Hunger games : เกมส์โหยกระหาย

Posted on: 2 เมษายน, 2012

ไปดู Hunger Games มาครับ ได้อะไรหลายๆ อย่างเลยครับ และเนื่องจากไปดูกับแฟนที่ขอนแก่นครับ ถ้ากลับมาปุ๊บเขียนปั๊บไม่สนใจแฟนโดนเอาโน้ตบุคของคุณเธอฟาดกบาลแน่ เลยดองเอาไว้ก่อนเป็นเวลาสองวัน ผลคือเริ่มลืมละครับ :3

กลับมาที่เรื่องมิติที่เห็นจากในเรื่องก่อน (คำเตือน อาจจะสปอยล์)

  1. การสร้างภาพลักษณ์ในทางสังคม
  2. การเอาตัวรอดในสังคมชิงดีชิงเด่น แก่งแย่งหนทางรอดชีวิต
  3. ความแตกต่างทางชนชั้นในสังคม คนมีอันจะกิน กับคนที่ไม่มีแม้แต่จะกิน
  4. การควบคุมคนด้วยความกลัว และความหวังที่ครอบอยู่ในมโนภาพ การปฏิวัติ การสะกดใจ

ถ้าใครดูหนังเรื่องนี้แล้วจะพบว่าเกมส์ Hunger games (หรือที่แปลไทยว่าเกมส์ล่าชีวิต) เป็นเหมือนเกมส์เรียลลิตี้ให้คนสองกลุ่มดู กลุ่มแรกคือพวกในเมือง กลุ่มที่สองคือคนที่อยู่ในเขตที่เคยเกิดการปฏิวัติ (หรือที่เรียกว่า District 1 – 12)

แหม ทำไมหนังที่อิงเป็นการเมืองได้ช่างทับซ้อนกับการเมืองไทยยังไงก็ไม่ทราบได้

ในเมื่อมันเป็นเกมส์เรียลลิตี้ มันย่อมแปลว่าคนที่โดดเด่น หรือพูดง่ายๆ คือ “ขายได้” ย่อมจะถูกสปอนเซอร์ของรายการอวย (ไม่เชื่อไปดู AF สิ) แม้แต่ตัวละครนางเอก อันเป็นคนที่ไม่สามารถเข้ากับคนทั่วไปได้โดยนิสัย (เรียกว่าพวกสังคมแบ่งแยก ไม่สนใจคนภายนอกก็ว่าได้) กลับต้องทำตัวเป็น Public Figure เพื่อเรียกกระแสให้มาทางเธอ เพื่อโอกาสในการรอดชีวิตที่สูงขึ้น

การเอาตัวรอดในหนังเรื่องนี้ คือการฆ่าอีกฝ่ายเพื่อให้ตัวเองอยู่ได้เป็นคนสุดท้าย จะฆ่าหรือถูกฆ่ามันชัดเจนมาก แน่นอนว่าตัวเอกที่มากับนางเอกเลือกที่จะไม่ฆ่า และแน่นอน ตัวละครพวกนี้ถ้าไม่ใช่ตัวเอก แม่งตายไปตั้งแต่ห้านาทีแรกแล้ว

ฉากเริ่มการต่อสู้เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์ในคลังสารพัด ตัวละครต้องเลือกว่าจะเอาอาวุธอะไรมาฆ่าคนใกล้ตัวให้เร็วที่สุด….. แหม แค่ตรงนั้นไม่กี่นาทีก็ตายไป 25% ของตัวละครในการแข่งแล้วนะ

จะฆ่า หรือไม่ฆ่า (แล้วจะถูกฆ่าภายหลัง) ก็เลือกเอาละกัน

และแน่นอน การสู้เอาตัวรอดคนเดียวย่อมเป็นเรื่องยาก การมีคนระวังหลังให้ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่าเสมอ ผู้เขียนเลยประทานตัวละครเสริมมาเป็นเพื่อนกับนางเอก

และแน่นอนว่านางเอกฆ่าตัวละครที่ว่าไม่ลง

อืมมมม มันต้องลดตัวละครลงไปเรื่อยๆ นี่นะ ดังนั้นผู้เขียนเลยเขียนให้ตัวละครอื่นฆ่าตัวเสริมที่ว่า และนางเอกก็โมโหฆ่าตัวที่มาฆ่าตัวเสริมอีกที ฆ่าทีเดียวได้สองตัวเลยนะ โหดสัส

อย่างที่บอกว่าการแข่งเกมส์โหยกระหาย (เลือดหรือชีวิตก็คิดเอาเอง) นี้เป็นรายการเรียลลิตี้ แล้วใครจะดูเกมส์ที่ว่าเหล่านี้ล่ะ

  • คนในเมืองกรุง
  • คนเขตปฏิวัติ

คนในเขตปฏิวัตินั้นดูเพราะว่าเขาดูเหล่าเด็กที่เขาส่งไปตาย ว่าจะรอดกลับมาหรือว่าจะตาย ส่วนคนในเมืองกรุงนั้นดูเพราะว่าสนุกดี ดูคนฆ่ากันตายช่างสนุกแท้

คนในเมืองหลวงช่างมีรสนิยมบิดเบี้ยว และดูแคลนมนุษย์กันเองอย่างถึงที่สุด ว่าคนในเขตปฏิวัติไม่ใช่มนุษย์เหมือนกัน (ยกเว้นจากนี้จะมีฉากประเภทคนในเมืองกรุงกำลังจะฆ่ากันแล้วมีคนเชียร์ ถ้ามีแบบนี้เกิดขึ้นแสดงว่าคนในเมืองกรุงมันรสนิยมบิดเบี้ยวสุดๆ แต่ไม่ได้ดูแคลนคนเขตปฏิวัติ)

เหตุผลมันค่อนข้างชัดเจนมากๆ คนในเขตปฏิวัตินั้นเคยทำการปฏิวัติเมื่อ 74 ปีก่อน (หรืออาจจะมากกว่า) โดยพื้นที่ ที่เกิดการปฏิวัตินั้นมีทั้งหมด 12 เขต และเหตุผลก็ค่อนข้างชัดเจน คืออดอยากปากแห้ง ไร้ซึ่งอาหาร ไร้ซึ่งชีวิต หากแต่ว่าการปฏิวัติครั้งที่ว่านั้นล้มเหลว รัฐเป็นฝ่ายกำชัย และต้องการที่จะสะกดใจของเหล่าเขตปฏิวัติมิให้กล้าหือกับผู้ปกครองสาธารณรัฐ

คนในเมืองกรุงมองว่าการที่เขตอื่นๆ ส่งน้ำ, ปลา, อาหาร, พลังงาน เข้ามานั้น เป็นเพราะเป็นหน้าที่ มิใช่บุญคุณแต่ประการใด หากแต่ทว่าความเจริญในเมืองหลวงนั้นมิได้กระจายออกไปยังพื้นที่อื่นๆ เหมือนกับว่าสิ่งที่นครหลวงมอบให้กับพื้นที่ห่างไกล เป็นเพียงการจัดสรรอาหาร พลังงาน ไปยังพื้นที่เหล่านั้นเท่านั้น เขามิได้กระจายความเจริญออกไปอย่างทัดเทียม ราวกับว่าการมอบความเจริญให้พื้นที่ห่างไกลรังแต่จะทำให้เกิดการแข็งข้อขึ้น

ในขณะที่คนเขตอื่นๆ ต้องดิ้นรนหาทางเอาตัวรอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร หรือยา (ที่อยู่อาศัยและเครื่องนุ่งห่มคงไม่เป็นปัญหานัก เพราะที่อยู่มีกันอยู่แล้ว ส่วนเครื่องนุ่งห่มนั้นก็แปรไปตามพื้นที่ หรือทรัพยกรของพื้นที่นั้นๆ อยู่แล้ว) คนเมืองหลวงกลับมีเวลาว่าง มีเงิน มีทรัพยากรอันเหลือล้น จนมีอันจะกิน คนเราไม่แคร์เรื่องความสวยงาม หากปัจจัยสี่ยังคงขาดแคลนหรือได้ไม่ครบ (การที่เราอดอาหารเพื่ออย่างอื่นที่ไม่ใช่ปัจจัยสี่นับว่าเป็นอะไรที่โง่มาก) ภาพในหนังจึงสะท้อนออกมาด้วยการแต่งตัวของชาวกรุง อันสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชมในโรงได้เป็นอย่างดี

ตัวรัฐเองนั้นต้องการที่จะสะกดไม่ให้พื้นที่ทั้งหลายทำการปฏิวัติซ้ำอีก หากแต่การปกครองด้วยความกลัวนั้นย่อมที่จะทำให้สุดท้ายนำไปสู่การปฏิวัติ การปลดแอกความกลัวที่อาศัยอยู่ภายในใจออกไป เมื่อคนเราเผชิญกับสิ่งที่กลัว ทางเลือกมีเพียงเผชิญหน้ากับมัน หรือไม่ก็เมินหน้าหนีเสียเท่านั้นเอง

การจัด Hunger Games หรือเกมส์ล่าชีวิตนั้นเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ประการแรกคือการ ตอบสนองความต้องการของจิตใจอันบิดเบี้ยวของประชากรเมืองหลวง ว่าเป็นเกมส์เรียลลิตี้ที่ฆ่ากันตายอย่างสนุกสนาน ช่างเป็นเมืองหลวงที่วิปริตยิ่งนัก

ส่วนประการที่สองคือการสะกดมิให้บรรดาเขตก่อปฏิวัติกล้าเหิมเกริมอีกครั้ง โดยอ้างว่าเกมส์นี้เป็นการย้ำเตือนถึงความเมตตาที่รัฐมีให้กับการปฏิวัติ โดยไม่ได้ฆ่าตายยกเผ่าพันธุ์หรืออาณาเขต (แน่นอนว่ารัฐย่อมไม่ทำ เพราะหมายความว่าจะทำให้ขาดกำลังแรงงานที่ใช้ขับเคลื่อนประเทศชาติ) แต่แลกกับหนึ่งคนเข้าไปต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด

อีกนัยหนึ่งเป็นการแสดงสัญลักษณ์ของคำว่า ‘ความหวัง’ โดยไม่สนรูปแบบว่าคุณก็อาจจะมีชีวิตรอดได้ก็ได้ จงมีความหวังเพื่อความรอด

เรื่องราวของ Hunger Games นั้นเป็นเรื่องราวของผู้ที่ถูกกดขี่ที่พยายามจะปลดแอกตัวเองให้เป็นอิสระ แต่ทว่าไม่สำเร็จ และถูกสั่งสอนตราหน้าความกลัว (แต่มิใช่ความกลัวบริสุทธิ์อันนำไปสู่การปฏิวัติ) ให้เข้าไปในจิตใจ เพื่อมิให้เกิดการปฏิวัติอีกครั้ง ทั้งยังเป็นการยกระดับจิตใจอันบิดเบี้ยวของผู้ที่อยู่ในเมืองหลวง แหล่งรวมสมองและทรัพยกรของประเทศ (ขอเน้นย้ำว่าแหล่งรวม มิใช่แหล่งกำเนิดหรือแปรรูป) โดยอาศัยคำว่าความหวังในการควบคุมประชากรมิให้กล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติ เพราะถ้ามีแต่ความกลัว ไม่มีความหวัง การปฏิวัติล้มเหลวย่อมไม่สูญเสียอะไร แต่หากมีความหวัง การล้มเหลวของการปฏิวัติย่อมหมายถึงการสูญเสียบางอย่างที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ (แม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่มีอยู่จริงก็ตาม)

สุดท้ายนี้อยากบอกว่า : การเขียนบล็อกถึงมิติของหนังโดยสปอยล์ให้น้อยที่สุดมันลำบากมาก จริงๆ เขียนแบบสปอยล์เต็มรูปแบบไม่กั๊กน่าจะง่ายกว่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

เมษายน 2012
อา พฤ
« มี.ค.   พ.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • RT @L3GSV: So many stars taken this year, I've turned them into angels for my tree. https://t.co/v1hjRoB7w9- 1 day ago
  • @twometre แหม่ มิน่าล่ะ- 2 days ago
  • @twometre 700 กิโลนี่มันนอกเรนจ์ค้นหาละนี่หน่า- 2 days ago
  • @twometre วู้ยยย นี่ลุงจ่ายตังหรือเค้าพยายามแมทช์มา- 2 days ago
  • I earned 1382312 points (#89374) and 2503 results (#32557) by donating over 1 year (#105405) of cpu time to WCG wcgrid.org- 2 days ago
  • @Swearby สวยได้เลือกงิ- 2 days ago
  • @Swearby กรรม 555- 2 days ago
  • @Swearby ฮายโซว- 2 days ago
  • RT @xdadevelopers: MediaTek announces the Helio X23 and Helio X27 xda-developers.com/mediatek-annou… https://t.co/zVyRnF14gL- 2 days ago
  • นึกว่าเกมส์ค่ายเดียวกัน หน้าเหมือนกันซะขนาดนี้ https://t.co/u1J7cOOd53- 3 days ago
  • เฮ้ย ปลดประจำการก่อนไปญี่ปุ่นแค่สัปดาห์เดียว อดเห็นดิแบบนี้ แงแง twitter.com/TomyamWasabi/s…- 3 days ago
  • @toeysk หมายถึงขาหรือสาหร่าย- 3 days ago
  • เมื่อไหร่มึงจะเข้า Stable เนี่ย เอามาลง Dev Channel นี่แปลว่าเตรียมไหลตามกำหนดการณ์สินะ ส่วนพวก Beta ก็ใช้ได้ แต่ไม่อยู่ในรายชื่อคือรอต่อไป- 3 days ago
  • แต่ถ้าพูดตามตรง เว็บส่วนใหญ่เข้าด้วยโหมด Desktop อาจจะวุ่นวายกว่า App หน่อย แต่ทำอะไรได้มากกว่าเยอะเลย- 3 days ago
  • พอโน้ตบุครันแอพ Android ได้ เริ่มแยกไม่ออกว่าควรจะให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Desktop-web หรือ App-base กันแน่- 3 days ago
  • @plynoi น่าจะบังคับทำแบบยุโรปให้หมด ข้างในเป็น USB Type C ข้างบนมีหัวเปลี่ยนเป็น Lightning ได้- 3 days ago
  • @McKe3z งานดีว่ะ- 3 days ago
  • @McKe3z งั้นมึงไปคนเดียวละกัน- 3 days ago
  • @McKe3z หางานประจำทำไม่ได้แบบนี้ สงสัยจะม่ายล่ายปาย- 3 days ago
  • @McKe3z หาโปรตั๋วมาก่อน แต่ก่อนกันยาปีหน้าไม่มีตังแน่นอน หางานฝิ่นให้กูทำด้วยซิ- 3 days ago
%d bloggers like this: