Ender’s Game

Posted on: 2 พฤศจิกายน, 2013

เมื่อวานมีโอกาสแบบฟลุ๊คๆ ไปดูหนังเรื่อง Ender’s game มา ตอนแรกเพื่อนจะมอบหมายให้รีวิว (แต่สุดท้ายเพื่อนก็ทำเองไปแล้ว) ก็เลยอืม ไอ้ความคิดที่ตกค้างอยู่ในหัวนี่ถ้าไม่ระบายออกไปก็คงจะไม่ดีแน่ เลยตัดสินใจว่า เอาวะ มาเขียนลงบล็อกตัวเองก็ได้ ถึงจะไม่มีประโยชน์อะไรก็เถอะ

Ender’s Game (สังเกตว่าไม่ใช่ Enders game แต่เป็น Ender และมี Apostrophe s ตาม) เหตุผลที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าตัวเอกมันชื่อ Ender นั่นเอง (ได้ยินว่ามาจากเวอร์ชันนิยายด้วย เลยไม่รู้ว่าตรงนี้คนเขียนจงใจเล่นคำหรือเปล่า แต่คิดว่าน่าจะใช่)

สำหรับเนื้อหาโครงสร้างหลักของ Ender’s Game นั้นเป็นเส้นตรงจนห้านาทีแรกที่ดูก็สามารถเดาตอนจบได้ (เทพ -> เทรน -> ชนะ -> เทพ -> เทรน -> ชนะ จบ) ตัวเอกมันเทพยิ่งกว่าดราก้อนบอลที่มีแพ้จนต้องไปฝึกวิชามาสู้ใหม่เสียด้วยซ้ำ เพราะตัวเอกมันไม่แพ้อะไรเลย (นอกจากจิตใจตัวเอง)

โครงเรื่องมีอยู่ว่าสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวบุกโลกเมื่อ 50 ปีก่อน ทำลายมนุษย์อย่างไม่ทันตั้งตัวจนคนบริสุทธิ์ตายไปหลายสิบล้านคน แต่สุดท้ายก็มีคนที่ทำให้มนุษย์โลกชนะได้ แต่ก็แลกมาด้วยชีวิต ดังนั้นเพื่อไม่ให้มนุษย์ต่างดาวบุกโลกอีกรอบ มนุษย์จึงต้องทำการเตรียมตัว และที่สำคัญคือไม่ใช่ป้องกันอย่างเดียว แต่จะทำลายพวกมันให้สิ้นซากเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยแบบเบ็ดเสร็จ

ถ้าให้แบ่งหนังออกเป็นตอนๆ ก็คงจะแบ่งออกได้เป็นสามช่วงด้วยกัน คือช่วงเปิดเรื่องที่อยู่บนโลก ช่วงอยู่โรงเรียนฝึกทหาร และช่วงทำสงคราม โดยแต่ละตอนก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป

สำหรับช่วงที่อยู่บนโลกเป็นช่วงสั้นๆ ไม่แน่ใจว่ายาว 30 นาทีได้หรือเปล่า เป็นการปูเนื้อเรื่องหลักๆ ของเรื่อง และแอบอธิบายไปในตัวถึงสภาพจิตใจ และความสามารถของตัวเอง Ender Wiggins แต่เนื้อเรื่องนั้นไม่ได้เดินไปแบบปล่อยทิ้งขว้าง เพราะว่ามันอธิบายหมดทุกอย่างว่าทำไม (อย่างเช่นตอนทะเลาะกับเด็กเวรแล้วชนะ ก็ยังอุตส่าห์ส่งผู้การมาถามให้อธิบายอีกว่าทำไมชนะแล้วยังซัดเด็กเวรนั่นต่อ ซึ่งการตอบจะทำให้คนดูทั่วไปเข้าใจอุปนิสัยตัวละคร ส่วนพวกที่ชอบตีความอย่างผมก็จะเข้าใจหลักการมากขึ้น)

สำหรับเนื้อเรื่องนั้นคือโลกต้องการเด็ก เนื่องจากมีความสามารถในการคิดอย่างซับซ้อนได้มากกว่าผู้ใหญ่ ต้องการคนระดับเทพที่จะเป็นผู้นำสงครามพิชิตจักรวาลกับสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ชื่อว่าฟอร์มิกนั่นเอง

หลังจากปูเนื้อเรื่องเสร็จ ก็พาขึ้นไปยังสถานที่ใหม่ทันที ซึ่งสถานที่นี้จะแสดงถึงอุปนิสัย (อีกแล้ว) ของตัวเอกว่ามีความโดดเด่นยังไง จริงอยู่ว่ามีคนพูด (เพื่อย้ำผู้ดูหนัง) ว่าความสามารถของตัวเอกนั้นดีอย่างไร แต่ถ้าใครชอบตีความ (ใช้คำนี้อีกแล้ว) ก็จะเห็นรายละเอียดที่เจาะลึกลงไปอีก เช่น

มีฉากหนึ่งที่ตัวละครเอกบอกให้เพื่อนตอบคำถามแทน ถ้าคนดูทั่วไปก็จะมองว่าตัวเอกนั้นเทพ แต่ไม่ตอบให้เพื่อนตอบแทน ส่วนผมจะได้มุมมองว่า “ตัวเอกมีลักษณะความเป็นผู้นำ (ที่คนจะเดินตาม) ไม่ใช่ผู้นำแบบเผด็จการแต่เป็นผู้นำที่ทุกคนยินดีติดตามถวายหัว และการให้เกียรติ การให้โอกาสกับผู้ติดตามได้แสดงผลงานนั้นก็เป็นหลักจิตวิทยาที่ดีในการปกครองด้วยเช่นกัน”

สำหรับคนประเภทที่ดู Matrix ทั้งสามภาคแล้วเก็บรายละเอียดปรัชญาตลอดทั้งเรื่องอาจจะชอบในหนังเรื่องนี้ ทั้งสิ่งที่อธิบายออกมาเป็นคำพูด และสิ่งที่ซ่อนไว้ในพฤติกรรม (ให้ตีความหมายเอง) นั้นก็มากมายจนแอบคิดว่า “เฮ้ย จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ให้เราคิด แต่เราคิดไปเองรึเปล่าวะ แม่งเยอะฉิบ”

แต่พอเริ่มช่วงสุดท้ายของเรื่อง ที่จะเป็นการเตรียมทำสงคราม (ผมพิมพ์อย่างนี้ไม่สปอยล์ใช่ปะ เพราะผมบอกแต่แรกแล้วว่าเนื้อเรื่องมันเป็นเส้นตรงแด่วเลย) คนที่ชอบดูแนวคิดแอบแฝงอย่างผมก็เริ่มเบื่อ ทำไมดาวประหลาดนั่นมีระยะเวลา 24 ชั่วโมงในการโคจรรอบตัวเอง (หรืออย่างน้อย มีหนึ่งวันเท่ากับ 24 ชั่วโมงบนโลก) เลยวะ หรือว่าเวลาเดินนานกว่าเช่น 48 ชั่วโมง? อืม แต่มันก็ไม่ได้อธิบายไว้ ในหนังสือจะบอกหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เวอร์ชันหนังตัดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้ทิ้งออกไป

รวมถึงการนำตัวละครที่คนดูนึกว่าตายห่าไปแล้วกลับมาเล่นนี่ทำเอาวินาทีแรกงงไปเหมือนกัน เฮ้ย แปลว่าที่ผ่านมา…. กูต้องตีความเนื้อเรื่องใหม่สินะ… เหยดดดดด

แต่อย่างที่บอก เนื้อเรื่องตรงแด่วเลย ตอนหลังไม่มีแนวคิดหรือหลักการอะไรมากมาย มีแต่ฉากสงครามอวกาศยิงปิ้วๆๆๆๆๆ ฟิ้วววววว ตู้มมมมมม เป็นหลัก รวมถึงตอนจบที่พยายามจะหักมุม (บางคนโดนหักมุม แต่ผมเดาแต่แรกแล้วว่าจะมาแนวนี้) ซึ่ง…. เดาละว่ามันต้องพยายามหักมุมให้ช็อคแดก ซึ่งไม่ผิดคาด

แต่เนื้อเรื่องดันไม่จบ และพยายามยืดต่อไปอีกหน่อยนึง ผมไม่รู้ว่าจุดนี้เป็นเพราะอยากหาโอกาสทำภาคต่อไปหรือเปล่า (เพราะได้ยินว่ามันเป็นซีรีส์วรรณกรรม น่าจะมีตอนต่อไปพร้อมจะนำมาทำเป็นหนังแล้ว) หรือว่าจงใจจริงๆ เพราะเนื้อเรื่องมันสามารถจบในภาคเดียวได้เบ็ดเสร็จเลย แต่ความพยายามยืดโอกาสให้มีภาคสองนี้ก็… ไม่สนุก…. ผมว่าน่าจะตัดออกไปเลย แล้วมาใส่เป็นตอนต้นเรื่องภาค 2 ซะยังจะดีซะกว่า…. จบแบบนี้ไม่หวาย

สำหรับคนที่ชอบหนังตีความ สองช่วงแรกของเรื่องสนุกมากครับ สำหรับคนดูหนังไปเรื่อยๆ เรื่องนี้สนุกทั้งเรื่องครับ สำหรับคนชอบหนังแอคชัน หลับจนถึงกลางเรื่องได้เลยครับ

1 Response to "Ender’s Game"

ภาค 2 ตามนิยายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ 3000 ปีครับ (นิยายภาษาไทยใช้ชื่อว่า “วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ”) เมื่อเอนเดอร์กลายเป็นตำนานแต่ยังมีชีวิตอยู่ คอยตอบคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราต้องทำลายเผ่าพันธุ์กันด้วย ด้วยการท่องไปยังหมู่ดาวต่างๆ จนเรื่องไปเกิดกับดาวดวงหนึ่ง

ภาคสองกับภาคแรกเหมือนเป็นนิยายคนละเรื่องกันเลย มันหนักหน่วงกว่ามากกับเอนเดอร์ในวัยหนุ่ม แต่ยังคงยอดเยี่ยม อาจจะเยี่ยมกว่าภาคแรกอีก

ส่วนภาค 3-4 เจาะลึกลงไปในปรัชญาชนิดปวดหัวเลย

—-
เมื่อความผิดของคุณไม่อาจกล่าวออกมาได้
เมื่อบาดแผลในใจของคุณไม่อาจเยียวยาได้ด้วยตัวเอง
เมื่อคุณร่ำร้องหาใครสักคนที่จะมาช่วยคุณจากความทุกข์ระทมนี้…

เอนเดอร์ วิกกิน วีรบุรุษจากสงครามในอดีต ออกท่องไปยังดวงดาวต่างๆ ผ่านกาลเวลากว่าสามพันปี ในฐานะวาทกะแด่ผู้ล่วงลับ เพื่อเยียวยาบาดแผลในจิตใจของผู้คน รวมถึงตัวเขาเอง ด้วยบาปที่คร่าชีวิตนับล้านไปยังคงฝังลึกอยู่ในใจ

จนเมื่อไปถึงลูซิตาเนีย ดวงดาวที่มนุษย์ได้พบกับสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ ทว่าความแตกต่างกำลังทำให้ชะตาระหว่างมนุษย์และพิกกี อารยชนต่างเผ่าพันธุ์ วนกลับไปซ้ำรอยเดิม เอนเดอร์จะสามารถรักษาแผลร้ายในจิตใจระหว่างมนุษย์และพิกกีได้หรือไม่ หรือว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติจะต้องเกิดขึ้นอีกครั้ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤศจิกายน 2013
อา พฤ
« ส.ค.   ธ.ค. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • RT @L3GSV: So many stars taken this year, I've turned them into angels for my tree. https://t.co/v1hjRoB7w9- 1 day ago
  • @twometre แหม่ มิน่าล่ะ- 2 days ago
  • @twometre 700 กิโลนี่มันนอกเรนจ์ค้นหาละนี่หน่า- 2 days ago
  • @twometre วู้ยยย นี่ลุงจ่ายตังหรือเค้าพยายามแมทช์มา- 2 days ago
  • I earned 1382312 points (#89374) and 2503 results (#32557) by donating over 1 year (#105405) of cpu time to WCG wcgrid.org- 2 days ago
  • @Swearby สวยได้เลือกงิ- 2 days ago
  • @Swearby กรรม 555- 2 days ago
  • @Swearby ฮายโซว- 2 days ago
  • RT @xdadevelopers: MediaTek announces the Helio X23 and Helio X27 xda-developers.com/mediatek-annou… https://t.co/zVyRnF14gL- 2 days ago
  • นึกว่าเกมส์ค่ายเดียวกัน หน้าเหมือนกันซะขนาดนี้ https://t.co/u1J7cOOd53- 3 days ago
  • เฮ้ย ปลดประจำการก่อนไปญี่ปุ่นแค่สัปดาห์เดียว อดเห็นดิแบบนี้ แงแง twitter.com/TomyamWasabi/s…- 3 days ago
  • @toeysk หมายถึงขาหรือสาหร่าย- 3 days ago
  • เมื่อไหร่มึงจะเข้า Stable เนี่ย เอามาลง Dev Channel นี่แปลว่าเตรียมไหลตามกำหนดการณ์สินะ ส่วนพวก Beta ก็ใช้ได้ แต่ไม่อยู่ในรายชื่อคือรอต่อไป- 3 days ago
  • แต่ถ้าพูดตามตรง เว็บส่วนใหญ่เข้าด้วยโหมด Desktop อาจจะวุ่นวายกว่า App หน่อย แต่ทำอะไรได้มากกว่าเยอะเลย- 3 days ago
  • พอโน้ตบุครันแอพ Android ได้ เริ่มแยกไม่ออกว่าควรจะให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Desktop-web หรือ App-base กันแน่- 3 days ago
  • @plynoi น่าจะบังคับทำแบบยุโรปให้หมด ข้างในเป็น USB Type C ข้างบนมีหัวเปลี่ยนเป็น Lightning ได้- 3 days ago
  • @McKe3z งานดีว่ะ- 3 days ago
  • @McKe3z งั้นมึงไปคนเดียวละกัน- 3 days ago
  • @McKe3z หางานประจำทำไม่ได้แบบนี้ สงสัยจะม่ายล่ายปาย- 3 days ago
  • @McKe3z หาโปรตั๋วมาก่อน แต่ก่อนกันยาปีหน้าไม่มีตังแน่นอน หางานฝิ่นให้กูทำด้วยซิ- 3 days ago
%d bloggers like this: