สิบปีก่อน, บัดนี้, สิบปีข้างหน้า

Posted on: 29 กรกฎาคม, 2012

๑๘ นาฬิกา ๒๔ นาที วันที่ ๒๙ กรกฏาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ (aka, July 29th 2012)

อดีต

เมื่อสิบปีก่อน ผมอยู่ที่ไหนกันนะ… ปีนี้ปี 2555 ดังนั้นสิบปีก่อนก็ต้องเป็นปี 2545 สินะ แล้วตอนนั้นผมเป็นเด็กมัธยมปีอะไรกันหนอ? เรื่องทุกข์ใจในชีวิตจะเป็นเรื่องอะไร แล้วในตอนนั้นจะมีความฝันอยู่แค่ไหนกันนะ? แล้วจนถึงตอนนี้ฝันเหล่านั้นกลายเป็นจริงกี่ข้อแล้วกันนะ ฝันที่เลิกฝันไปแล้วกี่ข้อกันหนอ แล้วมีกี่ข้อกันเล่าที่กลายสภาพเป็นอย่างอื่นไปแล้ว

ปี 2545 ถ้าคำนวนไม่ผิด ผมคงจะเรียนอยู่ มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชื่อดังติดสะพานปลาสุดแสนเหม็น ช่วงเวลาอันแสนสุขยังคงอยู่ เนื่องจากผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเข้ามัธยมปลายแล้วจะต้องเรียนสายอะไร มันต้องเป็นสายวิทย์-คณิต อย่างแน่นอน (ชอบวิทยาศาสตร์) แม้ว่าผมอาจจะห่วยแตกด้านคณิตศาสตร์ไปบ้าง แต่สาย ศิลป์-คำนวน หรือ ศิลป์-ฝรั่งเศส คงไม่ถูกจริตผมแน่ ส่วนสายศิลป์-สังคม ไม่ต้องพูดถึง สายพวกนั้นน่ะ เก็บไว้ให้ตัวเหี้ยกับเด็กนักกีฬาฟุตบอลโรงเรียนเท่านั้น อยากไปถูกเขารังแกอีกหรือไง

สิบปีก่อน ผมมีความฝันอะไรบ้างนะ?

ความฝันของสิบปีก่อน คงไม่ได้เป็นอะไรที่ชัดเจนมาก นอกจาก เรียนให้จบๆ ทำงานมีเงินเยอะๆ แล้วก็แต่งงาน มีความสุข มีเงินใช้ กระมัง สิบปีก่อนผมไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะมานั่งคิดว่าจะหาอะไรกิน จะเอาอะไรดื่ม หรือจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง? สิบปีก่อนผมคงคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าชีวิตทำงานมันจะเป็นยังไง?

ช่างแตกต่างจากตอนนี้เสียเหลือเกิน

ปัจจุบัน

สิบปีผ่านไปไวเหมือนโกหก (เป็นคำพูดที่สงวนไว้ให้คนแก่พูด) บัดนี้ผ่านไปสิบปีแล้ว คงจะพูดยากว่าสิบปีก่อนมีความฝันอะไรที่ 1) สำเร็จแล้ว 2) เลิกฝันแล้ว 3) ล้มเหลวที่จะทำความฝันให้เป็นจริง ทั้งนี้ทั้งนั้นเกิดจากในสิบปีก่อนผมยังมีความฝันที่ไม่ชัดเจนอยู่เลย ไม่ใช่เพราะผมไม่ได้สนใจที่จะทำความฝันนั้น

ณ บัดนี้ คงถึงเวลาแล้วที่จะถามตัวเอง ตอนนี้ความฝันของผมคืออะไร มีเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จในกี่ปี (เมื่อครบสิบปีจะได้บอกได้ว่าสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สำเร็จ มันล้มเหลว หรือผมเลิกนับเรื่องนั้นเป็นความฝันแล้ว)

ตอนนี้ผมถามตัวเอง เนื่องจากความฝันของผมเองก็ยังคงไม่แน่นอน แต่ก็พอมีอยู่คร่าวๆ และ ณ วินาทีนี้ ผมอยากจะกลั่นกรองออกมาให้เป็นคำพูดที่เข้าถึง จับต้องได้อย่างชัดเจน ว่าผมต้องการอะไร? การให้ความคิดฟุ้ง เป็นเหมือนเมฆหมอกอยู่ข้างในใจอาจจะดี เพื่อให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ (หรืออีกนัยหนึ่ง – เปลี่ยนใจได้โดยไม่ลำบากใจ) แต่การมีเป้าหมายที่ตัวเองต้องการอย่างชัดเจน (อนึ่ง ผมไม่ใช้คำว่าเป้าหมายชีวิต เนื่องจากความฝันของเราสามารถเปลี่ยนกันได้) เพื่อที่จะไม่หันเหไปยั่งความสนใจที่ไม่ตรง หรืออ้อมค้อมวนรอบเป้าหมายอย่างเสียเวลา

ความฝันที่อยากจะทำในตอนนี้… เนื่องจากผมมีความเชื่อแบบคริสเตียน ว่าชีวิตนี้เรามีครั้งเดียว (ต่อให้เวียนว่ายตายเกิด เราก็เป็นคนอื่นใช่ไหม?) เราควรจะได้ทำสิ่งที่เรา *สมควร* จะได้ทำ ที่ไม่รุกรานอธิปไตยของความสุขใคร

  • ทำดีเพื่อคนอื่น (ภายใน – ตอนนี้)
  • อยากไปเที่ยวรอบโลก (ภายใน 10 ปี)
  • เรียนต่อ/จบ ปริญญา โท (ภายใน 5 ปี)
  • ไปอยู่ต่างประเทศถาวร (ภายใน 5 ปี)
  • ไปเรียนต่อต่างประเทศ (ภายใน 5 ปี เป็นแผนสำรองกรณีแรก)
  • แต่งงานกับผู้หญิง ที่ชื่อว่า …. ………… (ภายใน 10 ปี ชั่วชีวิตที่เหลืออยู่)
  • ตายอย่างสงบ (ภายใน ? ปี)
  • (ตอนนี้นึกออกแค่นี้)

ถ้าเป็นเมื่อก่อน การออกไปเที่ยวรอบโลกคงไม่เคยอยู่ในความคิด แต่หลังจากที่ได้ไปนิวยอร์ก เรื่องราวเหล่านี้ก็เปลี่ยนไป แต่ละเมือง แต่ละพื้นที่ย่อมเกิดจากประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน ผมไม่อยากอยู่ในกรงขึ้นสนิมอีกต่อไปแล้ว ผมอยากออกไปเห็นโลกภายนอกให้มากกว่านี้ เห็นอะไรต่อมิอะไรให้มากกว่านี้ ชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะนั่งอยู่กับที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลา 60 – 80 ปี แล้วก็ตายลงไปโดยที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย

ผมไม่ได้อยากเรียนปริญญาโทนักหรอกบอกตามตรง แต่มันก็เป็นเหมือนรอยด่างพร้อยในใจจนถึงทุกวันนี้ว่าสุดท้ายแล้ว เมื่อตอน ม.๖ ผมปิดกั้นจิตใจเกินไป ถ้าไม่วิศวะก็จะไม่เรียน (ทั้งที่มึงโง่คำนวนจะตายห่าเนี่ยนะ อัสนี เอ๊ย) ทำให้ผมไม่ได้เรียนคณะที่ทดแทนกันอย่าง IT หรือ Com-Sci

แน่นอนครับ ถ้าผมไม่ได้เรียนอัญมณีและเครื่องประดับ ผมคงไม่ได้มานั่งเขียนบล็อกนี้แน่ๆ หลายคนที่อ่านอยู่เราก็อาจจะไม่รู้จักกัน หรือรู้จักกันในรูปแบบอื่น ในฐานะอื่นก็เป็นได้ แน่นอน ผมอาจจะมีเพื่อนดีๆ มากกว่านี้ หรือน้อยกว่านี้ หรืออาจจะรู้จักกันในรูปแบบที่แตกต่างกันก็ได้ ผมไม่รู้หรอกครับ ว่าถ้าวันนั้นผมเลือกตัวเลือกอื่นมันจะแตกต่างกันอย่างไร

แต่ที่ผมบอกได้ก็คือทุกวันนี้ผมมีความสุขกับการที่ได้รู้จักพวกคุณ… แม้ว่าตัวเลือกเรื่องการเรียนของผมจะเป็นรอยด่างในการตัดสินใจโง่ๆ แต่ว่าการได้รู้จักพวกคุณไม่เคยเป็นเรื่องที่ผิดพลาดสำหรับผมครับ

ผมอยากจะแก้ไขรอยด่างในชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่นี่ก็เท่านั้นเอง

แน่นอนครับ หลังจากได้ไปอยู่ต่างประเทศแล้วก็เริ่มติดใจ(?) จริงๆ คือเห็นว่าประเทศเรามันห่วยแตกขนาดไหน ประชากรร่วมชาติได้คุณภาพมีกี่ % หรือเราจะร่วมกันแก้ไขปัญหาได้อย่างไรนี่ชัดเจนมากๆ (คือเลิกคิดจะแก้ไข แล้วหนีไปที่อื่นง่ายกว่า) ก็เลยมีแผนจะหนีไปอยู่ต่างประเทศ (สนับสนุนแผนการและอุดมการณ์โดยมารดาผู้ให้กำเนิดอย่างเป็นทางการ) ส่วนถ้าหนีไปอยู่ถาวรไม่ได้ก็เอาวะ ไปเรียนอะไรก่อนก็ได้ แล้วค่อยหาทางเอาดาบหน้าอีกที

ผมอยากแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง… ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเค้าไม่เอาผมเพราะอะไร? หรือเค้าไม่ต้องการผมแล้วจริงๆ เพราะอะไร? ผมรอที่จะได้เจอคนที่ผมจะแต่งงาน คนที่ผมจะรักมาตลอดชีวิต หรือถ้าเขาจะไม่แต่งงานกับผมก็ไม่เป็นไร เพราะผมได้คำตอบแล้วว่าความรักคืออะไร

(จริงๆ ผมว่าการ์ตูนญี่ปุ่นมีผลกับคนไทยมาก แล้วคำว่ารัก ในการ์ตูนญี่ปุ่นบางทีมันแค่ชอบเท่านั้นเอง แต่ด้วยความที่การแปลออกมาใช้คำว่ารักทำให้คนไทยหลายคนใช้คำว่ารักแบบผิดๆ ผมเชื่อว่าคนไทยที่เข้าถึงคำว่ารักจริงๆ มีน้อยกว่าที่เราคาดการณ์เยอะ บางทีคำว่ารักมันก็ไม่ได้มักง่ายอย่างที่เราคิด หรืออย่างที่เราเห็นนะ ผมว่า)

อนาคต

ตอนนี้ผมเริ่มดำเนินแผนการสำหรับการออกไปเที่ยวรอบโลกแล้วในเฟสแรก และหวังว่ามันจะเป็นไปตามแผนนะ และผมหวังว่าสิบปีข้างหน้า แผนเหล่านี้จะไม่มีอันไหนกลายเป็นแผนที่โดนยกเลิก หรือแผนที่ล้มเหลว แน่นอนว่าชีวิตเพอร์เฟกต์มันไม่ได้มีอยู่ทุกที่ โดยเฉพาะรอบตัวผมยิ่งเป็นไปได้ยาก แต่ผมหวัง และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าผมจะสามารถหันหลังกลับมาดูตัวเอง และบอกกับตัวเองว่า “นายทำได้ดีกว่าที่นายคิดมากแล้ว อัสนี”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

กรกฎาคม 2012
อา พฤ
« มิ.ย.   ส.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

%d bloggers like this: