีนมาแปะแบรนด์ ไม่ได้ทำเอง- 23 hours ago
  • ยังกะจับ engineer มาเรียนเขียนบทความเชิงสร้างสรรค์- 1 day ago
  • Anandtech แม่งเป็ฯเว็บที่เทพจริงๆ- 1 day ago
  • Download a Bear! tunnelbear.com Browse like you're in another country! @theTunnelBear http://t.co/egZNCwN1cw- 3 days ago
  • fffffddda zzzsxdddc iii mmmmm dddddddeeee- 3 days ago
  • I just want to live a lift as others.- 3 days ago
  • All this thing is back after years of disappearance. And I have to stay with it in a harder way again.- 3 days ago
  • Maybe I'm a piece of trashed that none need, that's why trash been trashed.- 3 days ago
  • @iisiiz @Griepeies @kenshinbhx @blacknostia ไปด้วย #ผิด- 4 days ago
  • RT @CoconutsYangon: #Myanmar journalist files 'in-depth' report amid chest-high flood waters. yangon.coconuts.co/2015/07/31/mya… #Burma #media http://t…- 4 days ago
  • ขอบคุณทรูไวไฟ โหลดบิต 14gb เสร็จซะที- 4 days ago
  • RT @Nahyakah: ความฝันอาจเป็นตัวผลักดันเราให้ทนเหนื่อยก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว หนี้สินสิที่เป็นตัวถีบหลังเราให้ทนวิ่งไปข้างหน้าที่ละสี่ห้าก้าว…- 4 days ago
  • @kenshinbhx เพิ่งซื้อต่อชาวบ้านมาไม่ถึงปีเลยนิ- 4 days ago
  • เก่งจ้า เก่ง- 4 days ago
  • @pphuiinoon อือ ขอบคุณนะ- 4 days ago
  • @pphuiinoon เครียดมั้ง- 4 days ago
  • I wish I having a sleeping pills tonight.- 4 days ago
  • Can't sleep. Vomit like dying.- 4 days ago
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 3,073 other followers