ซาตานที่สี่แยกหัวมุม (๑๑)

Posted on: 6 พฤษภาคม, 2014

เธอก้าวไปที่นั่น ช้าๆ และมั่นคง… มั่นคงเพียงพอที่จะเดินไปอย่างไม่แยแสอดีต เธอก้าวไปอย่างช้าๆ จนราวกับว่ามันคือชั่วนิรันดร์

ความสุขของผมลอยออกมาจากตรงนั้น ช้าๆ และมั่นคงเช่นกัน มันเริ่มหายไป จมดิ่งสู่ความมืด โลกที่สว่างกลับมืดมิด ดอกไม้ผลิบานบ้าอะไร สุดท้ายมันก็ร่วงโรยใช่ไหม อะไรบ้างที่ยังคงเหลืออยู่ การจากลาสินะ การสูญเสียสินะ ที่คงอยู่ และแน่นอน

เพื่อนของผมบอกว่าเวลาเป็นสิ่งที่โหดร้าย มันทำลายได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความสุข หรือความทุกข์

จริงหรือ เวลาจะทำลายความทุกข์ได้จริงหรือ?

ความทุกข์นั้นจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์กาล หรือเพียงเสี้ยวนาทีหนึ่งก่อนที่แสงตะวันจะฉายส่องลงมาอีกครั้งหนึ่ง? ถ้าจะมีใครสักคนเอื้อมมือมาฉุดผมขึ้นไปอีกครั้ง ผมจะยอมให้เขาฉุดขึ้นไปไหมนะ? ไม่หรอก ผมรู้ตัวเองดี ความช่วยเหลือนั้นอาจจะทำให้ผมตัดสินใจผิดพลาด ด้วยความหวังว่ามือนั้นจะคงอยู่กับผมไปอีกนาน หรือบางที มือนั้นอาจจะไม่ได้อยากอยู่กับผมด้วยซ้ำไป

ไม่เอาหรอกความช่วยเหลืออะไรนั่นน่ะ
ไม่เอาหรอก สิ่งที่ไม่จีรังนั่นน่ะ
ไม่เอาหรอก ความเป็นปวดอีกครั้งนั่นน่ะ

อาจจะมีก็ได้นะ สิ่งที่ทำให้คิดว่าคุ้มค่าจะเสี่ยงที่จะเจ็บปวดอีกครั้ง
อาจจะมีก็ได้นะ ความสุขที่คุ้มจะเสี่ยงที่อาจจะเป็นทุกข์ในภายหลัง
อาจจะมีก็ได้นะ โลกสดใสที่รอคอยหลังพระอาทิตย์ตก และมันจะสดใสตลอดไป

ถ้ามันมีล่ะ มือที่สว่างเพียงพอที่จะจับ และเดินออกไปจากเงามืดนี้
ถ้ามันมีล่ะ ทางออกในห้องทีมืดจนไม่รู้ทิศทาง เพียงแต่หาไม่เจอ
ถ้ามันมีล่ะ ความสุขชั่วนิรันดร์นั้นน่ะ

เพ้อเจ้อไปแล้ว

ไม่มีหรอก ประตูสู่ความสุขที่ว่าน่ะ
ไม่มีหรอก อะไรที่คุ้มจะเสี่ยงอีกครั้ง ว่ามันจะออกหัวหรือก้อย
ไม่มีหรอก วันที่พระอาทิตย์จะขึ้น และไม่มีวันตก

สองปีในห้องมืดนี้นานเพียงพอแล้ว

นานเพียงพอที่จะบอกว่าประตูที่ปิด จะไม่มีวันเปิด
นานเพียงพอที่จะบอกว่าในความมืด ไม่มีความสว่าง
นานเพียงพอที่จะบอกว่าในความโศกเศร้า ไม่มีรอยยิ้ม จะมีก็แต่หน้ากากที่ทำให้คนรอบข้างสบายใจ

มันเจ็บจนด้านชาแล้ว
มันเจ็บจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
มันเจ็บจนไม่อยากจะลืมตาหรือเงี่ยหูฟังเพื่อเปิดใช้ประสาทที่เหลือแล้ว

อีกมือหนึ่งที่พยายามจะยื่นเข้ามา
ไม่เอาหรอก นี่แน่ะ ตั้งกำแพงหนาพิเศษซะเลย

ไม่เอาแล้ว ความช่วยเหลือที่จะไม่จีรังยั่งยืน
ไม่เอาแล้ว คนที่หวังดีแค่ชั่วคราวแล้วจากไป
ไม่เอาแล้ว การเป็นภาระให้กับคนอื่น

มือนั้นไหลกลับไป ยอมแพ้แล้วสินะ
เอากำแพงลงก็ได้ ตั้งกำแพงตลอดเวลามันก็เหนื่อยนะ

ในกำแพงนั้นคงจะมีรอยร้าว หลังจากถูกนำมาตั้งๆ เก็บๆ บ่อยครั้ง แรกเริ่มก็มีแต่ลม พัดเข้ามาในห้องมืดที่ประสาททั้งห้าไม่ทำงานแล้ว ตาก็ไม่เห็น หูก็ไม่ได้ยิน ผิวสัมผัสก็ด้านชาจากความเจ็บปวดทั้งหลายที่ทิ่มแทง

เมื่อแสงอาทิตย์ฉาย มันก็ไล้ไปตามกำแพง และวิ่งเข้าสู่รอยร้าวของกำแพง ห้องที่มืดมิด ก็สว่างขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง แม้จะน้อย แต่ตาที่ปิดสนิทมานานก็แสบพร่า

เมื่อลองมองส่องกำแพงไป ก็พบกับเธอที่ยืนอยู่ตรงนั้น

เล่นกีตาร์ตัวเดียวกับที่ผมเคยเจอ เพียงแต่ว่า… เธอคงจะเป็นคนละคนกับที่เคยเจอ เธอคงเป็นอีกหนึ่งคนที่ทำสัญญากับซาตาน เพื่อภารกิจบางอย่างที่ทำให้พวกเธอมีหน้าตาที่เหมือนกันทุกคน

แต่มือของเธอคนนี้แปลกไป ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ที่เคยเห็น

มือนั้นเหมือนกับมือที่เคยพยายามจะยื่นเข้ามาช่วยเหลือยังไงพิกล

ผมคงจะคิดไปเอง

ซาตานที่สี่แยกหัวมุม (๑๐)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤษภาคม 2014
อา พฤ
« เม.ย.   ก.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

Tweet from twitter

%d bloggers like this: