shattered,
scattered,
destroyed.

แหลก
สลาย
หายไป

no matter,
listener,
died.

ตัวตน
เรือใบ
ไร้ลม

die

สิ้นสุด

Where am I going?

Logo3_mkv_256x256-1.svg

ในตอนที่แล้วได้สรรเสริญ (?) ไปแล้วว่า .mkv เป็นนามสกุลไฟล์ (container) ที่แจ่มแมวที่สุด เนื่องจากจะใส่ไฟล์เสียงหลายๆ อันแล้วไปเลือกภาษาเองได้ ใส่ซับไตเติลที่หลากหลายรูปแบบให้ไปเลือกเอาเองก็ได้อีกเช่นกัน แต่มีปัญหาก็คือว่า Chromecast นั้นไม่สามารถฉายขึ้นไปแล้วเลือกเสียง หรือซับไตเติลได้ (จริงๆ มี Extension ของ Chrome ชื่อว่า Video Stream ตัวนี้เลือกได้ว่าจะเอาเสียงอะไรออกทีวี แต่ยังเลือกซับไตเติลไม่ได้อยู่ดี) ก็ขอนอกเรื่องมาแนะนำการใช้ mkv กันบ้าง

อย่างที่บอกไปแล้วว่า mkv นั้นสามารถแยกไฟล์เสียง ไฟล์ซับไตเติลได้ และสามารถใส่ได้มากกว่า 1 อันเพื่อให้เลือกได้ด้วย แล้วจะทำไฟล์ mkv ขึ้นมาได้ยังไงล่ะ? ถ้าผมมีซับไตเติล หรือไฟล์เสียงอยู่แล้ว

จริงๆ แล้วสามารถสร้างได้โดยใช้ command line แต่ท่าทางจะ geek เกินไป ดังนั้นขอนำเสนอโปรแกรมที่ชื่อว่า MKVToolnix โดยจะมีข้างในคือ mkvextract และ mkvmerge

ตัว mkvextract นั้นก็ตามชื่อ เอาไฟล์ mkv มาชำและ (เช่นวงการ fansub ที่มีอนิเมออกมา ก็แงะไฟล์ซับไตเติลออกมาจาก mkv และแปะกลับไปใหม่) โดย mkv นั้นเป็นการแก้ไขไฟล์แบบไม่เสียคุณภาพ (non-destructible) ว่าง่ายๆ คือแกะกล่อง ย้ายกล่อง และเก็บลงกล่อง ไม่ได้ทำการแก้ไขเนื้อหาแต่อย่างใด ถ้าเป็นไฟล์ avi ไม่สามารถทำแบบนี้ได้ และการเข้ารหัสทุกครั้งคุณภาพก็จะตกลงไปเรื่อยๆ ด้วย

ส่วนตัว mkvmerge นั้นก็ตามชื่อ คือการนำไฟล์มาใส่รวมกัน เช่นผมทำซับไตเติลเสร็จ ผมก็เปิดด้วย mkvmerge แล้วใส่ไฟล์วิดิโอลงไป (นามสกุลอะไรก็ได้) และไฟล์ซับไตเติล ผลคือผมจะได้ไฟล์ mkv ออกมา พร้อมข้างในที่มีซับไตเติลแบบ soft subtitle ให้เรียบร้อย

(MKVToolNix ดาวน์โหลดได้ที่นี่) (MKVExtractGUI ดาวน์โหลดที่นี่)

ด้วยความที่ MKVTool มันเป็น command line เราไม่ชินมือเท่าไหร่ก็ต้องไปโหลดหน้าตา GUI มาให้ใช้งานง่ายๆ หน่อยละ ไม่มีปัญญาไปเขียน command line เพื่อดึงไฟล์

เริ่มจาก MKVExtract ก่อนแล้วกัน

MKVExtract

mke1 mke2

หน้าตาของตัว MKVExtractGUI ก็ตามที่เห็นล่ะครับ เปิดไฟล์ที่ต้องการขึ้นมา เลือกโฟลเดอร์ปลายทางว่าจะให้แตกไปลงที่ไหน แล้วก็เลือกว่าจะเอา track ไหนบ้าง (ภาพ, เสียง, ซับไตเติล) ถ้ามี Chapter ด้วยก็จะเลือกออกมาเป็น .xml ได้ด้วย

ส่วนตัวคิดว่าไม่ต้องอธิบายอะไรมากมั้ง ดูภาพแล้วก็พอเข้าใจอยู่ แต่บอกไว้ก่อนว่าพวกไฟล์ h264 เมื่อแตกมาจะได้เป็นวิดิโอไม่มีเสียง (แน่ล่ะ แทร็กเสียงมันคนละไฟล์กัน) และนามสกุลไม่ใช่มาตรฐานอย่าง mkv หรือ mp4 ไม่แนะนำแก่การใช้ นอกจากจะนำไปใช้งานต่อ (อย่างที่จะอธิบายในภายหลัง)

mkvmerge

mkm1 mkm2

mkvmerge นั้นจะทำหน้าที่ตรงข้ามกับ MKVExtract เพราะจะทำหน้าที่รวบรวมไฟล์ต่างๆ มาอยู่ในกล่องบรรจุเดียวกัน (นั่นก็คือ mkv นั่นเอง) แปลว่าถ้าเรามีไฟล์ซับไตเติลอยู่แล้ว เราสามารถนำ avi หรือไฟล์วิดิโออื่น (ไม่ว่าจะมีเสียงหรือไม่มีเสียง) มาใส่ร่วมกับซับไตเติล เพียงไม่กี่วินาทีก็เสร็จแล้ว การสร้างไฟล์ใหม่ของ mkv นั้นไม่ได้มีการเข้ารหัสใหม่ (เหมือนแปลงไฟล์ AVI) ทำให้ไม่มีการลดทอนคุณภาพแต่อย่างใด

สำหรับหน้าตาการใช้งานขอไม่อธิบาย แต่จะขอแนะนำฟีเจอร์ที่น่าจะได้ใช้กัน ได้แก่ปุ่ม Add และปุ่ม Append ครับ

Add

ปุ่ม Add นั้นมีหน้าที่เพิ่มไฟล์ลงไปยัง container แปลว่าเราสามารถใส่วิดิโอ เสียง ซับไตเติล ลงไปร่วมกันได้ ผมเคยเข้าใจผิดใส่วิดิโอลงไปรวมกันสี่อัน ปรากฏว่าตอนเล่นเลือกได้ว่าจะดูตอนไหน (แต่เล่นบนไทม์เฟรมเดียวกัน พังสิครับ เพราะที่ผมต้องการคือเล่นต่อกัน)

Append

ในสมัยก่อนแผ่น VCD มันไม่ยาวพอจะใส่หนังทั้งเรื่องลงไปได้ ทำให้มีการแยกไฟล์ออกมาเป็นแผ่น 1 แผ่น 2 ออกจากกัน ปุ่ม Append นี้จะทำงานแตกต่างจาก Add ตรงที่ว่ามันจะไล่ไฟล์ต่อเนื่องกันแทน ถ้าผม Add ไฟล์วิดิโอของแผ่นที่ 1 แล้ว Append แผ่นที่ 2 ต่อ เมื่อทำการ Muxing เสร็จแล้ว ผมจะได้ไฟล์วิดิโอที่มีความยาวต่อเนื่องกัน วิธีนี้แนะนำสำหรับคนที่โหลดละครจาก YouTube มาดูแล้วไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแยก EP 1 (1/5), EP 1 (2/5) แนะนำให้เอาไฟล์มา Append ต่อเนื่องเป็นไฟล์เดียวกันไปเลยครับ จบปัญหา (คุณภาพไม่เสียด้วย)

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจะพูดถึง mkvtoolnix ทั้งตัว merge และ Extract มาทำไมเสียยืดยาว ตอนต่อๆ ไปจะมีคำตอบมาให้ครับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

Box_ItemID_RevisionID_InitialRelease

วิธีการใช้ Chromecast แบบแอดวานซ์ตอนที่ (1) : เข้าใจ File Containter

(อะไรคือ Chromecast) ตัว Chromecast นั้นถูกออกแบบมาเพื่อดูวิดิโอของ Google และพันธมิตรเป็นหลัก (เช่น YouTube, Hulu, Netflix) แต่ทาง Google เองก็ไม่ได้ปิดกั้นการนำไฟล์วิดิโอของเราเองไปเล่นผ่าน Chromecast (บางคนเรียกว่า Local Cast หรือการเล่นแบบในวง LAN ไม่ผ่านเน็ท) ซึ่งส่วนตัวก็ใช้วิธีนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไฟล์แบบไหนล่ะ ที่ Chromecast สามารถเล่นได้? แล้วเงื่อนไขในการทำงานมีอะไรบ้าง เล่นได้ทุกอย่างหรือเปล่า?

Q) Chromecast เล่นไฟล์ MP4 อย่างเดียวหรือเปล่า? MKV ล่ะ?, AVI ได้หรือเปล่า?

A) ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน ไฟล์ที่กล่าวมามีทั้งเล่นได้ เล่นไม่ได้ครับ เนื่องจากนามสกุลไฟล์เหล่านั้นเป็นเพียง Container เท่านั้น ซึ่งตัวที่จะให้คำตอบได้ว่าเล่นได้หรือไม่ได้นั้นอยู่ที่ Codec หรือตัวเข้ารหัสวิดิโอต่างหาก

Q) อะไรคือ Container? อธิบายให้ง่ายกว่านี้หน่อย

A) ถ้าเปรียบไฟล์วิดิโอสักไฟล์หนึ่ง เราอาจจะเห็นว่ามีนามสกุลหลากหลายมาก (AVI, MKV, MP4, ฯลฯ) ซึ่งนามสกุลเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงกล่องบรรจุเท่านั้นครับ (ดูภาพด้านบนประกอบ) บางทีเราเห็นนามสกุล MKV อาจจะเข้ารหัสแบบ xvid, หรือ divx ก็ได้ (ซึ่งการมองจากนามสกุลไฟล์ หรือ container นั้นไม่ได้บอกว่าไฟล์นั้นเข้ารหัสแบบไหน เพราะถูกใส่เอาไว้ในกล่อง)

ส่วนตัวไม่รู้ไปลงโปรแกรมอะไรเอาไว้บน PC ครับ ได้ฟีเจอร์ชื่อ Mediainfo สะดวกดีเหมือนกัน คลิกขวาแล้วบอกว่าไฟล์ถูกเข้ารหัสแบบไหน

mediainfo00 mediainfo01

อย่างที่เห็นในภาพ ไฟล์เป็นนามสกุล mkv (matroska) เข้ารหัสด้วย Codecs XVID (และมีบอกแถมด้วยว่า resolution วิดิโอเท่าไหร่) ส่วนตัวแบบนี้ก็สะดวกดีครับ เหลือเฟือแล้ว

ถ้าถามว่าความแตกต่างระหว่าง mkv กับนามสกุลอื่นคืออะไรบ้าง ผมก็ไม่ได้แตกฉานอะไรขนาดนั้น เคยได้ยินมาว่า (ครับ ไม่ได้อ่านเทคนิคมา) AVI ไม่ค่อยจะรองรับ h264 ทำให้ไม่ค่อยเหมาะสมกับวิดิโอแบบนี้เท่าไหร่ เราเลยเห็น AVI เป็น xvid เสียมากกว่า ในขณะที่ h264 จะถูกเข้ารหัสเป็น mp4 หรือไม่ก็ mkv เสียมากกว่า

matroska

ไฟล์ mkv สามารถแยกแทร็กของวิดิโอ เสียง ซับไตเติล ไปในไฟล์ได้ ในขณะที่ mp4 นั้นไม่ได้แตกต่างอะไรไปจาก avi นัก (เข้าใจว่าจริงๆ แล้วสามารถแยกไฟล์แบบ mkv ได้ แต่ไม่ง่ายเท่าไหร่)

พูดถึงซับไตเติล ในวงการมีสองแบบครับ (ถ้ามีเกินนี้ถือว่าเป็นกรณีพิเศษที่เจอไม่บ่อยนัก)

แบบแรกเรียกว่า hard subtitle อันนี้ก็ตามชื่อครับ คือไฟล์ซับไตเติลเป็นส่วนหนึ่งของวิดิโอ โดยวิดิโอพวกนี้ต่อให้เราดึงออกมาเฟรมใดเฟรมหนึ่ง ก็จะมีซับไตเติลฝังอยู่บนวิดิโอครับ คือมันเป็นเนื้อเดียวกัน แยกออกมาไม่ได้ (คิดซะว่าเซฟไฟล์เลเยอร์ของ Photoshop เป็น jpeg ไปแล้ว จะดึงออกทีหลังก็ไม่ได้แล้ว)

ส่วนอีกประเภทเรียกว่า soft subtitle โดยพวกนี้ไม่ได้ฝังซับไตเติลลงไปบนวิดิโอครับ เราสามารถเลือกเปิด หรือปิดซับไตเติลก็ได้ อารมณ์คล้ายๆ แผ่นดีวีดีนั่นแหละครับ จะเปิด/ปิด เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าคอมช้าๆ (ซึ่งคอมห่วยที่สุดในยุคนี้ก็ไม่น่าจะช้าขนาดนั้นแล้ว) อาจจะทำให้ซับไตเติลขึ้นไม่ตรงกับไฟล์ภาพหรือเสียง (หรือภาพ เสียง และซับไตเติลอาจจะไม่ตรงกันเลย)

ไฟล์นามสกุล mkv นั้นมีจุดเด่นตรงที่เป็นกล่องบรรจุเพียวๆ วิดิโอ เสียง และซับไตเติลแยกกันอย่างชัดเจน ทำให้นอกจากเลือกซับไตเติลได้หลายๆ อันในวิดิโอเดียวเหมือนแผ่นดีวีดี ยังสามารถเลือกเสียงได้ด้วย ในกรณีที่วิดิโอนั้นมีไฟล์เสียงหลายภาษา

ถ้าพิจารณาดูแล้ว ไฟล์ mkv มีความสามารถมากที่สุด (และแพร่หลายที่สุด) เนื่องจากจะใส่ไฟล์เสียง ไฟล์ซับไตเติล กี่ไฟล์ก็ได้ ผู้ใช้แค่เลือกเปิดให้ตรงกับความต้องการก็พอ ข้อเสียก็คงจะเป็นการที่ไฟล์จะมีของที่เราไม่ต้องการ ทำให้ไฟล์ใหญ่เกินไป และเราไม่สามารถสั่งได้ว่าวิดิโอนั้นจะต้องมีภาษานั้นนี้ บางทีอาจจะโหลดมาเจอหนัง Hard subtitle แต่แรดทำ mkv ก็ได้ครับ

เอ้อ กลับมาที่เรื่อง Chromecast กันบ้าง ตัว Chromecast นั้นรองรับการถอดรหัสไฟล์ h264 (เราอาจจะเห็นชื่อ x264 กันบ้าง ซึ่งชื่อนี้เป็นตัวเข้ารหัสแบบ open source ของ h264 นั่นเองครับ) ถ้าเอาให้ละเอียดหน่อยก็ H.264 High Profile Level 4.1

และวิดิโอที่ Chromecast รองรับคือ 720P ครับ (1280 x 720) แม้ว่าตัว Chromecast จะถอดรหัสวิดิโอขนาด 1080P ได้สบายๆ แต่ก็จะแสดงผลออกมาที่หน้าจอด้วยความละเอียด 720P เท่านั้น (ถ้าจะแปลงไฟล์เอง แนะนำว่าแปลงไฟล์ที่ 720P จะได้เฟรมเรตในการแปลงเร็วกว่าเยอะ เชื่อพี่ พี่ลองมาหมดแล้ว)

แปลว่าตัวเลือกที่ดีในการแปลงไฟล์สำหรับ Chromecast คือ h264 ที่มีขนาดวิดิโอไม่เกิน 1280 x 720 (จะเอาใหญ่กว่านี้ก็ได้ แต่เสียเวลาแปลง) ส่วนนามสกุลไฟล์นั้น จะเป็น mp4 หรือ mkv ก็ได้ เพราะ Chromecast ไม่ได้สนใจว่ากล่องบรรจุจะเป็นอะไร

Q) ถ้าอย่างนั้นก็ใช้ mkv ดีกว่าใช่มั้ย? เพราะรองรับการใช้งานเยอะ เลือกซับไตเติลได้ด้วย เสียงก็ได้

A) ข่าวร้ายก็คือว่า Chromecast นั้นถูกออกแบบมาเพื่อรับชม YouTube, Netflix, Hulu เป็นหลักครับ การชมวิดิโอเหล่านั้นสามารถเลือกซับไตเติลกันตามแต่ปราถนา แต่ว่าการดูวิดิโอแบบ Local แบบนี้ไม่สามารถเลือกแทร็ก Audio, Subtitle ได้ครับ โดยไฟล์เสียงจะดึง Track0 เป็นหลัก ในขณะที่ซับไตเติลมาตรฐานที่เราใช้ (.idx, .sub, .ssa, .ass) ตัว Chromecast ไม่รองรับ

Q) แปลว่า?

A) แปลว่าตอนแปลงไฟล์เพื่อชมบน Chromecast เราต้องจำใจทำ Hard subtitle ครับ เนื่องจากไฟล์ไม่สามารถเลือก Subtitle ได้ (ยกเว้นจะใช้ subtitle นามสกุล .srt โหลดไปด้วยกันได้ เป็นกรณีเดียวที่เลือกเปิด/ปิด ได้) ส่วนตัวมักจะใช้ MP4 แบบ hard subtitle

เอ้อ นอกจากนี้ Chromecast ไม่สามารถเล่น Local ไฟล์ AC3 ได้นะครับ (น่าจะติดเรื่องลิขสิทธิ์ตัวถอดรหัสของ Dolby) ที่ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะ Netflix ปล่อยไฟล์เสียงแบบ AC3 เวอร์ชันของตัวเอง (ไม่แน่ใจว่ามันต่างกับ AC3 ตัวหลักแค่ไหน แต่ค่อนข้างคล้ายกับตัวหลัก) และหน้าซัพพอร์ตของ Chromecast ก็ระบุว่าตัวมันรองรับ AC3 ด้วย แปลว่าที่เล่นไม่ได้นี่คือจงใจแน่นอน

ตัวเข้ารหัสเสียงที่แนะนำคือ HE-ACC ครับ

แล้วไปต่อตอนต่อไป Tools สำหรับสร้าง/แกะ ไฟล์ MKV ที่ชื่อว่า MKV toolnix (มีทั้ง mkvmerge/mkvextract) และโปรแกรมที่แปลงใช้งานบน Chromecast ง่ายๆ ไม่ต้องใช้สมองอย่าง handbrake ครับ

ป้ายกำกับ:

ตั้งแต่มีโทรศัพท์มาก็ราวๆ ปี 2003 – 2004 นับได้ว่าไม่ต่ำกว่าสิบปีแล้วที่มีโทรศัพท์มา มีเบอร์สำรองก็หลายหน ทั้งเอไอเอส ทั้งทรู แต่ก็ใช้เบอร์หลักเป็นดีแทคมาตลอด หลังๆ เริ่มมีของใหม่ๆ (ที่รอมาตั้งแต่สมัยทรูยังเป็นออเรนจ์) ก็คือ Number Port. หรือย้ายค่ายเบอร์เดิม ไอ้เราก็อยู่กับดีแทคมานานจนคิดว่าจะไม่ย้ายแล้ว

คือก็รู้ว่าหลายๆ ค่าย … ไม่สิ ทุกค่ายก็มีเหมือนกันหมดแหละ ไอ้ตีเนียนเก็บเงิน ส่วนตัวยังไม่เคยโดนกับ true หรือไม่ก็โดนแล้วและยังไม่รู้ตัว แต่แฟนโดนมาแล้ว ตอนไปจ่ายตังทางนั้นบอกว่า “นี่เป็นการเก็บล่วงหน้าครับ” คือตอนนั้นเดือนตุลา แต่โดนเรียกเก็บของเดือนพฤศจิกายนด้วย แต่ตอนเดือนกุมภา โดนเรียกเก็บของเดือนมกรา ซึ่งจ่ายไปตั้งแต่ธันวาคมแล้ว (อีหอยหลอด!)

ส่วนเอไอเอสยังไม่เคยใช้ เลยตอบไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี แต่มีคนรู้จักเปิด roaming ไปสิงคโปร์ ไปแบบเช้าเย็นกลับ มี SMS ตอบกลับมาด้วยว่าเปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่โดนชาร์จค่าโรมมิ่งข้ามประเทศ โวยวายกันไป ซึ่งจบด้วยทางเอไอเอสไม่คิดส่วนเกินจากการโรมมิ่ง

ก็ไม่รู้ว่าอะไร ทำให้เราต้องมาพบกัน (กับปัญหาตีเนียนของแต่ละค่าย)

บางทีก็คิดว่ามันเป็นบั๊กในระบบนะ…. แต่พอเจอถี่ๆ แบบนี้ (ยิ่งทรูนี่สอนพนักงานมาดี ยิ่งรู้สึกเข้าไปใหญ่ว่า) บางทีเขาก็จงใจตีเนียนนะ….

โดนกับดีแตกมาหลายหน ทั้งรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง รู้ตัวทีหลังบ้าง รู้ตัวแต่ขี้เกียจจะโวยวายบ้าง…. เอาน่ะ ตอนนั้นมีรายได้เยอะเลยไม่ได้คิดอะไร พอตอนนี้เงินเริ่มไม่มีก็เริ่มจะไม่ยอมละ

เดือนที่แล้ววันที่ 6 ทางดีแทค SMS มาว่าใช้เกิน 4GB ไปแล้ว (เกินได้ไงวะ! แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะอาจจะใช้จริง) ซึ่งเราใช้เกินไปถึงขั้นว่ากำลังโดนชาร์จเรท 100MB = 15 บาท (รึเปล่าจำไม่ได้) และแนะนำว่าให้ top-up อินเทอร์เน็ทเข้าไป เพื่อให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดหลังจากนี้อยู่ในวงเงินที่เติมเข้าไป

ตอนนั้นก็กลัวว่าเมื่อขึ้นเดือนใหม่แล้วโปรจะหลุดไหม? ทางดีแทคก็ยืนยันว่า “ไม่หลุดค่ะ!” แม้ว่าวันที่ตัดบิลจะเป็นวันที่ 8 และวันนี้วันที่ 7 โปรนี้จะหมดลงใน 30 วันข้างหน้าไม่หมดพรุ่งนี้ ถ้าขึ้นเดือนใหม่เน็ทที่ใช้ได้รีเซ็ทแล้ว ก็จะใช้โปรนี้จนหมด แล้วจากนั้นค่อยไปใช้เน็ทประจำเดือน (ซึ่งผมมี 4GB) โดนไป 300 บาท 3GB (ไม่มีโปรต่ำกว่านี้ จริงๆ อยากได้สัก 100 บาท = 1GB) ซึ่งไม่มีทางเลือกเพราะต้องใช้อินเทอร์เน็ท เลยต้องยอมจ่ายไปก่อนที่ค่าใช้จ่ายจะบานหลาย

สรุปสั้นๆ คือพรุ่งนี้แม้ผมจะได้โควต้าแบนด์วิธ 4GB การใช้เน็ทจะดึงจากโปรนี้ก่อน ถ้าหมดแล้วค่อยว่ากัน…..

โอเค จ่ายไป วันที่ 1 เมษา เมสเสจเข้ามาว่าใช้เน็ทจากแพคเกจหลักหมดแล้ว… กำลังมีค่าใช้จ่าย…

มันจะมีได้ไงวะ เน็ทเรา 4GB แถมท็อปอัปไปวันสิ้นเดือนอีก 3GB ต่อให้วันนั้นใช้เต็มๆ 1GB ก็แปลว่าเรามีเน็ทเหลือ 6GB จะหมดก่อนสิ้นเดือนได้ไงวะ

เลยโทรไป 1678 หาดีแทค… บอกสาเหตุให้พนักงานเสร็จก็เงียบไปนานก่อนจะแจ้งกลับมาว่า….

ค่ะ โปร 3GB หมดแล้วค่ะ (อันนี้ไม่แปลก) ส่วน 4GB ยังไม่หมดค่ะ และมีค่าใช้จ่ายจากที่ใช้เกิน 15 บาท….

(ไม่ได้ใช้หมดแล้วจะมีส่วนต่างได้ยังไงวะ!!!!)

พนักงานก็บอกจะทำเรื่องลดค่าใช้จ่ายให้

ขอบคุณครับ ถ้าไม่โทรมานี่เน็ทก็ไม่หมด แต่จ่ายส่วนต่างเอาสินะ หรือถ้าเผลอไปสมัครโปร (3GB – 300 บาท) คุณก็กินฟรีเลยสินะ สาด

เดือนหน้าโปรลับที่ใช้อยู่ (ตอนสมัครโปรไอ้ที่โฆษณาผู้หญิงเรียกผู้ชาย รักอ้วนนะ รักอ้วนนะ อะไรสักอย่างนั่นอะ ลดให้ 50% สามเดือน) จะหมดลง คงได้เวลาลดเบอร์ดีแทคไปเป็นเบอร์รับเข้าอย่างเดียว ย้ายโทรออกกับเน็ทไปอยู่ซิมทรูดีกว่า…. จนกว่าจะเจอทรูทำอะไรแบบนี้ใส่คงลาขาดกับดีแทคแล้ว… แต่ไม่คืนเบอร์นะ จะจ่ายให้เดือนละน้อยที่สุดรักษาเบอร์ไว้แหละ

เพียงแค่หลับตาลง โลกนี้ก็มืดมิด ทุกอย่างก็หยุดลงจนกว่าจะลืมตาตื่นอีกครั้ง

ถ้าไม่ลืมตาขึ้น ทุกอย่างก็ไม่เคลื่อนไหว ไม่ต้องรับรู้อะไรทั้งนั้น

เพียงแค่ปิดตา โลกของเราก็จะหยุดนิ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมันก็แค่สิ่งที่ผ่านไปแล้ว

กระแสเวลามีแค่ปัจจุบันเท่านั้น อดีตเป็นแค่ข้อมูล

ข้อมูลคือสิ่งที่ใช้ทำให้ปัจจุบันดีขึ้น

อนาคตไม่มีวันมาถึง อดีตไม่มีวันย้อนกลับ

ทำได้แค่ปัจจุบันเท่านั้น

ความเจ็บปวดในอดีตก็ลืมมันเสียเหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น

คำสัญญา ภาระ และหน้าที่มีผลแค่ในปัจจุบัน แม้จะสัญญาในอดีต

ถ้าทำได้ก็ทำเสีย

เพราะคนที่สัญญากับเราอาจจะไม่ทำเสียเอง

เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องสมมติ หากชื่อตัวละคร หรือเหตุการณ์เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงนั้น เป็นความบังเอิญที่ไปตรงกันเท่านั้น

ผมเป็น… คนที่มีโลกส่วนตัวสูง…. ถ้าจะใช้คำให้ดูดีน่ะนะ หรือถ้าให้ฟังดูมีเกรดนิดหน่อย ผมว่าคำว่า “เลือกคบเพื่อน” ก็ฟังดูฉลาดดี เหมือนจะมีการตัดสินใจมากหน่อย แต่ความเป็นจริงแล้วผมรู้ตัวเองดี ว่าผมน่ะไม่ได้โลกส่วนตัวสูง หรือเลือกคบอะไรนักหรอก ผมก็แค่ไม่อยากจะมีเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนที่คบแล้วชีวิตไม่เป็นสุข

ผมจะเริ่มจากตรงไหนดีนะ? ผมเริ่มจากตรงที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นแล้วกัน ถึงแม้ว่าบางทีมันอาจจะไม่ใช่จุดเริ่มต้น ผมแค่คิดมาก หรือไม่ก็แค่อยากจะหาแพะสักตัวมาเป็นสาเหตุของการที่ผมไม่อยากจะคบใครก็ได้

ครอบครัวของผมนั้นค่อนข้างจะมีกันเองสูง พ่อมีเพื่อนนิดหน่อยที่โบสถ์ แม่มีสมาคมแม่บ้านเล็กน้อย แต่ครอบครัวเราไม่ค่อยสุงสิงใคร ถ้าเป็นเกมส์ RPG ก็คงจะเรียกได้ว่าพยายามรักษาความสัมพันธ์ไม่ให้ค่าปฏิสัมพันธ์ลดลงเท่านั้นเอง ในซอยบ้านเองก็เหมือนกัน บ้านเราอยู่หลังในสุด แปลว่าทุกๆ บ้านจะเห็นเราเดินผ่านไปผ่านมา แต่เราไม่เคยคบบ้านไหน ไม่เคยคุยกับใคร ยี่สิบกว่าปีในซอยนี้ผมเคยคุยกับมนุษย์คนอื่นไม่เกินสี่คนเสียด้วยซ้ำไป

นั่นอาจจะ (หรืออาจจะไม่ใช่) เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมไม่ค่อยคิดจะมีเพื่อนก็ได้ Read the rest of this entry »

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายปีมาแล้วครับ ตอนแรกๆ เขียนไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะรู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน ตอนนี้หลายปีละ เขียนไปก็คงไม่รู้ละมั้งว่าที่ไหน

เคยทำงานในบริษัทองค์กรใหญ่รายหนึ่งครับ สมัยก่อนผมจะเข้าไปทีมที่ผมเข้าไปทำนั้นมีสมาชิกอยู่สิบคน (เออ! สิบคน!!) แต่พอผมเข้าไปดันเหลืออยู่สามคน (รวมตัวผมแล้ว) ชีวิตก็ดี๊ดีครับ พี่เก๋เป็นคนที่รับงานส่วนใหญ่ไป ส่วนผมเป็นจูเนียร์ก็สบายหน่อย ทำตามหน้าที่พอ

ทุกวันจันทร์จะมีการเข้าประชุม ซึ่งก็ไม่ใช่หน้าที่ผมครับ พี่สองคนจะเข้าไป หลังๆ พี่งานเริ่มเยอะก็ให้ผมช่วยทำสรุป (แต่ไม่ต้องเข้า) ชีวิตผมก็เป็นสุขดีครับ แค่วันอาทิตย์มีงานเพิ่มขึ้นมาตอนเที่ยงคืนเท่านั้นเอง

เงินเดือนน้อยมากครับ (พี่มาเล่าให้ฟังว่าเขียนเงินเดือนไปที่ HR xx,000 บาท แต่ HR เสนอเงินมาแค่ (xx-5),000 บาท ซึ่งตอนนั้นก็บ้าจี้รับทั้งที่มันน้อยมาก)

พอหลังๆ พี่เก๋ลาออกไปแต่งงาน อ้าว ชิบหัย งานตกที่เรา ไม่เป็นไร เราเก่ง แบกไหว

พี่อีกคนก็โดนหัวหน้าหาเรื่องไล่ออกครับ…. โอเค เค้าผิดหรือไม่ผิดเราจะไม่พูดถึง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเค้าออก

ค…. เคว้งครับ ทั้งทีมที่เคยมี 10 คน บัดนี้เหลือคนเดียว

ตอนนี้ผมต้องทำทุกอย่าง (แต่ตำแหน่งและเงินเดือนเท่าเดิม) คือต้องเป็น PM, Content, Sales ตายครับตาย ตอนแรกบอกเลยแทบจะไม่มีชีวิต เป็นซอมบี้ไปเลย วันนี้จะมีอะไร พรุ่งนี้จะมีอะไรไม่รู้เลย ถ้าจะถามว่าว่างไหมต้องเปิด Google Calendar เท่านั้น คือมันแน่นทุกอย่าง งานนิตยสารก็จะเอาต้นฉบับ งานเว็บก็ต้องทำ ประชุมก็เข้า คุยกับ Dev ของเว็บอีก และที่สำคัญคือต้องออกงาน

คืองี้ครับ โดน AE ด่าว่า “เค้าไม่ซื้อ Ad. เว็บมึงก็เพราะมึงไม่ไปงานเค้าอะแหละ สัด”

ครับ… เมื่อก่อนตอนอยู่กันสามคนโคตรชอบเลยครับ ไปออกงานแล้วกลับบ้านทำงานที่บ้านต่อได้เลย ไม่ต้องนั่งออฟฟิศ (ส่วนตัวไม่ชอบนั่งออฟฟิศเพราะเวลาเลิกงานกลับบ้านโคตรยาก) คือผมก็ไม่ได้อู้หนีกลับบ้านนะ กลับบ้านแล้วก็ทำงานต่อ

พอลาออกหมด ผมก็สู้งานนะ (สู้เพื่ออะไรวะ) ทำแม่งสิบโมงถึงตีสองทุกวัน (ยอมรับว่าเหี้ยมาก เข้าออฟฟิศตอนแปดโมงไม่ไหว) เข้าสิบโมงแล้วก็ชดเชยให้ด้วยการทำงานอยู่ที่ออฟฟิศถึงสองทุ่ม จริงๆ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ทุ่มนึงรถมันติดกลับบ้านยาก เลยนั่งทำงานดีกว่า

งานก็ประดังประเดมาก ทั้งรีวิว บทความ นิตยสารและเว็บ ทำมันทุกอย่างคนเดียว (ตอนนั้นคุณรณฯ เข้ามารับช่วงต่อการประชุมกับทำรายงาน ซึ่งรายนี้ก็น่าสงสารพอกัน เพราะโดนจับไปโยนช่วยแผนกที่ไม่มีใครเอามาตลอด) ชีวิตคุณภาพตกต่ำลงทุกวัน

แล้ววันหนึ่งก็โดนเรียกไปคุย ตอนแรกนี่เข้าใจว่าโดนหัวหน้าชมเชยว่า “พี่รู้นะว่าเราทำงานหนัก เสาร์อาทิตย์ก็เข้าออฟฟิศ”

ใช่ครับ ตอนนั้นทำงานสัปดาห์ละเจ็ดวัน ชีวิตนี่ไม่ต้องมีเป็นของตัวเองเลย

รู้ไหมครับแวบแรกเขาบอกว่าอะไร……

เขาบอกว่า “พี่รู้ว่าแบงค์ทำงานสบาย พี่ว่าแบบนี้พี่อาจจะต้องคิดว่าอนาคตจะเอาแบงค์ไว้ในองค์กรไหม”

ขอบคุณพระเจ้…….. เดี๋ยวๆ ว่าไงนะ ทำงานสบาย….

ขอบคุณครับ พี่ให้เงินผมเท่านี้ ผมก็ยังเสือกกล้าขยันปั่นงานตัวเป็นเกลียว ออกงานทั้งที่ไม่อยากจะไป เข้าออฟฟิศเสาร์อาทิตย์ (โดยที่มี Art Director เห็นเป็นพยานชีวิต ถ้าวันอาทิตย์ไหนอาร์ตไดฯ เข้าออฟฟิศ) ผมโดนบอกว่าผมกำลังจะถูกถอดจากงาน อาจจะโดนไล่ออกเพราะทำงานสบาย

สามเดือนผ่านไป

MD คนใหม่นัดประชุม คุยๆๆๆๆ (โดยหาสาระอะไรในการประชุมดังกล่าวไม่ได้ เป็นเพียงการประกาศว่าฉันอยู่ตรงนี้! และพวกคุณอยู่ในสายตาของฉัน ซึ่งเราก็เข้าใจได้ แต่กูอยากออกไปทำงานต่อ) ปิดท้ายด้วยคำพูดว่า “แบงค์มีอะไรอยากจะบอกกับพี่ไหม”

“มีครับ…. หาคนให้ผมที ผมทำงานคนเดียวไม่ไหว”

สี่เดือนผ่านไป

MD พาหลานอายุ 13 ปีมาทิ้งไว้ที่แผนก ฝากเลี้ยง…. และบอกว่าพี่พาคนมาช่วยทำงานแล้วนะ (ขอบคุณครับ……)

สัปดาห์ต่อมา ไปแย่งคนจากบริษัทลูก (มีบริษัทแม่เดียวกัน) กลับมาอยู่บนชั้นนี้ จริงๆ คือพี่แกเหนื่อยกับงานเกมส์ด้านล่างนั่นแหละเลยอยากกลับมาฝั่งนิตยสาร ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกันพี่แกไม่เคยสนใจการประชุม (ว่าจะวางสารบัญหนังสือใหม่ ก็ตอบขอไปทีเหมือนกับให้จบๆ ไป ซึ่งก็จริง) ไม่เคยมีประโยชน์ในแผนก เพราะแกไม่คิดจะมาช่วยเขียนเลย เหมือนมานั่งเล่นเน็ทข้างบนแทน แต่ทุกคนคาดหวังกับกลุ่มนี้มากขึ้นเพราะมีคนเพิ่มขึ้น ซวยกูอีกสิ

หกเดือนผ่านไป

ผมเริ่มชินกับชีวิตบัดซบ ผมยอมรับว่าคุณภาพชีวิตยังแย่เหมือนเดิมแต่เริ่มชินแล้ว หรือเราจะไม่ออกดีนะ (แต่เงินเดือนน้อยอย่างนี้ไม่มีอนาคตแน่เลยว่ะ) ผมเริ่มลังเล ผมมันเป็นพวกไม่ชอบการฟันฝ่าอะไรมากมายเสียด้วย ถ้าอยู่กับที่แล้วเรารับมือไหวก็ดีออก

หัวหน้าเรียกไปคุยอีกครั้ง เรานึกว่าเขาเห็นผลงานฝีมืออันเป็นที่ประจักษ์ว่าเรามันถึกเหมือนควาย นอนน้อย ทำงานทุกวันได้ทั้งที่รับเงินเดือนน้อยกว่าเด็กจบใหม่

หัวหน้าบอกว่า “แบงค์ออกมั้ย ทำงานสบายแบบนี้ หกเดือนแล้วเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเลย”

“…………………………………”

“ผมว่าจะออกครับพี่เอก ผมไม่อยากทำงาน (กับมึง) แล้ว”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมพูดออกไปในนั้น

เจ็ดเดือนผ่านไป

ลาออกปั๊บ มันได้คนใหม่มาทำงานเลยครับ…. แถมอีคนใหม่ให้ช่วยเขียนงานสี่หน้าให้สองพันบาท (น้อยสัส แต่ก็รับ) สั่งเที่ยงคืนเอาหกโมงเช้า แทบจะตายกว่าจะเขียนครบหกหน้า…. จนตอนนี้ปี 2015 มันยังไม่จ่ายเงินค่างานเขียนเลยครับ

พฤษภาคม 2015
อา พฤ
« เม.ย.    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • เติมฉัน แต่อย่าเต็ม... ก่อนที่จะไม่เห็นค่าของมัน- 12 hours ago
  • RT @9GAGTweets: Such a rude dog - http://t.co/3ltDDfZCfX- 13 hours ago
  • RT @notsosad: หน้าร้อนมันก็ดีตรงฟ้าอย่างสวย แต่มันก็ห่วยตรงมันร้อนนี่แหละ -..-- 22 hours ago
  • ทำไมโปรเจคต์ Kickstarter ตัวนี้มันไม่เต็มซักทีหว่า นึกว่าจะเต็มใน 24 ชั่วโมงอะไรเง้- 1 day ago
  • dust. bankkung.wordpress.com/2015/05/22/dust- 1 day ago
  • I think I'd survive living without you, but I was wrong.- 1 day ago
  • RT @TwitAA_bot: ‌   ∧_∧   ry´・ω・`ヽっ   `!     i    ゝc_c_,.ノ     (     )  .∧_∧.( (´・ω・ ∩ o   ,ノ O_ .ノ  .(ノ ━━- 2 days ago
  • @plynoi จู๋ม้า 18-24 นิ้ว ข่าวน่าจะพาดหัวผิด ไม่งั้นคงจะระทมน่าดู- 2 days ago
  • พ่อง- 2 days ago
  • ใส่เมล์เพื่อปลดล็อกผ่าน ... ใส่เมล์เพื่อขอรีเซ็ทพาสเวิร์ด...ไม่ผ่าน- 2 days ago
  • พยายามล็อดอิน paysbuy และพบว่าลืมพาสเวิร์ด กดขอรีเซ็ทไปสิบรอบ... ไม่ส่งมา กดล็อดอินไปอีก... แอคเคาต์โดนล็อก ใส่อีเมล์เพื่อปลดล็อก...ผ่าน- 2 days ago
  • @plynoi ต้องกดเบอร์อัลไลล่ะ- 2 days ago
  • เคยจะผูกบัตรเครดิตกะ paysbuy แต่จู้จี้มาก ผูกไม่สำเร็จ- 2 days ago
  • จะว่าไปยังหาลูกแมวที่มาของเสียงแอ๊วๆๆๆ ไม่เจอเลย ปวดเฮ้ด แม่แมวไปคลอดไว้ไหนฟะ- 2 days ago
  • RT @BabyAnimalPics: Wake up little kitty http://t.co/t251FJKIFX- 2 days ago
  • ฝนหยุดแล้ว โธ่ ตกต่อสิ- 2 days ago
  • @Analog_Ping โหดสัส Retina แล้วยังเห็น Dead Pixel ได้ นี่มันพังขนาดไหน- 3 days ago
  • @PolarKen งั้นทำจาย เดี๋ยวนี้แม้แต่ Google เองก็อัพเดทช้า มือถือหลากหลายรุ่นก็งี้ มิน่า Samsung อัพซะช้าเลย- 3 days ago
  • @PolarKen ใช้ CM12.1 สิ- 3 days ago
  • @PolarKen 555 แต่ Nexus 7 LTE นี่ช้าสุดเลยนะ โคตรน่าสงสาร- 3 days ago
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 3,049 other followers