วันสุดท้ายที่เชียงใหม่ เจอผีที่เชียงใหม่

Posted on: 22 มกราคม, 2009

วันสุดท้ายของการเที่ยวเชียงใหม่ของผมค่อนข้างจะต่างจากชาวบ้านนิดนึง เพราะว่าชาวบ้านเค้ากลับกันไปหมดตั้งแต่บ่ายสองแล้ว แต่เนื่องจากตั๋วรถไฟหมด พวกผมจึงต้องอยู่ต่ออีกวัน โดยมีเงินที่พอเหลือจากงาน 4 Carat ให้เป็นพ็อกเก็ตมันนี่ของพวกเราแปดคน

เรื่องเริ่มเมื่อบ่ายสองครึ่ง นั่งรถไปกับทุกคนที่สถานีรถไฟ เมื่อเพื่อนขึ้นรถไฟไปแล้ว (มีรด. ปี4 นั่งไปหัวลำโพงขบวนเดียวกัน แต่ไม่รู้กี่ร้อยคน แหม่ๆๆๆ หล่อๆทั้งนั้น) ให้ตายเถอะ พนักงานบอกว่าไม่มีรถเข้ากรุงเทพพรุ่งนี้ตอนเช้า ต้องบ่าย และต้องนั่ง sprinter ราคา600+ (ประมาณ 619หรือไงไม่แน่ใจ)

โทรเข้าศูนย์ของบริการรถไฟเชียงใหม่ ทางนั้นก็บอกว่ามี ก็ถามพนักงานหน้าห้องอีกทีว่าตกลง “มึงจะขายกูมั้ย? กูโทรมาเมื่อกี้เนี่ย ที่มึงรับอะ” (เอ่อ เขียนเพื่อความมันส์นะครับ ประโยคจริงๆไม่หยาบขนาดนี้ -*- พวกผมออกจะเรียบร้อย)

ก็มีอีป้ารถสองแถวมาเสนอว่าจะช่วยหาที่พักให้ คิดค่ารถคนละ 20 บาท (มีกันแปดคน ก็ร้อยหกสิบ) ก็นั่งไป แกก็ถามว่ามีงบเท่าใหร่ ก็บอกไปว่าขอคืนละ 300บาท ไม่เกินนี้มากนัก

ป้าก็จัดไป ไปถึงเสร็จก็เล่นกับหมาข้างล่าง ปล่อยเพื่อนขึ้นไปดูข้างบน โดยปกติแล้วแหย่ๆนิ้วไป หมามันจะดมๆ (หรือเฉพาะแมวกันแน่หว่า) ก็โดนเกือบกัด หมาเลว! ดีนะหดนิ้วกลับทัน เกือบโดนแม่งกัดซะละ

ไปถึง คุณครับ ห้องหน้าตาจินตนาการง่ายมาก คุณเคยอ่านการ์ตูนผีหลอกมั้ยครับ

กำแพงมีรอยปื้นๆหน้าคน กระจกแตกๆ ห้องน้ำเก่าๆ น้ำไหลตลอดเวลา

ครับ อย่างนั้นแหละ จะกระซิบเพื่อนว่า “แม่งน่ากลัวว่ะ” ก็ไม่กล้า เดี๋ยวเจ้าของจะมองว่าไม่เกรงใจเอาซะเลย

“อีกห้องเปิดแล้วนะคะ จะดูไหม” พนักงานถาม ก็ตอบโอเค เดินไปดู

รอยหน้าคน กระจกแตก พัดลมโกโรโกโส ห้องสีเหลืองด้วยความเก่า น้ำที่ไหลตลอดเวลา และเสียงน่ากลัวประหลาดพิลึกอันไม่ทราบแหล่งกำเนิด…

“น่ากลัวกว่าห้องแรกอีก!” นี่คือสิ่งที่ผมคิด แต่ไม่กล้าพูดออกไป เดี๋ยวโดนเจ้าของโรงแรมด่า

ก็บอกเค้าว่าของไปลงมติกับเพื่อนๆก่อน

เนื่องจากผมเป็นคนไม่กลัวผี แต่ดันจิตอ่อน ว่าง่ายๆคือมาทำให้กลัวเนี่ย ไม่ต้องผีหรอก คนผมก็กลัว แบบ เดินๆ โผล่มาตะโกนหรือกรี๊ดใส่เนี่ย ผมก็อาจจะช็อกเอาง่ายๆได้เหมือนกัน แต่คำพูดแรกที่ผมบอกเพื่อนๆผมก็คือ

“กูไม่เอานี่นะ ถ้าจะนอนกัน กูเดินข้างนอกทั้งคืนดีกว่า”

เป็นมติเอกฉันท์ นายน้ำเน่า ผู้ซึ่งไม่กลัวผีประกาศตนยืนยันไม่เอาโรงแรมนี้ ที่เหลือยอมรับโดยทั่วกัน

อีป้าก็รื้อกล่องคล้ายๆกล่องข้าวออกมา หยิบใบปลิวอีกโรงแรมนึงให้ดู ก็เอาวะ ไปก็ไป ไหนๆก็ไม่เอาที่นี่อยู่แล้ว

ไปถึงก็ขอดูห้อง… นี่ห้องละ 600 เหรอวะ มีแต่คนท่าทางจะชอบ ผมคนนึงล่ะ รู้สึกว่ามัน”ดีกว่า” ที่เมื่อกี้ แต่ว่าจริงๆแล้วไม่ได้ต่างกันเท่าใหร่เล้ย คือว่ามันห่วยอะ แต่คนอื่นบอกดีก็ดีวะ… ทีนี้โรงแรมนี้มีห้องสองระดับ ห้องสามัญ (พวกห้องธรรมดาไปจนถึง VIP) ราคาเริ่มต้น 600 กับห้องถูก (คิดว่าจริงๆแล้วน่าจะเป็นตึกที่ให้พนักงานพัก) เริ่มต้น 300

ก็ไปดูห้อง 300 บาทต่อคืนต่อ … บรรยากาศก้ำกึ่ง ดีกว่าห้องละสามร้อยห้าสิบโรงแรมผีสิงเมื่อกี้นิดนึง ห้องน้ำน่ากลัว แต่ไม่มีรอย ไม่มีรอยหน้าคนบนกำแพง แต่กระจกแตกๆเหมือนกัน… ผู้หญิงบอกว่าไม่เอา เพราะว่าเตียงเป็นแบบยก กลัวนอนๆอยู่ใต้เตียงแล้วหันไปเจอไอ้ที่ไม่ใช่คนสวัสดีจ้ะเข้าให้แล้วจะกรี๊ด

ก็ตกลงเอาห้องละหกร้อย (งบไม่ค่อยมี) ก็บอกเค้านอนหกคน จะได้ไม่โดนชาร์จค่าอีกสองคนเพิ่มเป็นแปดร้อย แล้วก็แอบๆเอาของขึ้นไป ไม่ให้รู้ว่าคนเกิน ทีนี้เค้าเปิดห้องให้ เป็น 202 กับ 211 ห้องตรงข้ามกัน ทั้งๆที่พวกผมขอห้องติดกัน ก็ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีมั้ง ก็เลยเปิดห้องตรงข้ามกันให้

น้ำร้อนห้องพวกผมไม่ทำงาน พนักงานก็เลยเดินไปที่โทรศัพท์บอกไปข้างล่างว่าจะเปลี่ยนห้องให้พวกผม คุยกันด้วยเสียงจริงจังมาก รู้สึกจะพูดประมาณว่า

“รู้แล้วน่า แต่น้ำมันไม่ทำงานนี่”
“ก็รู้ห้องนั้น แต่ว่าห้องนี้มันไม่ทำงาน”
“ผมตรวจหมดแล้ว กะอีแต่ตรวจน่ะ ผมตรวจและลองหมดแล้ว แต่มันไม่ทำงาน”
“บลาๆๆๆๆ”

สรุปว่าย้ายห้อง พอย้ายห้อง พนักงานไม่ยอมเดินเข้าห้องผมเลยแม้แต่น้อย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม บอกให้เอาหมอนมาเพิ่มอีกอันก็ไม่ยอมเพิ่มให้ แถมไม่มีเข้ามาตรวจน้ำร้อนเล้ย (ซึ่งมันก็ไม่ทำงานอีกแล้ว แต่พวกผมรู้ตัวหลังจากกลับมาตอนกลางคืน ซึ่งจะขอลงไปเปลี่ยนห้องก็คงไม่ได้แล้ว)

คำถามก็คือ ผมย้ายมาห้อง 203 ซึ่งอยู่ติดกัน แล้วทำไมไม่เปิดห้อง 202 กับ 203 ไปเลยวะ ไหนๆก็บอกแล้วว่าขอห้องติดกัน ต้องให้น้ำร้อนไม่ทำงานก่อน ถึงจะยอมเปิดห้อง 203 ให้ตู (แต่ผู้หญิงยังอยู่ 211 ตรงข้ามกับห้องเดิมของพวกผม)

แล้วก็เดินถนนคนเดิน..ไม่มีอะไรเดิน ช่วงนี้ข้ามปร๊าดไป ไม่เกี่ยวกับผี กลับมาอีกทีตอนห้าทุ่มละกัน

ก็ออกไปเล่นเน็ทเกือบๆเที่ยงคืน เดินหลงไปหลงมา ย่านที่ผมพักนี่ใช่เลย ซอยคาวบอยชัดๆ กระหรี่หมดอายุเต็ม บาร์ไม่ต่ำกว่าห้าสิบ แถมเดินหลงไปไกลซะด้วย กว่าจะหาร้านเน็ทเจอ

พอหาเจอก็เริ่มเปิด twitter

ซักสิบนาทีก่อนหมดเวลา เพื่อนก็โทรตาม ทีนี้ปกติพี่แกไม่เคยโทรตาม มาถึงก็ลุกมาเปิด คราวนี้มันแปลกๆก็โอเค อีกยี่สิบนาทีถึงห้อง โอเคนะ รอไปก่อน (แล้วก็คิดในใจว่าทำไมมันไม่ไปนอนวะ) ก็เล่นเน็ทไปเรื่อยๆ อ่านทวิตเตอร์จบตอนหมดเวลาหนึ่งชั่วโมงพอดี โดนค่าเน็ทไป 30 บาท (ไอ้ที่ 10 คือ oversea call แปะหราทับเวลาเล่นเน็ท จนนึกว่าครึ่งชม สิบบาท)

ก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีบรรยากาศที่ไม่น่าไว้ใจ ก็เลยเดินไปปิดห้อง ปิดหน้าต่าง ตรวจกลอน ลองดึง มั่นใจว่าต่อให้มีโจรเข้ามาก็ต้องรู้ตัวแน่ๆ เพราะบล็อกทุกทางไว้หมดแล้ว ถ้าจะเข้ามามันต้องทุบหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น

และแล้ว.. ผ้าปูเท้าหน้าห้องน้ำก็ยังคงไม่มี… ทำไมพนักงานไม่เข้ามาปูให้วะ …เอ้า ในห้องน้ำมีแต่ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูตีนไม่มีอีก หนาวนะเนี่ย พื้นกระเบื้องอะ

ก็นอนฝันร้ายบ้าบอเป็นผจญภัย RPG มาก

ตื่นมา… อ้าว ไหงไอ้บอยมันใส่หมวกคลุมหน้าอย่างนั้นอะ แถมยืนเอียงๆ 45องศาซะด้วยที่ปลายเตียง

เอาเหอะ กูเลิกคบมัน ไม่คุยกับแม่งหรอก

…แน้~~~ ห้านาทีแล้ว ยังคงท่าเดิมอยู่ ว่าแต่ทำไมมันกอดอกวะ?

อะโช้ะ คิกเข้าให้ โดนกูเตะซร้าาา… ชะอ้าว ผ้าห่มยัดใต้เตียง เตะไม่ขึ้น… กูนอนก็ได้วะ

ฟรืด…..คร่อกกก (เสียงหายใจของอีกสองคนร่วมห้อง)

………………………………………………………………………..สองคนนอนอยู่ข้างกูงั้นเหรอ?………………………………..แล้วไอ้ที่อยู่นี่มันอะไรล่ะ…………………………….ไหน ลองสะกิดไอ้ทีดิ๊

“ที มึงหลับสบายดีป่ะ”
“อือ สบายดี คร่อก (พูดสามคำ หลับต่อ)”

แต่ไอ้คนที่ไม่หลับน่ะ…ตู ! หลับไม่ลง เห็นๆจะๆอยู่ตรงหน้าเนี่ย

ชิ้งงงงงงง (เสียงบรรยายอากาศสงบนิ่งภายในห้อง)

แล้วมันก็ย้ายจากทับไอ้ทีไปทับไอ้บอย หายใจขัดขึ้นทันที ส่วนไอ้ทีท่าทางหายใจสะดวกขึ้น

30นาทีผ่านไป เส้นความอดทนขาดผึง… ไม่ยอมไปเรอะ!

“!@%#^#” (ไล่ด้วยพระนามพระเยซูนะ แต่จำไม่ค่อยได้พูดอะไรไปบ้าง)

แล้วก็คลุมโปง เอ็งไปม่ายไปตูม่ายสน นอนคลุมโปงดีกว่า อย่าโผล่มาให้เห็นหน้านะเอ็ง

ตีห้า ไอ้ทีตื่น สะกิดตู… ตูตื่นนานแล้ว พูดว่า “หลับสบายดีนิ” ไอ้ทีรู้ทันทีว่าหมายถึงอะไร บอกว่าอย่าเพิ่งพูด ไว้ออกจากห้องนี้ก่อน

ไอ้บอยเช็ดตีนหน้าห้องน้ำ มีแดงๆติดตีน อ่อ ตีนมีแผล? ไม่นี่หว่า แล้วผ้าปูตีนมันแดงได้ยังไงวะ?

สรุปส่วนของสามคนที่นอนห้องเดียวกัน และพูดคุยรวมเรื่อง

-เมื่อคืน ไอ้ทีโทรตามเพราะว่ารู้สึกเหมือนมีใครนั่งที่เก้าอี้ แต่พอหันไปก็ไม่เห็นใคร เลยหยิวกิ้ว โทรตามให้รีบกลับมาที่ห้อง… ชิบหาย เหมือนตูเลย ไอ้เก้าอี้ตัวนั้น
-พนักงานเปิดห้องให้ เป็นห้องติดกันกับห้องเดิม ทั้งๆที่ตอนแรกทำเรื่องขอห้องติดกันกลับไม่ยอมเปิดให้ แสดงว่าห้อง 203 ต้องมีอะไรที่ทำให้ไม่ค่อยอยากเปิดห้อง
-พนักงานไม่ย่างกรายเข้าห้องเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีเทสต์ ไม่มีตรวจ ไม่มียกสัมภาระเข้าให้
-ผ้าปูพื้นก่อนออกจากห้องมาจากไหน? เมื่อคืนคุ้ยหาทั้งห้อง ไม่มีซักผืน อยู่ๆก็โผล่มา

นี่แค่เบาะๆ ฝั่งห้องผู้หญิงที่นอนกันห้าคนก็มี

-ลิ่มเลือดในอ่างอาบน้ำ ตอนแรกนึกว่าใครมีแผล ก็เลยมาติดเป็นรอยอยู่ในนี้ ปรากฏว่าไม่มีใครมีแผล ไม่มีใครมีเมนส์
-กระจกหลอนมาก แต่อันนี้อาจจะไม่ใช่ผี แต่หลอนไปเอง รู้สึกเหมือนมีคนอยู่ในนั้น
-ลืม (ต้องไปถามพวกผู้หญิงใหม่ว่าเจออะไรอีก)

ส่วนตัว

-ลิ่มเลือดมันไล่จากห้องผู้หญิงมาห้องผม เป็นไปได้ไหมว่าเป็นปรากฏการณ์ต่อเนื่อง
-กระจกผมก็รู้สึก แต่คิดว่าน่าจะคิดไปเอง ตอนนี้ฟังแล้วไม่แน่ใจ แต่ถ้าใครถามยังยืนยันว่าน่าจะคิดไปเอง
-ผ้าปูพื้นมาจากไหน? ไม่มีใครปู และผมเป็นคนล็อกห้องเอง ผมล็อกสองชั้น แม่บ้านเข้ามาไม่ได้แน่นอน แล้วก็… ตอนจะออก กลอนล็อกไม่สนิทเหมือนเมื่อคืน….. ตูล็อกเองแล้วทำไมมันขยับต่างจากเมื่อคืนวะ?

สรุปว่า….ไม่กลัวผีครับ เลยไม่กรี๊ด แต่ไม่กล้าลุกจากเตียงมาเปิดไฟเหมือนกัน

Advertisements

4 Responses to "วันสุดท้ายที่เชียงใหม่ เจอผีที่เชียงใหม่"

แม่งไม่น่าเล่าเลย กูก้อไม่น่าอ่านให้เสียสายตา ขอบอกว่ากูโคตรเกียดคนโพสเลย

เรื่องมากแบบนี้ ไม่ต้องไปเที่ยวไหนอ่ะ

จะเรื่องมากครับ จะเที่ยวครับ จะบล็อกด้วยครับ ถ้าไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องอ่านแต่แรกสิวะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มกราคม 2009
อา พฤ
« มิ.ย.   เม.ย. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

Tweet from twitter

Error: Twitter did not respond. Please wait a few minutes and refresh this page.

%d bloggers like this: