เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายปีมาแล้วครับ ตอนแรกๆ เขียนไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะรู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน ตอนนี้หลายปีละ เขียนไปก็คงไม่รู้ละมั้งว่าที่ไหน

เคยทำงานในบริษัทองค์กรใหญ่รายหนึ่งครับ สมัยก่อนผมจะเข้าไปทีมที่ผมเข้าไปทำนั้นมีสมาชิกอยู่สิบคน (เออ! สิบคน!!) แต่พอผมเข้าไปดันเหลืออยู่สามคน (รวมตัวผมแล้ว) ชีวิตก็ดี๊ดีครับ พี่เก๋เป็นคนที่รับงานส่วนใหญ่ไป ส่วนผมเป็นจูเนียร์ก็สบายหน่อย ทำตามหน้าที่พอ

ทุกวันจันทร์จะมีการเข้าประชุม ซึ่งก็ไม่ใช่หน้าที่ผมครับ พี่สองคนจะเข้าไป หลังๆ พี่งานเริ่มเยอะก็ให้ผมช่วยทำสรุป (แต่ไม่ต้องเข้า) ชีวิตผมก็เป็นสุขดีครับ แค่วันอาทิตย์มีงานเพิ่มขึ้นมาตอนเที่ยงคืนเท่านั้นเอง

เงินเดือนน้อยมากครับ (พี่มาเล่าให้ฟังว่าเขียนเงินเดือนไปที่ HR xx,000 บาท แต่ HR เสนอเงินมาแค่ (xx-5),000 บาท ซึ่งตอนนั้นก็บ้าจี้รับทั้งที่มันน้อยมาก)

พอหลังๆ พี่เก๋ลาออกไปแต่งงาน อ้าว ชิบหัย งานตกที่เรา ไม่เป็นไร เราเก่ง แบกไหว

พี่อีกคนก็โดนหัวหน้าหาเรื่องไล่ออกครับ…. โอเค เค้าผิดหรือไม่ผิดเราจะไม่พูดถึง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเค้าออก

ค…. เคว้งครับ ทั้งทีมที่เคยมี 10 คน บัดนี้เหลือคนเดียว

ตอนนี้ผมต้องทำทุกอย่าง (แต่ตำแหน่งและเงินเดือนเท่าเดิม) คือต้องเป็น PM, Content, Sales ตายครับตาย ตอนแรกบอกเลยแทบจะไม่มีชีวิต เป็นซอมบี้ไปเลย วันนี้จะมีอะไร พรุ่งนี้จะมีอะไรไม่รู้เลย ถ้าจะถามว่าว่างไหมต้องเปิด Google Calendar เท่านั้น คือมันแน่นทุกอย่าง งานนิตยสารก็จะเอาต้นฉบับ งานเว็บก็ต้องทำ ประชุมก็เข้า คุยกับ Dev ของเว็บอีก และที่สำคัญคือต้องออกงาน

คืองี้ครับ โดน AE ด่าว่า “เค้าไม่ซื้อ Ad. เว็บมึงก็เพราะมึงไม่ไปงานเค้าอะแหละ สัด”

ครับ… เมื่อก่อนตอนอยู่กันสามคนโคตรชอบเลยครับ ไปออกงานแล้วกลับบ้านทำงานที่บ้านต่อได้เลย ไม่ต้องนั่งออฟฟิศ (ส่วนตัวไม่ชอบนั่งออฟฟิศเพราะเวลาเลิกงานกลับบ้านโคตรยาก) คือผมก็ไม่ได้อู้หนีกลับบ้านนะ กลับบ้านแล้วก็ทำงานต่อ

พอลาออกหมด ผมก็สู้งานนะ (สู้เพื่ออะไรวะ) ทำแม่งสิบโมงถึงตีสองทุกวัน (ยอมรับว่าเหี้ยมาก เข้าออฟฟิศตอนแปดโมงไม่ไหว) เข้าสิบโมงแล้วก็ชดเชยให้ด้วยการทำงานอยู่ที่ออฟฟิศถึงสองทุ่ม จริงๆ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ทุ่มนึงรถมันติดกลับบ้านยาก เลยนั่งทำงานดีกว่า

งานก็ประดังประเดมาก ทั้งรีวิว บทความ นิตยสารและเว็บ ทำมันทุกอย่างคนเดียว (ตอนนั้นคุณรณฯ เข้ามารับช่วงต่อการประชุมกับทำรายงาน ซึ่งรายนี้ก็น่าสงสารพอกัน เพราะโดนจับไปโยนช่วยแผนกที่ไม่มีใครเอามาตลอด) ชีวิตคุณภาพตกต่ำลงทุกวัน

แล้ววันหนึ่งก็โดนเรียกไปคุย ตอนแรกนี่เข้าใจว่าโดนหัวหน้าชมเชยว่า “พี่รู้นะว่าเราทำงานหนัก เสาร์อาทิตย์ก็เข้าออฟฟิศ”

ใช่ครับ ตอนนั้นทำงานสัปดาห์ละเจ็ดวัน ชีวิตนี่ไม่ต้องมีเป็นของตัวเองเลย

รู้ไหมครับแวบแรกเขาบอกว่าอะไร……

เขาบอกว่า “พี่รู้ว่าแบงค์ทำงานสบาย พี่ว่าแบบนี้พี่อาจจะต้องคิดว่าอนาคตจะเอาแบงค์ไว้ในองค์กรไหม”

ขอบคุณพระเจ้…….. เดี๋ยวๆ ว่าไงนะ ทำงานสบาย….

ขอบคุณครับ พี่ให้เงินผมเท่านี้ ผมก็ยังเสือกกล้าขยันปั่นงานตัวเป็นเกลียว ออกงานทั้งที่ไม่อยากจะไป เข้าออฟฟิศเสาร์อาทิตย์ (โดยที่มี Art Director เห็นเป็นพยานชีวิต ถ้าวันอาทิตย์ไหนอาร์ตไดฯ เข้าออฟฟิศ) ผมโดนบอกว่าผมกำลังจะถูกถอดจากงาน อาจจะโดนไล่ออกเพราะทำงานสบาย

สามเดือนผ่านไป

MD คนใหม่นัดประชุม คุยๆๆๆๆ (โดยหาสาระอะไรในการประชุมดังกล่าวไม่ได้ เป็นเพียงการประกาศว่าฉันอยู่ตรงนี้! และพวกคุณอยู่ในสายตาของฉัน ซึ่งเราก็เข้าใจได้ แต่กูอยากออกไปทำงานต่อ) ปิดท้ายด้วยคำพูดว่า “แบงค์มีอะไรอยากจะบอกกับพี่ไหม”

“มีครับ…. หาคนให้ผมที ผมทำงานคนเดียวไม่ไหว”

สี่เดือนผ่านไป

MD พาหลานอายุ 13 ปีมาทิ้งไว้ที่แผนก ฝากเลี้ยง…. และบอกว่าพี่พาคนมาช่วยทำงานแล้วนะ (ขอบคุณครับ……)

สัปดาห์ต่อมา ไปแย่งคนจากบริษัทลูก (มีบริษัทแม่เดียวกัน) กลับมาอยู่บนชั้นนี้ จริงๆ คือพี่แกเหนื่อยกับงานเกมส์ด้านล่างนั่นแหละเลยอยากกลับมาฝั่งนิตยสาร ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกันพี่แกไม่เคยสนใจการประชุม (ว่าจะวางสารบัญหนังสือใหม่ ก็ตอบขอไปทีเหมือนกับให้จบๆ ไป ซึ่งก็จริง) ไม่เคยมีประโยชน์ในแผนก เพราะแกไม่คิดจะมาช่วยเขียนเลย เหมือนมานั่งเล่นเน็ทข้างบนแทน แต่ทุกคนคาดหวังกับกลุ่มนี้มากขึ้นเพราะมีคนเพิ่มขึ้น ซวยกูอีกสิ

หกเดือนผ่านไป

ผมเริ่มชินกับชีวิตบัดซบ ผมยอมรับว่าคุณภาพชีวิตยังแย่เหมือนเดิมแต่เริ่มชินแล้ว หรือเราจะไม่ออกดีนะ (แต่เงินเดือนน้อยอย่างนี้ไม่มีอนาคตแน่เลยว่ะ) ผมเริ่มลังเล ผมมันเป็นพวกไม่ชอบการฟันฝ่าอะไรมากมายเสียด้วย ถ้าอยู่กับที่แล้วเรารับมือไหวก็ดีออก

หัวหน้าเรียกไปคุยอีกครั้ง เรานึกว่าเขาเห็นผลงานฝีมืออันเป็นที่ประจักษ์ว่าเรามันถึกเหมือนควาย นอนน้อย ทำงานทุกวันได้ทั้งที่รับเงินเดือนน้อยกว่าเด็กจบใหม่

หัวหน้าบอกว่า “แบงค์ออกมั้ย ทำงานสบายแบบนี้ หกเดือนแล้วเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเลย”

“…………………………………”

“ผมว่าจะออกครับพี่เอก ผมไม่อยากทำงาน (กับมึง) แล้ว”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมพูดออกไปในนั้น

เจ็ดเดือนผ่านไป

ลาออกปั๊บ มันได้คนใหม่มาทำงานเลยครับ…. แถมอีคนใหม่ให้ช่วยเขียนงานสี่หน้าให้สองพันบาท (น้อยสัส แต่ก็รับ) สั่งเที่ยงคืนเอาหกโมงเช้า แทบจะตายกว่าจะเขียนครบหกหน้า…. จนตอนนี้ปี 2015 มันยังไม่จ่ายเงินค่างานเขียนเลยครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีอสูรอยู่หนึ่งตน ออกเข่นไล่ฆ่ามนุษย์มากมาย

ผู้คนหวาดหวั่นพรั่นพรึง

ในที่สุดก็มีคนจับอาวุธลุกขึ้นสู้ แต่ก็พ่ายแพ้

มนุษย์ผู้เก่งกล้ากลับล้มหายตายจาก เหลือเพียงผู้แพ้และผู้อ่อนแอ

มนุษย์จึงตีดาบปราบปิศาจ ที่ต้องแลกด้วยชีวิตผู้คนมากมาย

ดาบที่แฝงไว้ด้วยวิญญาณมนุษย์มากมาย ความเกลียดชังอสูรตัวนั้นอย่างมากมาย

ในที่สุดความเกลียดชัง ความพินาศที่มากกว่าก็กำจัดอสูรตัวนั้นได้

แล้วผู้ที่ใช้ดาบนั้นก็สูญเสียความเป็นมนุษย์ไป จากผู้มตะกลายเป็นอสุรกายอมตะ

แล้วอสูรตนนั้นก็ออกไล่เข่นฆ่ามนุษย์เป็นอาหารอีกครั้ง

อีกนานแค่ไหนหนอ วัฏจักรดังกล่าวจะสิ้นสุด

มนุษย์ผู้ปราบสมิง กลับละทิ้งตัวตนและไปเป็นปิศาจ เพื่อจะเข่นฆ่าปิศาจ

ในที่สุดก็ลืมไปว่าตนเองเป็นมนุษย์ และเมื่อบรรลุเป้าหมายอันสูงสุดแล้วก็กลับมาหันดาบใส่มนุษย์กันเอง

สุดท้าย ปราบอสุรกายไป ก็ได้อสุรกายตนใหม่กลับมา

chromecast

(รูปปล้นมาจาก The Next Web)

เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งไปซื้อ Chromecast มาครับ แม้ว่าความจริงมันจะออกมาเป็นปีแล้วก็ตาม [เปิดตัว 24 กรกฏาคมปี 2013 นับถึงตอนนี้ก็ 17 เดือนแล้ว] ถือว่าเป็นไปตามกฏที่ตัวเองตั้งไว้ คือจะไม่เป็น Early Adopter ของ Google แล้ว แต่จะรอจนมันเริ่มอิ่มตัว ไม่ก็ออก Gen 2 ค่อยซื้อ

แม้จะเป็นรีวิวที่มาช้าบ้าง (ไม่บ้างละ ช้าไป 17 เดือน ไม่มีใครเค้าอ่านแล้ว) แต่ก็อยากจะเขียนอะไรนิดๆ หน่อยๆ อยู่ดี ถึงจะไม่มีคนอ่าน เอาไว้ตอนอนาคตจะมาอ่านเองเพราะลืมก็ยังดี Read the rest of this entry »

ป้ายกำกับ:

ประตูที่ปิด จะไม่ถูกเปิดออกอีก
ประตูที่เปิด จะไม่ถูกปิดอีก

ในห้องที่มืดมิด ไร้ซึ่งแสง
ในห้องที่มืดมิด หากเพียงมีแสง ก็ไม่มืดมิดอีกต่อไป

ในห้องที่มีแสง ยังคงมีความมืด แม้จะประปราย
ในห้องที่มีแสง ฝั่งตรงข้ามของแหล่งกำเนิดแสงไร้ซึ่งความมืดย่างกราย

สิ่งที่สูญเสีย อาจจะกลับคืน
แต่การซ่อมแซมต้องใช้เวลา
และไม่มีสิ่งไหนซ่อมแซมแล้วเหมือนเดิม
การสร้างใหม่ ง่ายกว่าบูรณะเสมอ
โดยเฉพาะการบูรณะที่ต้องการจะให้เหมือนเดิม

ประตูที่ปิด เพราะมันไม่ต้องเปิดอีกต่อไป
ประตูที่เปิด เพราะถึงเวลาที่จะเปิดออกตลอดไป

ถ้ากำเนิดแสงได้ ประตูก็อาจจะไม่จำเป็น เพราะจะมองเห็นได้
แต่บางที การเปิดประตูอาจจะไม่ใช่เพราะต้องการแสงสว่างก็ได้

จะเปิดไหม ประตูบานนั้น
จะปิดไหม ประตูบานนั้น

*Cautions*

Build Lollipop ของ Moto G (2014) รุ่น 22.11.6 มีปัญหาเรื่อง Memory Leak นะครับ ใครอยากจะอัพเกรดโปรดพิจารณาให้ดี

ขอโม้

ซื้อ Moto G (2014) Global GSM (XT1063) มาให้แม่ครับ กดอัพเดทเป็น Lollipop เท่าไหร่ก็ไม่เจอเสียที เลยหาข้อมูลบน Google เสียหลายชั่วโมง กว่าจะเจอข้อมูลครบก็แทบง่อย เลยมาจดๆ ไว้ เผื่ออนาคตมาอ่านจะได้ถามตัวเองว่าเคยเจออะไรแบบนี้ด้วยเหรอวะ

เรื่องแรก…. Moto G ที่ซื้อ เป็น Moto G จาก Amazon ครับ (ขายโดย Motorola) เฟิร์มแวร์เป็น Moto G (KitKat Build KXH21.85-23) เลยไปหาวิธีอัพเดท Lollipop มา และโหลดครับ (ลิ้ง Update Lollipop สำหรับ Moto G 2014 Global GSM) Read the rest of this entry »

ant-trail-300x124[1]

วันก่อนมดบุกบ้าน แถมบุกเข้าไปในเครื่อง 3DS ตัวนึง (เพิ่งรู้ว่าด้านข้างตรงปุ่มเปิด/ปิด 3D มันเป็นรูเดินเข้าไปได้) มดโผล่ขึ้นมาจากไหนไม่รู้ แล้วเดินเข้าซอกปุ่มไป แถมไม่ออกมาซะอีก เลยต้องไปหาข้อมูลว่ามดมันมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนก่อนจะตายคาข้างใน แต่ไปเจอข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก

มีคนตั้งกระทู้ถามบน Reddit ว่าถ้ามีมดงานหายตัวไป (ออกไปข้างนอกแล้วหายไป) มดตัวอื่นจะเข้ามาทำหน้าที่แทน หรือตามหามดตัวนั้นหรือเปล่า? Read the rest of this entry »

ebay

เพิ่งเสียตังให้กับ eBay GSP ไปครับ และเป็นการเสียตังที่เจ็บช้ำน้ำใจที่สุดตั้งแต่เคยซื้อของออนไลน์จากสื่อฝั่งตะวันตกมาเลยทีเดียว แต่ก่อนจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ขออ้างอิงจากคู่แข่งที่มีบริการคล้ายๆ กันก่อนครับ นั่นก็คือ Fulfillment by Amazon

FBA_Graphic

บริการที่จะยกเป็นตัวอย่างก็คงจะหนีไม่พ้น Fulfillment by Amazon ครับ เป็นบริการที่ Amazon Offer ให้กับนักขายของออนไลน์บน Amazon US นั่นเอง โดยวิธีใช้งานก็มีอยู่ว่า …. อืม ยกตัวอย่างเลยแล้วกัน น่าจะง่ายกว่า Read the rest of this entry »

มีนาคม 2015
อา พฤ
« ม.ค.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 2,999 other followers