วันนี้ ตอนนี้

Posted on: 3 สิงหาคม, 2009

ผมคิดว่าคงไม่ผิดนัก ถ้าตัวเองหลังจากนี้จะบ่นว่าทำไมถึงไม่ไปอ่านหนังสือแต่มาเขียนบล็อก

ผมไม่ได้เขียนบล็อกมากนัก เพราะรู้สึกว่าบางทีก็ทำให้คนอื่นเซิร์ชมาเจอโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วจะพลาดมีอะไรรั่วไหลออกไป แต่วันนี้ขออีกครั้ง เขียนบล็อกที่เวิร์ดเพรสที่ไม่ค่อยได้เข้ามาดูแลนี่ เผื่อบางทีอะไรๆบางอย่างที่อยู่ในใจถูกระบายออกมาแล้วจะรู้สึกดีขึ้น

ผมโดนทิ้งสองครั้งจากผู้หญิงคนเดียวกัน ครั้งแรกตอนเดือนตุลาคม แน่นอนว่าเธอกับผมยังคงทำตัวเหมือนกับว่าเราไม่ได้เลิกกันจนกระทั่งปิดเทอมใหญ่ เธอปิดมือถือ ปิดการติดต่อสื่อสาร ขาดใจแทบแย่ แทบตาย ตอนนั้น สุดท้ายได้เจอกันอีกครั้ง เธอบอกว่าผมเป็นความผิดพลาดที่เธอต้องการจะลบเลือนออกไปจากชีวิต เป็นสาเหตุที่เธอลาออกจากมหาลัย เป็นความเจ็บช้ำที่ไม่อาจกลายเป็นที่หนึ่งในใจผมได้

ผมอยากบอกเหลือเกินว่าเธอเป็นที่หนึ่งในใจผมตลอดเวลา เพียงแต่ว่าเธอเองก็มองข้ามสิ่งที่ผมพยายามจะแสดงออกเหลือเกิน ผมเป็นคนที่เชื่อว่าคำพูดไม่สื่ออะไรเท่ากับที่คนๆนึงจะรู้สึกได้ ไม่ใช่ผมไม่เคยพูด เพียงแต่ผมพูดไม่บ่อย แค่ครั้งหรือสองครั้ง นอกนั้นให้เธอและเวลาพิสูจน์ตัวผมเองว่าผมรู้สึกกับเธออย่างไร แค่ไหน

วันนี้ที่จริงแล้วผมควรจะอ่านหนังสือ แต่ภาพเธอยังคงลอยอยู่ตลอดเวลา ผมเองได้ปรึกษากับตัวเองแล้วพบว่าควรจะเขียนไดอารี่ หรือ tweet บนทวิตเตอร์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะอาการดีขึ้น แต่วันนี้ภาพเธอกลับชัดขึ้นมาอย่างที่ไม่ควรจะเป็น วางชีทต่อหน้าก็ยังไม่เห็นชีท เห็นแต่ภาพที่ผมเดินกับเธอ ไปส่งที่รถไฟฟ้า กลับบ้านด้วยกัน แม้จะไม่ใช่ทางกลับบ้านของผมเลยก็ตาม

ผมรักเธอ และแม้ว่าจะเป็นคนรักหรือแฟนเธอไม่ได้อีกต่อไปแล้วก็ตาม ผมกลับรู้สึกว่าการพบเจอของเราเป็นเรื่องมหัศจรรย์ราวกับถูกจัดวางไว้ เป็นปาฏิหาริย์ที่ถูกเขียนไว้ เรารักแรกพบซึ่งกันและกัน แม้ว่าสิ่งที่ผ่านมาเหล่านั้นเธอจะบอกว่ามันเป็นความผิดพลาดก็ตามที ผมแค่อยากจะเป็นพี่น้อง (แน่นอนว่าตอนแรกคือขอเป็นพี่น้องแล้วกะไต่ความสัมพันธ์ต่อ แต่ตอนนี้ขอแค่นี้จริงๆ) ก็โทรไปบ้าง ทุกครั้งก็จะถูกตัดสาย และสุดท้ายที่เพิ่งผ่านมาก็โดนเมสเซจมาว่า “ฉันไม่อยากคุยกับคุณ กรุณาอย่าโทรมาอีก”

ผม…ไม่เคยพูดคุณ ผม กับเธอ เพรราะว่ามันทำให้ผมนึกถึงแฟนคนแรก เรามักเรียกกันด้วยชื่อเสมอ และติ๊กเองก็ไม่เคยคุณกับใคร ถ้าไม่ใช่คนที่มีความรู้สึกติดลบอย่างรุนแรง

ตัวฉันในอนาคตเอ๋ย แม้จะสอบเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ เหตุผลที่ฉันจะบอกนายว่าทำไมถึงไม่ยอมไปอ่านหนังสือแต่มาเขียนบล็อกนี่มันก็เป็นเพราะว่าทุกอย่างนั้นอัดอั้นจนฉันไม่ไหวแล้ว อยากตายเป็นสิบๆหน กรีดไปก็หนนึง แต่ทุกอย่างมันต้องไปต่อข้างหน้า ขนาดต่อให้ตายตอนนี้โลกก็ยังคงหมุนต่อไป แล้วอกหักตอนนี้โลกจะหยุดหมุนอย่างนั้นฤๅ

พระเจ้าให้ลมหายใจมา จงลองใช้ให้หมด ใช้ให้คุ้ม จำมิได้ฤๅว่าเคยบอกว่าจะตายเป็นคนสุดท้ายของโลก จะต้องอยู่ต่อไปให้ได้ จะไม่ยอมตายแน่ๆ แม้ว่าจะไม่สามารถก่อประโยชน์อะไรให้กับโลกนี้ได้ก็ตามที

หัวใจข้าเอยแม้ถูกเฉยเมยถูกทอดทิ้ง
ถูกรังแกบอบช้ำมานานที เจ้ายังมีฉันอยู่ข้างใน
ฉันแม้จะเป็นตัวของเจ้า หากแต่เราคงต้องแบ่งความรู้สึกล้า
แม้จะเป็นใครๆก็ตามนา อย่าได้มารบกวนเราอีกเลย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สิงหาคม 2009
อา พฤ
« พ.ค.   ต.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

%d bloggers like this: