เพราะมึงนี่ไง ดีแต่ปาก ชาติถึงเป็นแบบนี้!

Posted on: 1 ธันวาคม, 2013

จั่วหัวมาเหมือนโดนด่านะครับ จริงๆ คือเป็นฝ่ายด่ามา ต้องขอเรียบเรียงสั้นๆ ก่อนว่าวันนี้มีม๊อบไปปิด CAT ครับ ทำให้เน็ท True ล่มไปด้วย โทรศัพท์ผมเลยใช้เน็ทไม่ได้ ติดต่อใครไม่ได้เลย นัดกันว่าจะเจอเอเชียทีค แต่ไม่ได้ให้เบอร์เอาไว้ ผมก็เลยรีบร้อนไปเอเชียทีคอย่างสิ้นหวัง ว่าไปแล้วจะหากันเจอได้ยังไง คนมีเป็นร้อย

พอนั่งรถสาย 1 มาลงตรงแถวๆ เอเชียทีคก็มีป้าฝรั่งคนนึงกำลังซื้อของ พร้อมกับตาลุงท่าทางสับสนชีวิตพูดภาษาอังกฤษไม่ได้อยู่แถวนั้นสามสี่คน พร้อมอาแปะ และได้ยินคำว่า “แล้วผมจะบอกเขายังไงดีล่ะ ภาษาอังกฤษผมก็ไม่ค่อยดีซะด้วย”

ก็เลยเสนอตัวไปว่า “ผมช่วยแปลให้ไหมครับ”

(นึกว่าเขาจะซื้อของครับ พลาด)

ลุงก็เล่าให้ฟังว่าแหม่มคนนี้จะเปิดร้านอาหาร อยู่ไทยมานานแล้ว (และเริ่มนอกเรื่อง) บ้านเราก็มีปัญหาเยอะ (หมายถึงม๊อบ) อยากให้เขาเป็นทูตความสัมพันธ์กับต่างชาติ

แหม พูดเหมือนลุงเองเป็นนักการเมืองที่มีอำนาจแต่งตั้งใครเป็นทูตก็ได้เลยนะครับ แค่ฝรั่งมาเปิดร้านอาหารประเทศไทย ไม่ได้แปลว่าเพื่อนเขาทุกคนในประเทศจะยกพวกมาซักกะหน่อย

เสร็จก็เลยคุยกะนาง…. ป้าคนนี้เป็นอิตาลี มาจากโรม… ครับ ภาษาอังกฤษป้าฟังง่ายมาก กูฟังไม่ออกเลย แถมนอกจากป้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แล้ว ป้ายังฟังภาษาอังกฤษไม่ออกด้วย (ช…ชิบหาย แล้วกูจะมีประโยชน์อะไร)

that’s เป็น ดีสเซอร์, Rome เป็น โรเมอะ, Patricia เป็นแพทตริ๊สะ

สับสนกับสำเนียงนางมาก และนางบอกว่าฟังภาษาอังกฤษไม่ออก ณ จุดนี้เข้าใจว่านางอยากเช่าที่เปิดร้าน แต่จะหาคนไทยมาเช่าให้ เนื่องจากง่ายกว่าให้ชาวต่างชาติเซ็นสัญญาเช่าที่ดิน ลุงคนที่บอกว่าตัวเองเป็นวิศวกร เป็นหัวหน้าคุมคนงานก่อสร้าง Asiatique (ลุงคนเดิมกับข้างบนนั่นแหละ ตลอดเรื่องมีคนเดียว) ก็บอกว่าอุ้ย เรื่องใหญ่นะ แต่ไม่เป็นไรยิ้มไปก่อน บ้านเราสยามเมืองยิ้ม

ยิ้มเชี่ยอะไรวะ!

คือลุงบอกว่านั่นเอาขาครึ่งนึงไปแหย่คุกเลยนะ (ผมเห็นด้วย) แต่ไม่เป็นไร ให้ยิ้มไปก่อน (ลุงพูดไประหว่างที่นางพ่นภาษาอังกฤษสำเนียงเอนเอียงไปทางฝั่งอิตาเลียน คงคิดว่าสามารถแยกประสาทฟังสองภาษาพร้อมกันได้) ก็เลยบอกว่า “ยิ้มทำไมครับ เขาจะได้เข้าใจผิดเหรอว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ฝรั่งเขาจะได้บอกไงว่าคนไทยพูดไม่รู้เรื่อง แม่งยิ้มอย่างเดียวแต่ไม่สามารถคุยให้เข้าใจได้”

ลุงแม่งก็เริ่มอวดว่าตัวเองเป็นเมเนเจอร์เรื่องเช่าอาคาร เลยถามกลับไปว่าของเอเชียทีค หรือของทุกอาคารแถวนี้ ลุงแม่งบอกอืมๆ เลยยิงคำถามอีกรอบ “ตอบผมสิครับว่าเป็นเมเนเจอร์ของรอบๆ นี้ หรือเฉพาะ Asiatique

ลุงตอบว่าเป็นของรอบๆ นี้ด้วย เอเชียทีคด้วย

อะ เราก็บอกนางไป นางก็บอกโอ้ว เย้ อยากหาที่ มีที่แนะนำมั้ย แล้วก็ขอเบอร์ลุง

ลุงแม่งก็อิดออดไม่ยอมให้ เรื่องมากฉิบหาย เขาไม่ไปปี้ลุงหรอกน่า

แล้วพอถามชื่อนาง นางก็บอกว่าชื่อ แพตรีซ่ะ (Patricia) ลุงก็ให้นางสะกด

“P” “A” “T”

“แพท”

อีลุงพยายามจะบอกว่าสะกดว่า “แพท” เลยบอกลุงไปว่าจะเมมชื่ออะไรก็เมมไปเหอะ ลุงไม่ไปออกสำเนียงอิตาเลียนอยู่แล้ว ลุงจะกังวลทำไม ลุงก็เรียกเขาว่าแพท จบละ

อีลุงไม่ยอมแพ้ นางเขียนคำว่า PAT ลงไปบนกระดาษ ลุงแม่งพยายามลากตัวอักษร P ไปเป็น พ.พาน A ไปเป็นสระ า. และ T เป็น ท.ทหาร แล้วถามว่าถูกมั้ย

“ภาษาอิตาเลียนไม่ใช่ภาษาไทย จะไปพยายามแปลงทำไมครับ”

“ไม่ยอมแพ้หรอกโว้ย” ลุงกล่าว

(ไม่ยอมแพ้เหี้ยอะไร)

จากนั้นลุงก็บอกว่าเนี่ย มีเพื่อนพูดอิตาลีได้ เดี๋ยวให้เขามาคุยกับนางดีกว่า เราก็แปลให้ นางก็ดีใจถามว่าโทรไปเมื่อไหร่ดี

“เขาถามว่าจะให้โทรไปกี่โมง ถึงจะเจอคนที่พูดอิตาลีได้ครับ”

“สามทุ่มครึ่งละกัน”

ตลอดการสนทนาลุงแม่งพยายามจะพูดภาษาไทยทับนางที่เป็นอังกฤษ (เอนไปทางอิตาเลียน) ตลอดเวลา ฟังไม่ออกมากๆ เลยบอกให้ลุงเงียบ ขอให้พูดทีละคน โดยลุงพยายามอวดฉลาดแปลภาษาอังกฤษให้ฟัง นี่ไงเขาบอกว่าโร้ดๆๆๆ แปลว่าถนน (ลุงครับ ผมรู้ครับ)

นัดกันเรียบร้อยลุงบอกให้ยิ้มอีกรอบ แล้วพูดติดตลกกับนางว่าเราไม่เสี่ยงเรื่องผิดกฏหมายนะ

ณ บรรยากาศตรงนั้นผมบอกว่าพูดได้ แต่ไม่ตลกครับ ยังไงก็ไม่ตลกครับ

ลุงคงเริ่มอารมณ์เสีย ทำหน้าหลุดใส่ผมรอบนึง (ลุงเป็นใครครับ ผมมาแปลให้อย่างเดียว) สักพักลุงก็เอามือทำรูปตัววี แทงปากตัวเองแล้วยิ้ม นางถามผมว่า “is this man crazy?” ผมตอบไม่ถูก ผมอยากตอบว่า “Yes, he is”

ลุงเริ่มอิดออดบอกว่าเพื่อนพูดอิตาลีได้คงมาไม่ทันสามทุ่มครึ่ง (อ้าว ไหนมึงบอก…) ให้เลื่อนนัดเป็นไม่มีกำหนด จากนั้นก็บอกว่าม๊อบทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย เราต้องกอบกู้ แต่สิ่งที่ลุงทำมันกำลังทำลายประเทศไทยกว่าที่ลุงคิดซะอีก

จากนั้นลุงก็บอก เนี่ย “เมมเบอร์นางไปเดี๋ยวก็ลบ เชื่อผมปะ”

ผมหมดความอดทนแล้ว ผมตอบไปว่า “ดีครับ เหี้ยดี สมเป็นคนไทย มีเชี่ยอะไรก็ยิ้ม ถามอะไรก็ยิ้ม เบี้ยงออกนอกประเด็น ทำตัวเหมือนจะช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์อะไร”

ลุงแม่งหลุดพูดมาว่า “แล้วมึงจะเหี้ยอะไร… อุ้ย ขอโทษ เผลอ”

“ไม่ต้องครับ อย่างลุงน่ะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ดีแต่ภายนอก ข้างในไม่คิดจะช่วยเขาแต่แรกแล้ว”

หลังจากนั้นลุงทำดีด้วยการบอกว่า “ไอ้หนู ไปกินข้าวกับพี่ดีกว่า เอาเพื่อนมานั่งก็ได้ เดี๋ยวพี่เป็นเจ้ามือเอง”

ผมไม่เห็นประโยชน์ว่าการรู้จักหรือหายใจร่วมกับคนแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร เลยปฏิเสธไป ทางนั้นยังรบเร้า ผมบอกไม่เอาลูกเดียว

จากนั้นลุงก็บอกว่า “ขอบคุณ และขอโทษนะ” ผมถามไปว่า “ขอบคุณผมรับไว้นะครับ แต่ขอโทษเรื่องอะไรนี่ผมไม่รู้ คงไม่สนใจ” ลุงบอกว่า “ขอโทษที่ลุงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ลุงเป็นวิศวกรลุงเลยไม่สนใจภาษาอังกฤษ”

….. (งี้ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องสนใจห่าอะไรแล้วล่ะ)

“ถ้าจะขอโทษเพราะภาษาไม่ได้นี่ผมว่าไม่ใช่เรื่องนะครับ แทนที่จะขอโทษ เอาเวลาไปพัฒนาตนเองเรื่องภาษาจะได้ไม่ต้องมาขอโทษใครจะดีกว่าครับ”

จากนั้นลุงนี่ก็ยกโทรศัพท์กดโทรออก แล้วบอกมีคนโทรเข้า (กูโง่?) แล้วเดินหายไปชั่วนิจนิรันดร์ คงโดนรถชนตายไปแล้วมั้ง เพราะบอกจะกลับมาแล้วไม่กลับมาอีกเลย

ระหว่างนั้นป้าแพทริเซีย (อย่าออกชื่อนางด้วยสำเนียงอิตาลีเลย) ก็พยายามใช้ S Translate แปลงเป็นภาษาไทย แต่ไม่เคยให้เราอ่าน (ซึ่งผมว่าดีแล้ว เพราะมันคงไม่เวิร์ค) เลยบอกนางว่าคุยกับผมดีกว่านะ เปิด google translate ขึ้นมา

จากนั้นผมก็บอกนางเป็นภาษาอังกฤษ (ที่แปลงเป็นอิตาเลียนด้วย G Translate) ว่า

“อย่าไปหวังพึ่งอะไรผู้ชายคนนี้เลยครับ พูดอย่างแต่ทำอย่าง ทำท่าเหมือนจะช่วยแต่คงไร้ประโยชน์อะไร พูดมานี่เป็นจริงกี่อย่างก็ไม่รู้ แล้วคุยกันภาษาไทยก็ชัดแล้วว่าไม่คิดจะช่วย แค่อยากจะอวดดี ที่ไม่รู้ว่ามีดีไหม ซึ่งผมก็ยอมรับว่าคนไทยหลายครั้งทำตัวงี่เง่าเพื่อเบี่ยงประเด็นเวลาพูดภาษาต่างชาติไม่ได้ ผมอาจจะช่วยไม่ได้มาก เพราะผมไม่ใช่คนแถวนี้ และเดินผ่านมาเฉยๆ แต่ลุงนั่นไม่ได้ช่วยได้มากไปกว่าผม”

ต้องขอบคุณนางที่ไม่ได้ใช้ True H ไม่งั้นการสื่อสารที่โดนม๊อบบุกคงหายไป

นางก็เข้าใจ แล้วบอกว่างี้นี่เอง มิน่าชอบทำท่าปัญญาอ่อนเหมือนคนไม่เต็ม หลังจากนั้นก็เข้าใจตรงกัน แล้วผมก็เดินเข้า Asiatique ต่อไป (เลทไปชั่วโมงนึง) พร้อมกับคิดว่าลุงคนนั้นคงจะตายไปแล้ว…. ก็อาจจะดีก็ได้นะ

ก็เพราะมีคนที่ทำท่าเหมือนจะช่วยเหลือ แต่ไม่คิดจะช่วยเหลือแบบอีลุงนี่ไง ประเทศไทยถึงเป็นแบบนี้ในตอนนี้

อยากบอกลุงมากเลยครับ ตอนนั้นเกรงใจ คนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะ เดี๋ยวจะเข้าใจว่าผมมีเยอะ จริงๆ ผมมีแค่อันเดียวครับ

“ควย”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ธันวาคม 2013
อา พฤ
« พ.ย.   ม.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • ไม่เคยคิดเลยว่าหลัง iPhone 4 แล้วจะกลับมาใช้ไอโฟนอีก ใช้ไม่เป็นเลยกู- 1 day ago
  • @tumsoma @kahonoii คนพูดอาจจะไม่มีความรู้แต่แรก เลยอวดความฉลาดแบบผิดๆ- 1 day ago
  • ซ๊าส https://t.co/04b4iCwLEV- 1 day ago
  • คร้วย https://t.co/189B6Iw9Uv- 1 day ago
  • @McKe3z 11 pro max 256gb แพงไป ถ้าซื้อนี่ต้องใช้ 10 ปีอะ- 1 day ago
  • @bpasu Android 10 ไปเป็น gesture หมดแล้ว- 1 day ago
  • @McKe3z มึงโหลดเพลงงง- 1 day ago
  • @kenshinbhx อยากได้เคสที่กลายเป็น pixel 4 555- 1 day ago
  • @McKe3z น่าจะได้ไปจริง แต่ 64gb จะพอมั้ยวะ app iOS ใหญ่สัส- 1 day ago
  • @kenshinbhx หาหัว lightning - micro converter แล้วเอาสายเก่ามาใช้ต่อ- 1 day ago
  • @kenshinbhx Pixel 4 แม่งนอกจากกล้องแล้วน่าผิดหวังทั้งหมดเลย ถ้า OnePlus กล้องมันไม่ห่วยก็คงเอา 7T ไปละ- 1 day ago
  • แระวิตรล้มเจา twitter.com/WassanaNanuam/…- 1 day ago
  • 555 เป็น INTP แต่มัดยางนะ twitter.com/YamamotoMinzun…- 1 day ago
  • ทำใจได้ละ ปีนี้ไป iPhone ดีกว่า ไม่เอา Android ละ- 1 day ago
  • RT @RPGSite: Pokémon Yellow first hit North America on this day 20 years ago, in 1999. An enhanced version of the first generation inspired…- 2 days ago
  • เลิกทำดีกว่า เงินหายไปก็ช่างมัน- 2 days ago
  • ขี้เกียจจะ deliver ให้แล้ว- 2 days ago
  • โกรธธธธ ทำไมคนอื่นทำหลายๆ อันได้ เราทำไม่ได้ สปีดในการอนุมัติก็ช้ากว่า- 2 days ago
  • เขียนข่าวเสร็จมาสองวัน รอแอพพรูฟที่เต่าคลาน ไปๆ มาๆ คนมาทีหลังโพสต์ซ้ำและคาบไปแดกเลย- 2 days ago
  • @AdmOd ศาลยังใช้เลย รัฐบาลจะปฏิเสธความเชื่อมั่นของศาลได้ไง- 2 days ago
%d bloggers like this: