My Last Wishes (คำขอสุดท้าย)

Posted on: 7 สิงหาคม, 2012

My death wishes (คำขอก่อนตาย)

WordPress นี่มันดีจริงๆ เลยนะ ว่าไหม ตั้งเวลาให้ทำการ publish เมื่อใหร่ก็ได้ อย่างน้อยผมก็มั่นใจได้ว่า ข้อความของผมจะถูกแสดงผลในเวลาที่ถูกที่ควร อย่างน้อยก็หลังจากที่ผมทำอะไรไปแล้วก็ตาม

ถึงทุกคน

ผมเสียใจจริงๆ ที่ทุกคนคิดว่าผมเข้มแข็งพอที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง ลุกขึ้นยืนด้วยขาของตัวเอง ผมเองเลือกที่จะไม่ลุกขึ้นยืน แล้วทำอะไรโง่ๆ แทน ผมมันก็แค่คนงี่เง่าคนหนึ่ง ที่สุดท้ายแล้วเวลาก็จะพัดพาสิ่งที่เรียกว่าความทรงจำไป สุดท้ายตัวตนของผมก็จะเป็นเพียงตัวอักษรในอินเทอร์เน็ต ที่ไม่มีใครใส่ใจอีกต่อไป ผมไม่ใช่คนดังที่จะสร้างชื่อให้อยู่บนอินเทอร์เน็ตตลอดไป ผมเป็นเพียงลมที่พัดมา ประเดี๋ยวก็จะผ่านไป คุณค่าของผมคืออะไร ตัวตนของผมคืออะไร ไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะจดจำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้ แม้ว่ามันอาจจะทัน หรือไม่ทันผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมยอมรับว่าผมไม่อยากตายนักหรอก แต่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างสู้กับมันต่อไป กับจบมันเสียตรงนี้ อะไรจะสบายกว่ากัน ผมคิดมาซักพักหนึ่งแล้ว ตั้งแต่วันที่ผมเดินข้ามถนนแล้วมีเสียงกระซิบที่บอกผมว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไปแล้ว ผมไม่มีค่าอะไรในตัวตนของผมอีกแล้ว ให้มันจบเสียตรงนี้ ให้มันสิ้นสุดเสียตรงนี้

ให้ทุกอย่างลบเลือน ถ้าในเมื่อตัวตนของผมไร้ค่านักก็ให้มันหายไป

ใช่ ผมมีอาการของโรคซึมเศร้า และผมคิดว่าผมไม่ได้แค่มีอาการหรอก แต่ผมเป็นเลยล่ะ อาการของโรคซึมเศร้าที่เกิดจากการสูญเสีย… ใช่ ผมสูญเสียสิ่งที่ผมเชื่อมั่น คนที่ผมเชื่อใจยิ่งกว่าชีวิตของผมเองเสียอีก

แน่ล่ะ ผมสูญเสียเธอไป เพราะผมไม่มีค่าพอที่เธอจะจดจำผม ตัวตนของผมมันไม่มีค่าอะไรในสายตาเธอเลย นอกจากหมากตัวหนึ่ง หมากตัวที่หมดประโยชน์แล้วก็ได้เวลาโยนทิ้งไป

ทั้งที่ผมบอกทุกคนเสมอว่าถ้าหากผู้หญิงประเภทนี้แสดงธาตุแท้ออกมา เราก็เพียงควรจะโยนพวกเธอออกไปจากชีวิตของเรา และบอกกับตัวเองว่าเราโขคดีแค่ไหนที่ไม่ถลำลึกไปจนถึงงานแต่งงาน คุณโชคดีแค่ไหนที่เห็นธาตุแท้ของพวกเธอ

แต่ผมกลับเกลียดเธอไม่ลง

ผมอยากจะเกลียดเธอ นังผู้หญิงโกหก หลอกลวง ความสุขที่ผ่านมาเป็นเรื่องจอมปลอมใช่ไหม มันไม่จริงเลยใช่ไหม

แต่ผมก็ทำไม่ได้ เพียงเห็นรูปเธอยิ้ม ผมก็ล้มลง
ขนาดผมควรจะสาปแช่งเธอ ผมกลับอธิษฐานขอให้เธอมีความสุข

ผมมันงี่เง่าแค่ไหนกันนะ

ผมมันไร้คุณค่าจริงๆ แม้กระทั่งทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อก็ยังไม่ได้ ผมเป็นมนุษย์เจ้าเหตุผล ทุกอย่างอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างต้องมี Logic รองรับ แต่เรื่องนี้ ผมฝ่าหลักการ ฝ่าทฤษฏี ฝ่าความเชื่อของตัวเอง และทำสิ่งที่ผมไม่เคยคิดจะทำมาตลอด

หลายคนถามผมว่าผมรักเธอตรงไหนกัน และผมรักเธอมากมายเพราะอะไร แล้วผมมั่นใจได้อย่างไรว่าเธอคือคนที่ใช่ อีกทั้งผมเคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อนไม่ใช่หรือ? ไม่คิดบ้างหรือว่าจะมีผู้หญิงแบบนี้ในอนาคตอีกครั้งล่ะ?

ผมรักเธอตรงไหน … ผมรู้ แต่ผมขอไม่บันทึกมันตรงนี้ ผมขอให้มันอยู่ในใจผม และลงไปข้างล่างนั้นพร้อมกับผม ส่วนผมรักเธอมากมายเพราะอะไร ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรเหมือนกัน มันเป็นเหมือนความรู้สึกสุข เมื่อได้อยู่กับเธอ เมื่อได้ใช้เวลาร่วมกันกับเธอ เมื่อได้เชื่อใจในตัวเธอ

ผมเชื่อใจในตัวเธอยิ่งกว่าตัวผมเองเสียอีก ผมรักเธอยิ่งกว่าตัวเองเสียอีก

ผมเป็นคนที่เกลียดตัวเอง เกลียดครอบครัวและสภาพแวดล้อมของตัวเอง
แต่เธอทำให้ผมเปลี่ยนความรู้สึกแบบนี้ เธอทำให้ผมรักตัวผมเอง เพราะเธอรักผม เพราะเธอ ผมถึงมีคุณค่ากับตัวผมเอง ผมถึงเห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัวของผม

เมื่อครั้งกระนั้น ผมชอบเธอ และผมคิดว่าผมจะไม่บอกเธอ เพราะผมจะขอชอบเธอไปข้างเดียวอย่างนี้ไปตลอด นานๆ ที จะได้คุยกัน ก็คงจะเป็นสุขใจแล้ว
แต่เธอก็เข้ามา ฝ่ากำแพงร้อยแปดพันเก้าและบอกกับผมว่าเธอชอบผม

โลกของผมที่มืดหม่นถูกจุดไฟขึ้นอีกครั้ง

แน่นอน ระยะแรกผมก็ยังลังเลที่จะไว้ใจเธอ ผมกลัว ผมกลัวผู้หญิง ผมกลัวว่าเธอจะทำให้ผมต้องแหลกสลายอีกครั้งหนึ่ง ผมกลัวที่จะไว้ใจคน เพราะผมเคยไว้ใจผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วเป็นอย่างไรเล่า ทุกอย่างพังทลาย ความเชื่อล่มสลาย และผมต้องทนเจ็บเจียนตาย

กาลเวลาผ่านไป และความเชื่อมั่นก่อตัว กำแพงที่กันเธอเอาไว้เริ่มหดเล็กลง และความเชื่อมั่นที่เอ่อล้นไหลเข้ามา กำแพงนั้นไร้ค่าแล้ว กำแพงนั้นสลายไป ผมเชื่อใจผู้หญิงคนหนึ่ง อีกครั้ง

กำแพงที่กันเอาไว้ กำแพงที่มีไว้ เพื่อมิให้ผมต้องใจสลายอีกครั้งหายไปแล้ว แน่นอนว่าถ้าเธอทำให้ผมผิดหวัง ผมย่อมจะใจสลายแน่นอน

ผมเคยคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นเวลาหนึ่งปีที่เราคบกันโดยไม่ได้เจอกันเลย ผมได้เจอกับเธอราวๆ ปีละ สี่ หรือห้าครั้ง เท่านั้นเอง และเธอสอนให้ผมรู้ว่าระยะทาง หรือสถานที่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการคบกันเลย (แม้ว่าจะจบลงด้วยการเลิกกัน และความจริงแล้วเธอทำงานห่างจากที่เรียนผมไปเพียงสองป้ายรถไฟฟ้าใต้ดินก็เถอะ)

และผมเคยคบกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เวลาหนึ่งปีที่เราเจอกัน แม้ว่าเราจะคบกันไม่ถึงปี แต่การเจอหน้ากันทุกวัน จนหลังๆ กลายเป็นไม่บ่อยนัก แต่ว่าความพันผูกทำให้ผมรักผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน

แต่เธอกลับจากผมไป โดยใช้ยาแรง… เพื่อให้ผมลืมเธอได้ “พี่แบงค์ทำให้หนูตัดสินใจลาออก การคบพี่เป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิต”

สำหรับผม ซึ่งเชื่อมั่นอยู่เสมอในสิ่งที่ตนเองเป็น ผมเชื่อว่าผมเป็นคนดี (ไม่นับในเชิงศาสนา) ผมเชื่อว่าผมเป็นคนดี…. มันเหมือนกับ… ไม่รู้สิ ผมเป็นคนดีจริงเหรอ ผมเป็นอย่างที่ผมเชื่อจริงเหรอ

เธอยอมรับภายหลังว่าเธอใช้คำเหล่านั้น เพื่อให้ผมตัดใจจากเธอได้

ชีวิตของผมผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นไปได้ แปลว่าถ้าหากผมจะอยู่ต่อ ผมก็น่าจะอยู่ได้

เพียงแต่ทว่า

ผมเชื่อมั่นว่าถ้าผมอยู่กับผู้หญิงสักหนึ่งคน ผมมั่นใจว่าผมจะไม่มีวันนอกใจเธอ ไม่มีวัน ไม่มีวันที่ผมจะสนใจผู้หญิงคนอื่นจริงๆ (ผมอาจจะชี้ให้เธอดูว่า โอย ดูคนนั้นสิ สวยจัง แต่ก็แค่นั้น) และผมเชื่อ และคาดหวังว่าเธอจะเป็นเช่นเดียวกัน

แน่นอน ผมคงไม่ไปคว้าผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ พร้อมจะเปลี่ยนใจจากผู้ชายง่ายๆ อย่างแน่นอน
ผมจริงจังกับความสัมพันธ์

เธอเป็นเด็กดี เป็นคนดี และนั่นก็ยิ่งตอกย้ำว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้น เธอไม่มีวันเปิดใจให้ใครเข้ามา แม้แต่กระผีกเดียว

แม้กระทั่งก่อนไป เธอโดนแซวเรื่องถ้ามีผู้ชายคนอื่น แน่นอน ผมทำหน้าบูดไปงั้นแหละ ผมเชื่อว่าเธอไม่มีวันทำ และเธอยังย้ำว่า “พี่โน หญิงจะเอาเวลาไหนไปหาคนอื่น แค่ทำงานกับเรียนก็หมดไปวันๆ แล้ว”

แน่นอน ผมเชื่อสนิทใจ ผมเชื่อยิ่งกว่าข่าวการตายของตัวเองอีกว่านั่นเป็นความจริง

แต่แล้วเวลาผ่านไปทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
สัญญาณการบอกเลิกชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ไม่อยากรับโทรศัพท์ ไม่อยากคุย ไม่อยากสนทนา ไม่รับรู้

ผมยังเชื่อว่าเธอแค่เหนื่อยเกินไป ผมยังเชื่อว่าเธอแค่พักผ่อนไม่เพียงพอ

จนกระทั่งวันหนึ่งเธอบอกว่าเธอนอกใจผมแล้ว

เธอคนที่ผมเชื่อมั่นยิ่งกว่าตัวเอง เธอคนที่ผมเชื่อว่าเป็นเด็กดี เป็นคนดี และไม่มีวันเปิดใจให้ใครเข้ามาแม้แต่คนเดียว
เธอคนที่เป็นโลกทั้งใบของผม

โลกของผมพังทลาย และสิ่งที่ผมเชื่อมั่นก็หายไป

ผมได้พบความจริงที่ดีอย่างหนึ่งว่าผมมีเพื่อนเยอะมาก
เพื่อนผมทุกคนต่างเข้ามาทดแทนในที่ของเธอให้ผม แน่นอนว่าเพื่อนแต่ละคนไม่ได้ใหญ่ขนาดจะมาเป็นโลกทั้งใบให้ผมได้ แต่ทุกคนรวมพลังกัน และกลายเป็นโลกทั้งใบให้กับผมชั่วขณะหนึ่ง

ปลาบปลื่้มเหลือเกิน ผมมีเพื่อนดีๆ เยอะเหลือเกิน

แต่ทว่าทุกคนมีภาระ และหน้าที่ ทุกคนคาดหวังว่าผมควรจะลุกขึ้นมาด้วยตัวเองได้ เพราะว่าเพื่อนผมไม่สามารถเป็นโลกทั้งใบให้กับผมได้ตลอดไป ผมจะต้องลุกขึ้นมาเอง อยู่กับโลกที่แตกสลาย และความหวังใจที่ว่างเปล่า

ขอโทษทุกคนจริงๆ ที่ผมไม่สามารถลุกขึ้นมาได้
ในวันที่ทุกคนกลับไปอยู่ในหน้าที่ของตน โลกที่แตกสลายของผมยังคงแตกสลายอยู่อย่างนั้น

ขอโทษป้าเกด ขอโทษป้าทิพย์ ขอโทษแมคกี้ ขอโทษพี่ไบรท์ ขอโทษพีซ ขอโทษแพร ขอโทษฝ้าย ขอโทษแบงค์ ขอโทษที ขอโทษพี่ทราย ขอโทษที่หนู ขอโทษเอ้ ขอโทษทุกคนจริงๆ ขอโทษครับ ขอโทษอีกหลายๆ คนที่คงจะไม่เอ่ยนาม ผมยังจำสิ่งดีที่คุณทำให้ผมได้ทุกคน เพียงแต่ผมไม่แน่ใจว่าคุณอยากให้ผมเอ่ยชื่อในวาระนี้หรือเปล่า

นั่นสินะ ผมเริ่มเขียนมาจนถึงตรงนี้ แล้วก็เริ่มสงสัยว่าสิ่งที่ผมกำลังจะทำมันจะถูกต้องหรือ
ไม่หรอก มันไม่ถูกต้องแน่นอน

พวกคุณไม่รู้หรอกว่าการเป็นผม เป็นนายอัสนี มันลำบากแค่ไหน แน่นอน ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นพวกคุณมันลำบากสักแค่ไหน… ผมค่อนข้างชอบ กับการที่ตัวเองเป็นมนุษย์สมองซีกขวา ทุกอย่างทำงานผ่านรูปภาพ ในสมองถูกเชื่อมด้วยสิ่งเชื่อมโยงระหว่างกัน มันเปรียบได้เหมือนกับการลากจุดแต่ละจุดมาเชื่อมโยงกัน มันคือ World Wide Web ในสมองของผม

แต่ในหลายครั้ง เส้นใยที่ระโยงระยางระหว่างจุดพวกนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ช่างยากลำบากเหลือเกิน ณ ตอนนี้ ณ ตอนที่กำลังเขียนจดหมายฉบับนี้ เพียงแค่ผมหลับตา ทำใจให้ผ่อนคลาย ผมกลับเห็นเธอ ผมสลัดภาพเธอออกไปไม่ได้ และเมื่อผมเดินบนถนนบางเส้น สถานที่บางแห่ง ผมก็เห็นภาพซ้อนทับ อาการของผมรุนแรงพอประมาณ มันรุนแรงพอที่ภาพในสมองทับภาพความเป็นจริงสนิท หรือถ้าว่าง่ายๆ คือถ้าเดินข้ามถนนอยู่ก็โดนรถชนตายได้นั่นเอง

มันทำให้ผมเกิดคำถามอีกครั้ง ว่าการอยู่ต่อไป จะดีกว่าจบสิ้นทุกสิ่งอย่างตรงนี้จริงหรือ

ผมเคยเชื่อว่าผมมีความพยายามในการเอาชีวิตรอดสูงมาก อย่างน้อยผมก็เชื่อว่าผมจะตายเป็นคนสุดท้ายของโลก ผมจะไม่ยอมให้อะไรเอาชีวิตผมไปง่ายๆ แต่ตอนนี้ผมกลับคาดหวังจะไม่อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป

ผมกำลังเดินในทางที่ผิด และผมคาดหวังว่าใครจะช่วยผมได้
ที่แน่ๆ คืนนี้อัสนี จะต้องตาย

ถ้ารอดชีวิต นั่นก็ไม่ใช่อัสนีอีกต่อไปแล้ว
ไม่ใช่ผมอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่ผมคนที่มานั่งเขียนอะไรไร้สาระอยู่ตรงนี้

หรืออาจจะตายไปด้วยกันทั้งหมดก็ได้

บล็อกนี้ถูกเปิดสู่สาธารณะในเที่ยงคืนของวันใหม่ 8 สิงหาคม ครบรอบวันที่เธอไปออสเตรเลียได้ 60 วันพอดี หกสิบวันที่เหมือนกับตกนรกทั้งเป็น หกสิบวันที่ผมฆ่าตัวเองตลอดมา ไม่น่าเชื่อเลย ผู้หญิงที่ผมรัก และไว้ใจยิ่งกว่าชีวิตของตัวเองจะมีคนอื่นในเวลาที่ไม่ถึง 60 วันด้วยซ้ำไป
จริงๆ ถึงเธอจะมีคนใหม่หลัง 60 วัน ก็ยังคงทำใจไม่ได้อยู่ดีนั่นล่ะ

ผมถามพระเจ้า ถามเหมือนกับที่โยบถามพระเจ้า
ทำไมถึงต้องเป็นข้าพระองค์
แต่ผมแตกต่างจากโยบ ผมไม่ใช่คนที่ดีพร้อมในสายพระเนตรของพระเจ้า ผมไม่รู้ว่าบาปผิดอะไร ที่ทำให้ผมต้องกลายเป็นแบบนี้
แต่ผมก็ยังคงถาม ทำไมต้องเป็นข้าพระองค์
ผมยังคงไม่ได้รับคำตอบ
เอาเถอะ ผมจะลองถามพระเจ้าดู ถ้าพระองค์ไม่เบือนพระพักต์หนีผมไป
แม้พระองค์อาจจะไม่ตอบ
ผมก็จะร้องถาม
ทำไมถึงต้องเป็นข้าพระองค์

พนันกับผมไหม พนันกับยมบาลไหม ว่านี่ถึงเวลาของผมแล้วหรือยัง

จริงๆ ผมเขียนบล็อกนี้มาหลายครั้งแล้วล่ะ แต่ทุกครั้งก็ดูเหมือนว่าคุณค่าของมันก็ลดน้อยลง คุณค่าของการมีชีวิตสำคัญกว่าอยู่เสมอ แต่ถ้าคุณเห็นบล็อกนี้…. ก็คงแปลว่า 1) ผมลืมเอามันออกไป 2) ผมให้น้ำหนักของการมีชีวิตอยู่ลดลง หรืออาจจะไม่ให้น้ำหนักกับมันแล้วล่ะ

มันคงไม่สอดคล้องทั้งหมดในนี้ บางอย่างอาจจะกระโดดจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่ามันถูกเขียนซ้ำหลายครั้ง ลบหลายครั้ง และเพิ่มเติมอีกหลายครั้งจริงๆ

ผมพยายามทำให้เวอร์ชันสุดท้าย เรียบเรียงเรื่องไปข้างหน้าแล้ว แต่ก็พบว่าผมคงไม่สามารถทำได้

จริงๆ จะมีอีกบล็อกหนึ่ง นับจากนี้อีก 15 วันจะถูก publish เช่นกัน
ในนั้นจะมีสิ่งที่ผมอยากจะฝากให้ใครสักคนทำให้
ติดต่อที่บ้าน เบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน จัดการภาระหนี้สิน พาสเวิร์ดของทุกอย่าง แผนการที่ทำค้างอยู่ จะเรียกว่าพินัยกรรมก็ได้กระมัง

ผมหวังว่าผมจะได้กลับมากดให้มันไม่ถูกยกเลิกกำหนด publish
แต่ขณะเดียวกัน ผมก็ไม่อยากกลับมาแก้ไขอะไร ไม่ต้องกลับมาก็ได้ เพราะถ้าข้ามฟากไปฝั่งนั้นแล้ว ผมก็คงไม่ได้กลับ

ถึงเพื่อนคนที่ไม่ขอเอ่ยนาม
กูรู้ มึงบอกว่ากูไม่ต้องสัญญาว่าจะมีชีวิตต่อไป แค่แสดงให้เห็นว่ากูยังมีชีวิตอยู่ได้ ก้าวข้ามไปแดนฝั่งนั้นแล้วจะดีเหรอ ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครได้กลับมาเล่า ถ้ากูข้ามไปฝั่งนั้นแล้วกูเปลี่ยนใจกูจะกลับมาก็ไม่ได้แล้ว

กูขอโทษจริงๆ กูทำให้ทุกคนผิดหวัง
ผิดหวังที่เชื่อว่ากูจะผ่านมันไปได้
กูผ่านมันไปไม่ได้

ช่างเถอะ
ทุกอย่างมันจบลงแล้ว
ให้มันจบลง ทุกอย่างนั่นแหละ
ตลอดกาล ตลอดไป

ช่วยผมด้วย
ช่วยผมจากตัวผมเองด้วย
ได้โปรด
ผมพูดจริงๆ
ช่วยผมด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สิงหาคม 2012
อา พฤ
« ก.ค.   ก.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • Life is hard. Especially when you have mental disorder, or maybe just depress but that still make your life hard.- 4 hours ago
  • Without me on earth may have it better than with me.- 4 hours ago
  • Have you ever considered that if we left the world maybe it'll be in a so Mich better condition.- 4 hours ago
  • วิน-วิน เหมือนคุณจ่ายส่วนแพงเป็นค่าประกันว่าแฟนจะไม่เอาไปขายต่ำกว่าทุนเพราะคุณบอกราคาหารสิบ- 9 hours ago
  • อยากเปิดสตาร์ตอัพ "ซื้อกันพลาไม่ให้แฟนจับได้" คิดค่าบริการนิดหน่อย เวลาแหนถามจะได้ตอบได้ว่าถูกรางวัลมา- 9 hours ago
  • [My Twt Report] via anatweet.com/report - https://t.co/Ua1WUj1ZvA- 12 hours ago
  • LG/Samsung ลดราคากล้อง 360 องศา เห็นแล้วอยากได้มาเล่นเลย- 19 hours ago
  • I earned 1382312 points (#89454) and 2503 results (#32482) by donating over 1 year (#105454) of cpu time to WCG wcgrid.org- 1 day ago
  • RT @L3GSV: So many stars taken this year, I've turned them into angels for my tree. https://t.co/v1hjRoB7w9- 2 days ago
  • @twometre แหม่ มิน่าล่ะ- 3 days ago
  • @twometre 700 กิโลนี่มันนอกเรนจ์ค้นหาละนี่หน่า- 3 days ago
  • @twometre วู้ยยย นี่ลุงจ่ายตังหรือเค้าพยายามแมทช์มา- 3 days ago
  • I earned 1382312 points (#89374) and 2503 results (#32557) by donating over 1 year (#105405) of cpu time to WCG wcgrid.org- 4 days ago
  • @Swearby สวยได้เลือกงิ- 4 days ago
  • @Swearby กรรม 555- 4 days ago
  • @Swearby ฮายโซว- 4 days ago
  • RT @xdadevelopers: MediaTek announces the Helio X23 and Helio X27 xda-developers.com/mediatek-annou… https://t.co/zVyRnF14gL- 4 days ago
  • นึกว่าเกมส์ค่ายเดียวกัน หน้าเหมือนกันซะขนาดนี้ https://t.co/u1J7cOOd53- 4 days ago
  • เฮ้ย ปลดประจำการก่อนไปญี่ปุ่นแค่สัปดาห์เดียว อดเห็นดิแบบนี้ แงแง twitter.com/TomyamWasabi/s…- 4 days ago
  • @toeysk หมายถึงขาหรือสาหร่าย- 4 days ago
%d bloggers like this: