Mobile CPU still growth

Posted on: 10 พฤศจิกายน, 2011


ARM เป็นบริษัทที่ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูนัก แต่อยู่ใกล้ตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะในสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ไม่ว่าแอนดรอยด์หรือไอโฟน (รวมไปถึงอย่าง บาดา มีโก และ ซิมเบียนด้วยเช่นกัน) ต่างก็ใช้ซีพียูของบริษัทนี้ทั้งนั้น
โดย ปกติแล้วบริษัท ARM จะไม่ได้ผลิตซีพียูขายให้กับบริษัทโทรศัพท์ หรือโรงงานเองโดยตรง แต่จะขายลิขสิทธิ์ในการผลิตให้แก่โรงงาน โดยที่บรรดาโรงงานและโทรศัพท์ต้องไปคิดค้นระบบโดยรวมแทน เพราะบนโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นระบบแบบ System On a Chip สิ่งที่ ARM ขายลิขสิทธิ์ให้จึงไม่เพียงพอสำหรับการผลิตโทรศัพท์มือถือ
สำหรับ นวัตกรรม ARM ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้จะเป็นการ์ดจอ Mail-400 โดยใช้อยู่ในสมาร์ทโฟนของซัมซุงรุ่น Galaxy S II นั่นเอง ซึ่งทำให้รุ่นนี้กลายเป็นรุ่นที่แรงที่สุดของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ในตลาดโลก นั่นเอง จะแพ้ก็มีเพียง PowerVR SGX543MP2 ที่อยู่ใน iPad 2 และ iPhone 4S เท่านั้น และล่าสุดที่ ARM ส่งมอบให้บรรดาบริษัทมือถือไปคิดค้นระบบได้แก่ Mail-T604 ซึ่งคุยว่าจะเร็วกว่า Mali-400 ที่ใช้กันในปัจจุบันถึง 5 เท่าเลยทีเดียว โดยคาดการณ์กันว่า T604 จะเริ่มวางตลาดได้เร็วสุดในช่วงกลางปีหน้า
แน่นอนว่าผู้ที่หยุดนิ่งใน สงครามความเร็วย่อมเป็นผู้แพ้ วันนี้ ARM เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ (ยังไม่ส่งมอบ) ได้แก่ Mali-T658 ซึ่งเร็วกว่า Mali-400 ถึง 10 เท่า และรองรับซีพียูถึง 8 คอร์ ในขณะที่ T604 รองรับเพียง 4 คอร์ ดังนั้นแทนที่ T658 จะเร็วกว่า T604 เพียงสองเท่าก็จะกลายเป็น 4 เท่า (ในทางทฤษฏี) แต่กว่าซีพียูตัวนี้จะทำระบบโดยรวมเสร็จและวางจำหน่ายได้ คงราวๆ ปี 2013 หรืออีกสองปีข้างหน้านั่นเอง


จาก ภาพแผนภูมิข้างบนค่อนข้างชัดเจนว่าในอีกสามปีข้างหน้า สมาร์ทโฟนที่มีพลังเทียบเท่ากับ Galaxy S II จะเป็นเพียงโทรศัพท์ระดับกลาง หรืออาจจะเป็นระดับล่างด้วยซ้ำไป และนั่นน่าจะทำให้เกมส์ที่บรรดาผู้พัฒนาสร้างขึ้นไม่ถูกจำกัดด้วยความสามารถ ทางการ์ดจอของโทรศัพท์มือถืออีกต่อไป
เราหวังว่าในปี 2015 เมื่อซีพียูระดับ Galaxy S II จะกลายเป็นแค่โทรศัพท์ระดับกลางหรือระดับล่าง หวังว่าทั้ง Microsoft, Google, Apple ต่างจะใช้ประโยชน์จากความเร็วตรงนี้ในการปรับแต่งระบบปฏิบัติการของตัวเองบน โทรศัพท์มือถือได้อย่างเต็มศักยภาพมากกว่าปัจจุบันนี้
หมายเหตุ
ผู้ ผลิตซีพียู ARM อย่าง Qualcomm นั้นเป็นซีพียูราคาถูก เพราะว่าไม่ได้ซื้อลิขสิทธิ์จาก ARM ไม่ว่าจะเป็นซีพียู หรือการ์ดจอ แต่เลือกที่จะออกแบบเองทั้งหมด ทำให้ราคาถูก และกลายเป็นผู้ผลิตซีพียูที่หลายๆโทรศัพท์ใช้กัน
ผู้ผลิตซีพียู ARM อย่าง Nvidia กลับต่างไปจาก Qualcomm เพราะว่าซื้อลิขสิทธิ์ของซีพียู แต่ว่าในส่วนการ์ดจอนั้นทำการคิดค้นวิจัยเอง
ส่วนซัมซุงนั้นซื้อลิขสิทธิ์จาก ARM ทั้งการ์ดจอและซีพียู นั่นคือเหตุผลว่าทำไมซัมซุงถึงมีเครื่องที่แรงที่สุดในตลาดตอนนี้นั่นเอง
ที่มา – i3.in.th

 

ในโลกซีพียู สมัย X86 รุ่งเรือง เราแข่งขันกันสร้างความเร็ว โดย intel เป็นผู้กระโดดแตะ 1.0Ghz ได้สำเร็จ หลังจากนั้นไม่เกินสามปี ซีพียูทั้งหลายสำหรับคอมพิวเตอร์ไปตันอยู่ที่ 3.0 Ghz โดยมีมากกว่านั้นประปราย เช่น 3.06 หรือ 3.6 Ghz แต่ก็ไม่ใช่สถิติ หรือความดีโดดเด่นแต่อย่างไร

หลังจากนั้น intel ได้เลือกเปลี่ยนสถาปัตยกรรมการผลิตซีพียู ของเล่นชิ้นแรกคือ Core2Duo ซึ่งหมัดเด็ดนี้น็อก AMD ที่วิ่งตามมาไกลๆ กระเด็นไปหลายปี อินเทลหลังจากนั้นเลือกที่จะเปลี่ยนสถาปัตยกรรมและเพิ่มจำนวนคอร์ ด้วยเหตุผลว่าการเร่งความเร็วซีพียูนั้นมันตัน ติดปัญหาเรื่องการบริโภคพลังงานและความร้อน (ตัวอย่างสมมติเช่น ซีพียู 3.0Ghz กินไฟ 45 Watt ต่อชั่วโมง แต่  6.0 Ghz กินไฟ 150  Watt ต่อชั่วโมง นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่คุ้มค่าในการเร่งความเร็ว)

ในโลกโทรศัพท์มือถือก็เช่นกัน ก่อนหน้านี้เป็นยังไงไม่มีใครทราบ โลกเรายังใช้เพียงซิมเบียนที่เรียกว่าสมาร์ทโฟน จนกระทั่งไอโฟนและแอนดรอยด์โผล่มา ซีพียูเริ่มช้า และไม่เพียงพอต่อการตอบสนองความเร็วที่ระบบปฏิบัติการโหยหา การเล่นเกมส์บนโทรศัพท์มือถือเริ่มเรียกร้องหาหน่วยประมวลผลเฉพาะ

ในที่สุดความต้องการซีพียูโทรศัพท์มือถือ (แตกต่างกับซีพียูคอมพิวเตอร์เรื่องการประหยัดพลังงานเมื่อไม่ใช้งาน) ก็มาถึง ก่อนหน้านี้แม้ ARM จะมีศักยภาพเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าตลาดโลกยังถูกครองด้วยซิมเบียน แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ทุกระบบปฏิบัติการต่างสร้าง Ecosystem และตลาดแอพ (Market, Ovistore, Marketplace, AppStore, Amazon Appstore) ยิ่ง ARM สามารถผลิตสถาปัตยกรรมของซีพียูและการ์ดจอสำหรับโทรศัพท์มือถือที่ทรงพลังมากขึ้นเท่าใหร่ก็จะยิ่งขายดี แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ซีพียูแรงขึ้นเพียงใดก็ไม่เห็นความแตกต่าง เพราะไม่มีความต้องการใช้งาน

ล่าสุดตามข่าวที่ Quote อยู่ข้างบนชี้ให้เห็นว่าศักยภาพการคิดค้นสถาปัตยกรรมของ ARM นั้นยังไม่ถึงที่ตัน บริษัทนี้ยังสามารถอัดซีพียู การ์ดจอ ที่แรงขึ้นได้เป็นสองเท่าทุกๆ หนึ่งปี แต่ข้อเสียของ ARM คือการที่บริษัทไม่ได้ขายซีพียูหรือการ์ดจอเอง แต่เป็นการขายลิขสิทธิ์โครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ตัวเองสร้างขึ้น ทำให้ผู้ผลิตทั้งหลายต้องไปออกแบบระบบที่เหลือเอง (ระบบ System-on-a-chip) ทำให้กระบวนการล่าช้า นวัตกรรมที่ ARM ขายลิขสิทธิ์วันนี้ กว่าจะไปอยู่ในโทรศัพท์และขายให้ใช้จริงก็ต้องรอไปอีก ปีครึ่ง ถึง สองปี โดยประมาณ

หวังว่า ARM ยังสามารถดันสถาปัตยกรรมของตัวเองได้อีกนาน ก่อนที่จะตันเหมือนครั้ง x86 ตันมาแล้วรอบนึง

Author – ผมเป็น NonGeek (ผิดตรงไหนบอกด้วย)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤศจิกายน 2011
อา พฤ
« ต.ค.   ธ.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

%d bloggers like this: