เมื่อกูเกิลกลับกลอก(?) และแอปเปิลซื่อตรง(?) [1]

Posted on: 29 มกราคม, 2012

เมื่อครั้งกูเกิลเปิดตัว Android 1.0 ครั้งแรกในปี 2008 จุดมุ่งหมายก็คือการต่อสู้กับแอปเปิล กูเกิลมีแผนบางอย่างที่จะทำอยู่แล้วในใจ ซึ่งไม่ค่อยจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร และกูเกิลมีแผนบางอย่างที่ไม่ได้ตั้งใจ เจตนาเดียวคือการกวนตีน iOS อย่างเต็มที่

อาจจะเป็นเพราะสิทธิบัตร ทำให้กูเกิลต้องทำแบบนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะกูเกิลเองจงใจจะฉีกแนวออกไปจากแอปเปิล หรือกูเกิลเองจงใจจะหาเรื่องแอปเปิลด้วยการกวนตีนแบบอ้อมๆ ก็เป็นได้ใครจะรู้

เริ่มจากการดีไซน์ ในขณะที่แอพพลิเคชัน (จากนี้จะเรียกว่า แอพ, แอป) ของฝั่ง iOS จะใช้พื้นที่บนหน้าจอมาก กล่าวคือจะต้องแบ่งพื้นที่ด้านบน ด้านข้าง (แล้วแต่ผู้พัฒนาจะถนัด) เพื่อทำปุ่ม Back, Menu เพราะว่าตัวเครื่องของไอโฟนนั้นไม่มีปุ่มอื่นใด นอกจากปุ่ม Home นั่นเอง (ปุ่มเำพิ่มเสียงลดเสียงปิดจอ ไม่นับ)

จากภาพตัวอย่าง ปุ่ม Recent ด้านบนทำให้แถบพื้นที่ข้างบนทั้งหมดถูกจองไว้สำหรับปุ่มๆ เดียว (เลยต้องใส่ Title เข้าไปให้คุ้มค่าพื้นที่ และไม่ดูน่าเกลียดจนเกินไป)

ในขณะที่ฝั่งแอนดรอยด์ทำให้พื้นที่บนหน้าจอคุ้มค่ากว่า ด้วยการเพิ่มปุ่ม Hardware ที่ชื่อว่า Menu button เอาไว้ ทำให้ไม่ต้องจองพื้นที่บนหน้าจอเพื่อทำการ Navigation

ทำให้เมื่อทำการกดปุ่ม เมนูจะเด้งขึ้นมาแทน ก็ไม่รู้ว่ากูเกิลจงใจทำแบบนี้เพื่อที่จะบอกว่าเราจงใจที่จะไม่เหมือนแอปเปิล หรือเราเก่งกว่าแอปเปิล หรือวิธีนี้ดีกว่านะ กันแน่

ในสมัยแรกของแอนดรอยด์ เหมือนจะพยายามทำตัวให้ตรงกันข้ามกับ iOS เท่าที่จะทำได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความเปิดกว้างของ Android Market (เทียบได้กับ iOS App Store) ที่เปิดกว้างรับทุกอย่างเข้าไป (จนมีแม้กระทั่ง แอพหลอกลวง แอพเหยียดชนชาติ แอพมัลแวร์ และ ฯลฯ) คือแอนดรอยด์ในยุคแรกวิ่งตาม iOS เต็มที่ และวิ่งแบบกะเก็บของหลุดที่ iOS ไม่ยอมทำให้ทุกเม็ด ผลคือยอดขาย/ความนิยม ก็ได้แค่ระดับนึงไม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งกูเกิลคิดได้ว่าเราต้องก้าวข้ามแอปเปิล ไม่วิ่งตาม ผลลัพธ์คือ Android 2.0 (นั่นแหละครับ จุดที่แอนดรอยด์เริ่มแจ้งเกิด)

เรื่องต่อมา การกัดประปราย จากสิ่งที่แอปเปิลทำไม่ได้ แอนดรอยด์ทำได้

โอย เรื่องนี้มีเยอะ แถมบางทีตอนแรกแอนดรอยด์เองก็ทำไม่ได้ แต่ถ้า Root เครื่องจะมีแอพที่ทำหน้าที่พวกนี้ได้ ทำให้สุดท้ายกูเกิลยัดมาเป็น Official Feature นะเธอว์

  • Capture Screen (Android 4.0)
  • WIFI Tether (Android 2.2)
  • Navigation (Android 1.6)
  • Multi-Tasking (Android1.0)
  • Front/Multi Camera (Android 2.3)
  • Browser Download (ไม่รู้)

และอีกมากมายที่นึกไม่ออก (เยอะเกิน) โดยมักจะเป็นของที่คนใช้ไอโฟนอยากจะใช้ได้ โดยไม่ต้องเจลเบรก (หลายๆ ตัวถ้าเจลเบรกจะใช้ได้ เช่นแชร์ไวไฟ, มัลติทาสก์ และแน่นอน ปัจจุบันทำได้เกือบหมดโดยไม่ต้องเจลแล้ว ยกเว้นบางตัว)

เรื่องต่อมา Tablet

เรื่องนี้คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าตลาด Tablet ยังไงก็เกิด (ไม่เชื่อ? ไปเดินงาน Thai Mobile Expo 2012 สิ ขี้คร้านจะเห็นคนถือ Tablet ยังไม่แกะที่ปิดหน้าจอรอต่อคิวแปะกันรอยเยอะกว่าโทรศัพท์เสียอีก)

เริ่มจาก iOS Tablet อย่าง iPad ที่ดูยังไงมันก็แค่ iPod Touch ที่จอใหญ่ขึ้น (แต่ว่า อ่านนี่ และ อ่านนี่ อืมมมม เริ่มจะไม่กระจอกแล้วสิ) เอาล่ะ ถึงมันจะเป็นแค่ iPod Touch ที่จอใหญ่ขึ้น แต่จากยอดขายแล้ว ปล่อยๆ มันไปเหอะ สองปีขาย iPad ได้เท่ากับจำนวนประชากรประเทศไทยไปแล้ว :X

แต่แอปเปิลก็ยังสัญญาเอาไว้ (?) โดยแอปเปิลพูดอะไรก็จะไม่ผิดคำสัญญา (อันนี้) อันนี้ก็ไม่รู้ จนตอนนี้ก็ยังรักษาสัญญานะ แต่ว่าก็ไม่รู้ว่าจะโยนทิ้งเมื่อใหร่เหมือนกัน 😛

ในขณะที่กูเกิลเห็นแอปเปิลมียอดขาย iPad ปีแรกล่อไป 14 ล้านตัว รวมไปถึงการที่ผู้ผลิตหลายๆ เจ้าเอา FroYo ไปทำเป็นแทบเล็ต (ซึ่งไม่ได้ดีไซน์มารองรับหน้าจอขนาดใหญ่) ทำให้ต้องออกตัว Honeycomb ออกมาแก้ขัด (แก้ขัดจริงๆ ครับ จนทุกวันนี้เปิดตัว Ice Cream Sandwich ไปเรียบร้อยแล้ว ยังไม่เปิด Source Honeycomb เลย) และแน่นอน มีหลายยี่ห้อที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น Motorola, HTC, Samsung, ฯลฯ แล้วผลลัพธ์เหรอครับ? ไม่รู้ว่ะ หาไม่เจอ (หาเจอแล้วจะมาอัพเดทตัวเลขตรงนี้อีกที)

แต่ที่แน่ๆ คือไม่เกิดอะครับ

อ๊ะ ยกเว้นตัวนึง ไม่รู้ตัวเลขแน่นอนเหมือนกัน แต่คาดการณ์กันเอาไว้ว่า 5 ล้านเครื่อง ใช่ครับ Amazon Kindle Fire นั่นเอง (อ่านตรงนี้)

มีเรื่องอยากเขียนต่อเยอะแยะเลย แต่ตอนนี้ขี้เกียจแล้ว เอาเป็นว่าตอนที่ [1] จบแค่นี้ก่อน

ครั้งหน้าจะมาต่อเรื่อง

  • เมื่อแอนดรอยด์จะโยนปุ่ม Menu ทิ้ง (อ้าว)
  • เมื่อแอนดรอยด์ไม่ได้เปิดอย่างที่คิด (แต่ก็ยังเปิดอยู่บ้าง)
  • เมื่อแอปเปิลเปิดกว้างขึ้น (กว่าที่เคย แต่ก็ยังปิดอยู่ดี)
  • ศัตรูทางธรรมชาติของกูเกิลและแอปเปิล
  • ยอดขายที่สวนทางนวัตกรรม คนต้องการนวัตกรรมมากมาย หรือความใช้งานง่าย ไม่ว่ามันจะมีนวัตกรรมหรือไม่

ส่วนตอนนี้ขออู้ล่ะครัฟ ขี้เกียจเขียนต่อละ

Advertisements
ป้ายกำกับ:

1 Response to "เมื่อกูเกิลกลับกลอก(?) และแอปเปิลซื่อตรง(?) [1]"

ชอบครับ วิเคราะห์ดีอะ…0/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มกราคม 2012
อา พฤ
« ธ.ค.   ก.พ. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

%d bloggers like this: