I’m how I live

Posted on: 1 ธันวาคม, 2012

ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ที่เริ่มใช้ชีวิตตอนกลางคืน นั่งทำงานและเหม่อลอยคิดถึงเธอ นอนตอนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็กินข้าววันละหนึ่งมื้อพระอาทิตย์กำลังตก พยายามบวกเวลาไทยเป็นออสเตรเลีย แล้วก็ถามตัวเองว่าเธอจะเป็นยังไงนะ เธอจะสบายดีไหม มีความสุขหรือเปล่า แน่ล่ะ เธอคงมีความสุขดี ก็เธอกำจัดเนื้อร้ายในชีวิตเธอไปได้แล้ว เธอคงจะมีความสุขมากขึ้นในชีวิตแน่ๆ

ตั้งแต่มัธยมปลาย ผมรู้ตัวดีว่าผมเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในประเภทผอมกว่ามาตรฐานเผ่าพันธุ์มนุษย์ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตั้งแต่เริ่มใช้ชีวิตกินข้าววันละหนึ่งมื้อ ร้องไห้วันละมากกว่าหนึ่งรอบแบบไม่มีเหตุผล สะสมความเครียดและใส่หน้ากากรอยยิ้มจอมปลอมเมื่อเจอคนรู้จัก (จนโดนพี่สาวบีบคอบอกว่าเลิกทำตัวยิ้มจอมปลอมได้แล้ว เศร้าก็เศร้าไป อย่าฝืนทำตัวปกติ คนอื่นเขาดูก็รู้ว่าแกล้งยิ้ม [บล็อก])

การพยายามทำตัวให้ปกตินั้นไม่ง่ายเลย แต่ก็ไม่ยาก แค่ไม่คิดอะไร มีชีวิตเหมือนกับว่าเรามีตัวตนเพียง ณ วินาทีนั้นๆ ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต ก็สามารถยิ้มจอมปลอมได้อย่างสนิทใจโดยไม่ต้องฝืน

ผมผอมลง แน่ล่ะ ใช้ชีวิตกินข้าววันละหนึ่งมื้อมันไม่ผอมลงก็แปลกแล้ว แต่ก็ไม่เคยสังเกตว่าผอมลงแค่ไหน

เกือบครึ่งปีแล้วมั้ง ที่ผมใช้ชีวิตเหมือนกับฤๅษีทรมานตน ต่างกันหน่อยตรงที่ว่าบรรดาฤๅษีเขาต้องการรู้แจ้ง ส่วนผมไม่มีเหตุผล ผมก็แค่… ไม่อยากจะตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริง

ผมผ่ายผอมลง เมื่อส่องกระจกก็พบว่าผอมกว่าที่จำตัวเองได้ ถ้าถ่ายรูปตัวเองตอนนี้ไปให้ตัวเองเมื่อหกเดือนก่อนดูโดยปิดหน้าไว้ ก็คงไม่มีทางรู้ว่าเป็นตัวเอง ปกติก็ผอมอยู่แล้ว นี่ยิ่งใช้ชีวิตแบบไม่อยากมีชีวิต ไม่ต้องถามหรอกว่าสภาพมันแย่ขนาดไหน

ไม่ได้ยิ้มอย่างจริงๆ เพราะความสุขมานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ไม่ได้หยุดร้องไห้ทุกวันมานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ (มีบ้าง วันที่ออกไปข้างนอกแล้วต้องใส่หน้ากากทับเอาไว้) 21 ชั่วโมงแล้วที่อยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหลออกมา แล้วไม่สามารถหยุดได้ ถึงจะบอกว่าร้องไห้ทุกวัน แต่ก็แค่วันละชั่วขณะหนึ่ง แต่ครั้งนี้เหมือนกับว่ามันเป็นเขื่อนที่กั้นน้ำเอาไว้พังทลาย มันไหลออกมาแบบหยุดไม่ได้

ผมพยายามจะนอน แต่ไม่หลับ ผมพยายามที่จะปิดตา เอาผ้าปิดตาซับน้ำที่ไหลออกมา สุดท้ายตอนเช้าๆ พระอาทิตย์ขึ้นแดดส่องเข้ามาในห้อง ความเหนื่อยอ่อนก็จับตัว หมดสติไป แต่นั่นคงไม่เรียกว่าหลับ เพราะว่ามันยังคงร้องไห้อยู่

ณ วินาทีที่ตื่น มันก็กลับมา เหมือนกับอยู่ข้างเตียง มันพร้อมจะกระโจนใส่การเคลื่อนไหวของสติ ล่าและทำลาย

ตอนนี้เริ่มจะดีขึ้นแล้ว น้ำตาเริ่มไหลน้อยลง พร้อมกับจิตใจที่เหือดแห้ง

พอเข้าห้องน้ำก็ … ออกมาเป็นเลือด

รอยแผลเก่าที่เคยทำเอาไว้เหมือนกับรุมย้ำเตือนว่ารอยเท้าที่เคยเดินผิดพลาดไม่เคยหายไปไหน ไม่ว่าจะพยายามเอาอะไรมาปกปิดความผิดพลาดที่หลงทางไป ไม่ว่าเราจะทำดีเพื่อลบล้างมันแค่ไหน ความผิดพลาดที่ก่อไว้มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว และรอคอยที่จะตอกย้ำให้เราไม่ลืมมัน

การมีชีวิตอยู่มันช่างเจ็บปวด

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ธันวาคม 2012
อา พฤ
« พ.ย.   ม.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

%d bloggers like this: