The Passions of the Christs

Posted on: 13 สิงหาคม, 2012

แปดปีที่แล้ว โบสถ์ผมได้ตั๋วดูหนังเรื่อง The Passions of the Christs มาจำนวนหนึ่ง และผมเองก็เป็นหนึ่งในจำนวนคนที่ได้ไปชมหนังเรื่องนี้ในโรงหนัง ซึ่งแน่นอนว่าการไปชมหนังครั้งนี้ เป็นไปโดยมิได้ตั้งใจ ทำให้ผมไม่ได้ทำการบ้านไปเลยแม้แต่น้อยว่าหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร ผมรู้แต่เพียงว่าเป็นช่วงเวลา สิบสองชั่วโมง สุดท้ายของพระเยซูคริสต์

ผมจำได้ว่าผมเข้าไปดูในโรงพร้อมกับคริสเตียนอีกหลายโบสถ์ และเราทำอะไรไม่ได้นอกจากตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เหตุไฉน เราจึงเป็นเหตุให้พระคริสต์ต้องแบกรับบาปผิดแทน” บ่อยครั้ง เราอ่านผ่านทางพระคัมภีร์ว่าพระเยซูคริสต์ถูกตี โบย และสวมมงกุฏหนาม แต่เราไม่เคยเห็นภาพมาก่อนว่าการโบยตีในยุคสมัยโรมันเมื่อเกือบๆ สองพันปีที่แล้ว จะไร้ศีลธรรมและทารุณขนาดไหน

สำหรับผม จนถึงตอนนี้ผมก็ยังคงสงสัยในประชาชาติที่เรียกว่าอิสราเอล ชาติที่พระเจ้าได้เลือกสรร และให้พระสัญญาถึงสิ่งที่ดี ทำไมชาตินี้จึงได้ทำการทรยศพระเจ้าหลายครั้ง (ถ้าอ่านพระคัมภีร์มาตลอด จะพบเรื่องที่ชาวอิสราเอลทำการทรยศพระเจ้านับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าจะเห็นหมายสำคัญ อันไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดทำได้นับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการแหวกทะเลแดง ครั้งที่โมเสสพาออกจากอียิปต์ หรือเมื่อโมเสสขึ้นไปยังภูเขา เพื่อนำบัญญัติสิบประการลงมา เมื่อครั้งที่โมเสสกลับมาก็พบว่าชาวอิสราเอลกำลังสรรเสริญพระบาอัล) สำหรับเรื่องนี้ผมพอจะทราบว่าพระเยซู ได้สอนสิ่งที่ทำให้บรรดาปุโรหิต รู้สึกเหมือนถูกหักหน้าหลายครั้ง จนถึงกับพยายามฆ่า (โอ ช่างเป็นชาติที่ใจดีเหลือเกิน โดนหักหน้าก็คิดจะฆ่ากันแบบนี้แล้ว) แต่บรรดาประชาชนที่อยู่ต่อหน้าปีลาต ที่ขอให้ปล่อยบารับบัส และทำการตรึงพระเยซูเสีย จนตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมเขาจึงเป็นเช่นนั้น (พอดูเวอร์ชันหนังแล้วก็คิดได้ว่าอาจจะถูกปลุกปั่นโดยบรรดาปุโรหิต แต่ว่าจะเยอะขนาดนี้เลยหรือ? ยังคงเป็นคำถามที่ผมสงสัย) รวมทั้งสงสัยว่าผู้ไม่มีความผิดต้องโทษถึงตายเลยหรือ? (แม้ว่าจะต้องระลึกอยู่เสมอว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัจจุบัน แต่เป็นสองพันปีก่อน ในสมัยที่ความยุติธรรมยังคงไม่หนักแน่นมากไปกว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน)

ในหลายๆ ฉาก ผมอยากจะกระโดดเข้าไป ขวางทหารโรมันที่กำลังโบยตีอย่างรุนแรง ราวกับเจตนามุ่งหมายถึงความตาย และในอีกหลายครั้ง ที่รู้สึกได้ว่าบาปของพวกเรานั้นหนักหนาเกินกว่าจะแบกรับเองไหวจริงๆ

แม้ว่าในหนัง อาจจะมีบางฉากที่เติมเข้ามาโดยไม่ได้มีการพูดถึงในพระคัมภีร์ เช่นปีลาตเมื่อตอนพระเยซูสิ้นพระชนม์ และเกิดแผ่นดินไหว แต่นั่นก็เป็นการสร้างอารมณ์ร่วมกับอุปรากรอยู่แล้ว จึงไม่มีผลอะไรกับผม ในฐานะคริสเตียนที่ได้อ่านเรื่องการตรึงบนไม้กางเขนมาหลายๆ รอบแล้ว

สำหรับหนังเรื่องนี้คริสเตียนทุกคนสามารถรู้ถึงฉากต่อไปได้อย่างไม่ขาดตอน โดยไม่ต้องสปอยล์แต่ประการใด หนำซ้ำ เรายังคาดหวังให้ตัวละครหลายตัวพูดสิ่งที่เรากำลังคิดอยู่เสียด้วยซ้ำ (ผมคาดหวังให้ทหารชาวโรมันพูดในตอนจบ หลังจากนำหอกแทงสีข้างของพระเยซู และก้มลงว่า “ชายผู้นี้เป็นบุตรของพระเจ้าจริงๆ” น่าเสียดายว่าไม่มีการพูดคำนี้ออกมา)

หนังเรื่องนี้คงเป็นหนังเอาใจประวัติศาสตร์ ถ้าเมล กิ๊บสัน ให้จบลงที่การตายของพระคริสต์ และนำลงมาจากกางเขน แต่ทว่าหนังเรื่องนี้มีต่ออีกสักครู่หนึ่ง ถึงการเลื่อนหินปิดหน้าอุโมงค์ และพระคริสต์ที่กลับฟื้นคืนพระชนม์อีกครั้ง ดั่งที่ปรากฏไว้ในพระคัมภีร์อย่างชัดเจน

ผู้ที่ไม่มีศาสนา หรือผู้ที่นับถือศาสนาอื่นอาจจะบอกว่าการฟื้นขึ้นจากความตายนั้นไม่มี (สะดูสีในพระคัมภีร์ก็สอนเช่นนี้เช่นกัน) การถกเถียงในสิ่งที่เชื่อนั้นคงจะเป็นไปได้ยาก ที่จะหาข้อสรุป แต่สำหรับผม ผมทราบว่าผมเชื่ออะไร และทำไมผมจึงเชื่อเช่นนั้น

ข้าแต่พระบิดา แห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตย์อยู่ในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ขอให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้ ขอทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์ เหมือนอย่างที่ข้าพระองค์ยกโทษให้แก่ผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น ขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย เหตุว่าราชนาจ ฤทธิ์เดช และพระสิริเป็นของพระอง์ สืบไปเป็นนิตย์ อาเมน

ผมไม่รู้ว่าพระเจ้ามีแผนการณ์อะไรสำหรับผม แต่ในตอนนี้ ผมจะทำทุกสิ่งอย่าง ทุกสิ่งอย่างที่น่าจะดี (เพราะผมไม่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี) โดยจะอธิษฐานขอการทรงนำ ว่าจะให้ดำเนินไปทางใดต่อไป

อธิษฐานเผื่อผมด้วยนะครับ

อัสนี

*Updated*

อ่านยอห์นแล้วพบว่าเหล่าบรรดาปุโรหิตเขาหวาดกลัวพระเยซู เหตุเพราะว่าถ้าประชาชนเชื่อพระเยซู ซีซาร์ก็จะยกพลถล่มเมืองเยรูซาเล็ม ทำให้อันนาส (พ่อตาของมหาปุโรหิตประจำการในสมัยนั้น) ตัดสินใจให้คำแนะนำว่าฆ่าพระเยซูเสีย ให้คนๆ เดียวตายไปก่อนที่จะเกิดเหตุเภทภัยกับเมืองทั้งเมือง

ถ้ามองในแง่ของยุค 2,000 ปีก่อนก็คงไม่ผิดอะไรนักกับความคิดแบบนี้

น่าเสียดาย น่าเสียดาย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สิงหาคม 2012
อา พฤ
« ก.ค.   ก.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

%d bloggers like this: