โปรดเห็นใจผู้ป่วย : โรคซึมเศร้า

Posted on: 27 กันยายน, 2012

เขตปลอดศัพท์เทคนิคและภาษากรุณาใช้ภาษาชาวบ้าน

โรคซึมเศร้า… ชื่อก็บ่งชี้อาการอยู่แล้วว่าผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า มากกว่ากะอีแค่เดินตกท่อน้ำแล้วโดนจับได้ว่าความเป็นจริงแล้วเป็นเพราะพยายามมองสาวจนไม่ได้ดูทาง (จริงๆ อันนั้นน่าจะเรียกจ๋อยมากกว่า)

ในบรรดาจิตเวชทั้งหมด ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอาการทางจิตกี่ตัว ที่เกิดจากปัจจัยภายนอก อาจจะมีบางตัวเกิดจากการเลี้ยงดู (เราเลือกเกิดไม่ได้) บางตัวเกิดจากการสูญเสียสิ่งที่เรารัก หรือเราเชื่อมั่น การสูญเสียหน้าที่การงาน สูญเสียสถานภาพทางสังคม สูญเสียคนที่เราเชื่อใจ ถูกหักหลัง

ผมไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ผมรู้ว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากความสูญเสีย และเท่าที่สังเกตมันมักจะเป็นสิ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียว เพราะเราปลอบตัวเองไม่ลงว่า “เราสามารถหามันใหม่ได้”

ส่วนใหญ่คนที่ป่วยเนี่ย ไม่ได้เลือกที่จะเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพราะว่าอยู่ๆ ก็อยากเป็นหรอกครับ บางคนเป็นซึมเศร้าเพราะสารสื่อประสาททำงานผิดพลาดก็มี (แต่เราไม่ได้พูดถึงตรงนี้ อันนั้นเขาก็เลือกไม่ได้เหมือนกัน มันเป็นเอง)

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยก็ผ่านอะไรมาทั้งนั้น แถมอาจจะไม่อยากเปิดใจเล่าให้ใครฟังด้วย ในฐานะที่ผมใช้ชีวิตติดสนิทกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และผู้ป่วยเกือบซึมเศร้า ผมก็มีเรื่องที่อยากจะบอกให้คนทั่วไปได้รู้ว่า

  1. โรคซึมเศร้ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณเห็น แค่การสูญเสียอะไรไปแค่อย่างเดียวมักไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง บางครั้งมันซับซ้อนกว่าที่เห็น เหตุผลที่ผู้ป่วยกลายเป็นโรคซึมเศร้านั้นบางทีเป็นก้อนภูเขาน้ำแข็งเหนือผิวน้ำขนาดเล็ก แต่ที่มาที่ไป อดีตที่เคยพบพานอาจจะเป็นอภิมหาน้ำแข็งซ่อนอยู้ใต้น้ำที่เรามองไม่เห็นก็เป็นได้ อาจจะพูดได้ว่าการสูญเสียครั้งล่าสุดอาจจะเป็นการเหนี่ยวไกให้กระสุนถูกยิงออกมาจากรังเพลิง แต่กระสุนที่ถูกบรรจุเอาไว้นั้นมันถูกบรรจุในอดีตมานานแล้ว โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ อย่าลืมว่าเราไม่รู้จักอดีตของทุกคน เขาเคยเจออะไรแย่ๆ มาก่อนเราก็ไม่ทราบได้
  2. ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่ใช่คนบ้า และการเรียกว่าโรคจิตก็อาจจะแรงไปนิด แม้ว่าผู้ป่วยอาจจะตัดสินใจอะไรที่ดูโง่ๆ ในสายตาคุณ (เช่นการตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองลง) เขาไม่ใช่คนบ้า แต่เป็นคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง อาจจะชั่วคราว (คำว่าชั่วคราวนี้ก็อาจจะเป็นปี) หรือถาวรก็ตาม

    คำว่าโรคจิตในภาษาไทยครอบคลุมทุกอย่าง ผมว่าออกจะแรงไปหน่อย เพราะเหมารวมพวกโรคจิตประเภทรบกวนชาวบ้านและน่ารังเกียจ (แอบถ่ายใต้กระโปรง, โชว์ของลับ) เข้าไปด้วย อีกอย่าง เราไม่ได้เลือกที่จะลงมือทำสิ่งที่ดูโง่ๆ ในสายตาคนปกติ เพราะเราอยากจะทำ โดยนิสัยแล้วการตัดสินใจบางอย่างของเราอาจจะขัดแย้งกับตัวตนของเราอย่างสิ้นเชิง

  3. กรุณาอย่าตัดสินคนๆ นั้นจากสิ่งที่เขาทำ สิ่งที่เขาเป็น ตอนที่เขามีอาการของโรค… อย่างที่ผมบอกล่ะครับ เขาสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง จิตของเขาเต็มไปด้วยการปฏิเสธความจริง ความเศร้า ความรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ อย่าตัดสินว่า “แกเลิกยุ่งกับพี่คนนั้นล่ะดีแล้ว เค้าไปคุยด้วยเพราะเป็นห่วง ที่ไหนได้ โรคจิตชิบหายเลย”

    เขากลายเป็นผู้ป่วยที่มีอาการสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองก็เพราะเพื่อนคุณนั่นล่ะ ตอนเขาป่วย อยากลองเห็นสภาพทรมานของเขาไหม? หรือแค่อยากตัดสินแค่ที่เห็นนิดๆ หน่อยๆ พอแล้ว ปกติมึงเป็นคนดีแค่ไหนกูไม่สน พอล้มเพราะสูญเสียอะไรไป คุณก็บอกว่าเขาน่ารังเกียจ ผมว่าคุณก็น่ารังเกียจไม่แพ้กันครับ

  4. คิดสามรอบก่อนคุยกับผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในสภาวะอ่อนไหว และเปราะบางมาก บางครั้งประโยคเดียวกัน ใช้คำที่แตกต่างกันอาจจะส่งผลต่อผู้ป่วยได้ และอาจจะนำปัญหาที่ต้องเก็บกวาดมาให้คุณด้วย

    “ไม่ได้ มึงเลิกงี่เง่าด้วยผู้หญิงคนเดียวได้แล้ว”

    “ไม่ดีนะ ที่เราจะให้ความเศร้าทำลายอนาคตของเรา”

    สองประโยคนี้ความหมายเดียวกัน แต่ขนาดคนปกติฟังดูยังสะดุด นับประสาอะไรกับผู้ที่คำพูดทุกคำส่งผลกับความคิดของเขา บางทีคุณพูดถึงสิ่งที่ไม่เกี่ยวโยงเขายังนำไปคิดเป็นเรื่องของตัวเองได้เลย

  5. อย่าคาดหวังหรือกำหนดเวลาหายให้ผู้ป่วย เพราะว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ห้ามพูดเด็ดขาดว่า “หนึ่งเดือนแล้วควรจะเลิกเศร้าได้แล้ว” และ… อย่าคาดหวังว่าเขาจะหายในเวลาที่คุณคิดว่ามันเรียกว่านาน (เช่นหนึ่งเดือนแล้วนะคงหายแล้ว) เขาอาจจะซึมเศร้ายาวนานกว่าที่คุณคิด อาจจะหลักวัน เดือน หรืออาจจะเป็นปี
  6. หาหมอหรือไม่ แล้วแต่ผู้ดูแลคิดสมควร ถ้าคิดว่าแบกรับไม่ไหว หรือผู้ป่วยมีแนวโน้มจะลงมือทำสิ่งที่เราป้องกันไม่ไหวก็พาไปเถอะครับ
  7. ……. สิ่งที่มีความเสี่ยงที่จะตามมาคือการฆ่าตัวตาย คนปกติมักจะมองว่าการฆ่าตัวตาย หรือศัพท์สวยหรูว่าอัตวินิบาตกรรม เป็นเรื่องงี่เง่า หรือแย่ (ครับ พระเจ้าใส่ความคิดนี้ลงมาในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเพื่อให้ดำรงค์เผ่าพันธุ์ต่อไปได้ทั้งนั้น ถ้าสิ่งมีชีวิตไหนมันคิดว่าการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องดี เผ่านั้นมันก็สลายไปจากโลกนี้แล้วครับ)

ผู้ป่วยหลายรายกลับพบว่ามันคือทางออกเดียว มันคือการหลุดพ้นจากความทรมานที่เขาเผชิญอยู่ ที่ผมเคยสัมผัสมาเป็นความรู้สึกว่า “อยู่ต่อไปแล้วจะมีอะไรดี ตายไปยังไม่รู้จะดีหรือไม่ดี แต่อยู่ต่อไปมันคงไม่ดีแน่ๆ”

จนถึงตอนนี้ การที่ยังอยู่ต่อไปก็เป็นความเจ็บปวด
และอยากเลือกที่จะจบ มากกว่าแบกรับมันเอาไว้เหลือเกิน
จนบัดนี้ ข้าพเจ้ายังปราถนาความตาย
การุณยฆาตยังไม่ได้การยอมรับในประเทศไทย
ครั้นจะให้ลงมือเอง ก็เกรงจะเป็นอย่างครั้งที่ผ่านๆ มา
ปราถนาความตาย แต่กลับลงมืออ่อนจนไม่ถึงที่ไป
และกลับมาพร้อมอาการ หรือโรคประจำตัว เป็นตราบาปไปอย่างยาวนาน
ทุกครั้งที่พลิกข้อมือ ทุกครั้งที่ทำธุระในห้องน้ำ
ตราบาปจะคอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่เคยกระทำอย่างไม่น่าอภัยเสมอ
แต่กระนั้น ข้าพเจ้าก็ปราถนามัน
เพราะการแบกวันนี้นั้นหนักหนา
และวันพรุ่งนี้ก็หนักอึ้ง
ข้าปราถนามัน
ความตายอันเย้ายวนและหอมหวาน
ข้าปราถนามัน

Advertisements

1 Response to "โปรดเห็นใจผู้ป่วย : โรคซึมเศร้า"

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

กันยายน 2012
อา พฤ
« ส.ค.   ต.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

%d bloggers like this: