Archive for เมษายน 2015

Box_ItemID_RevisionID_InitialRelease

วิธีการใช้ Chromecast แบบแอดวานซ์ตอนที่ (1) : เข้าใจ File Containter

(อะไรคือ Chromecast) ตัว Chromecast นั้นถูกออกแบบมาเพื่อดูวิดิโอของ Google และพันธมิตรเป็นหลัก (เช่น YouTube, Hulu, Netflix) แต่ทาง Google เองก็ไม่ได้ปิดกั้นการนำไฟล์วิดิโอของเราเองไปเล่นผ่าน Chromecast (บางคนเรียกว่า Local Cast หรือการเล่นแบบในวง LAN ไม่ผ่านเน็ท) ซึ่งส่วนตัวก็ใช้วิธีนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไฟล์แบบไหนล่ะ ที่ Chromecast สามารถเล่นได้? แล้วเงื่อนไขในการทำงานมีอะไรบ้าง เล่นได้ทุกอย่างหรือเปล่า?

Q) Chromecast เล่นไฟล์ MP4 อย่างเดียวหรือเปล่า? MKV ล่ะ?, AVI ได้หรือเปล่า?

A) ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน ไฟล์ที่กล่าวมามีทั้งเล่นได้ เล่นไม่ได้ครับ เนื่องจากนามสกุลไฟล์เหล่านั้นเป็นเพียง Container เท่านั้น ซึ่งตัวที่จะให้คำตอบได้ว่าเล่นได้หรือไม่ได้นั้นอยู่ที่ Codec หรือตัวเข้ารหัสวิดิโอต่างหาก

Q) อะไรคือ Container? อธิบายให้ง่ายกว่านี้หน่อย

A) ถ้าเปรียบไฟล์วิดิโอสักไฟล์หนึ่ง เราอาจจะเห็นว่ามีนามสกุลหลากหลายมาก (AVI, MKV, MP4, ฯลฯ) ซึ่งนามสกุลเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงกล่องบรรจุเท่านั้นครับ (ดูภาพด้านบนประกอบ) บางทีเราเห็นนามสกุล MKV อาจจะเข้ารหัสแบบ xvid, หรือ divx ก็ได้ (ซึ่งการมองจากนามสกุลไฟล์ หรือ container นั้นไม่ได้บอกว่าไฟล์นั้นเข้ารหัสแบบไหน เพราะถูกใส่เอาไว้ในกล่อง)

ส่วนตัวไม่รู้ไปลงโปรแกรมอะไรเอาไว้บน PC ครับ ได้ฟีเจอร์ชื่อ Mediainfo สะดวกดีเหมือนกัน คลิกขวาแล้วบอกว่าไฟล์ถูกเข้ารหัสแบบไหน

mediainfo00 mediainfo01

อย่างที่เห็นในภาพ ไฟล์เป็นนามสกุล mkv (matroska) เข้ารหัสด้วย Codecs XVID (และมีบอกแถมด้วยว่า resolution วิดิโอเท่าไหร่) ส่วนตัวแบบนี้ก็สะดวกดีครับ เหลือเฟือแล้ว

ถ้าถามว่าความแตกต่างระหว่าง mkv กับนามสกุลอื่นคืออะไรบ้าง ผมก็ไม่ได้แตกฉานอะไรขนาดนั้น เคยได้ยินมาว่า (ครับ ไม่ได้อ่านเทคนิคมา) AVI ไม่ค่อยจะรองรับ h264 ทำให้ไม่ค่อยเหมาะสมกับวิดิโอแบบนี้เท่าไหร่ เราเลยเห็น AVI เป็น xvid เสียมากกว่า ในขณะที่ h264 จะถูกเข้ารหัสเป็น mp4 หรือไม่ก็ mkv เสียมากกว่า

matroska

ไฟล์ mkv สามารถแยกแทร็กของวิดิโอ เสียง ซับไตเติล ไปในไฟล์ได้ ในขณะที่ mp4 นั้นไม่ได้แตกต่างอะไรไปจาก avi นัก (เข้าใจว่าจริงๆ แล้วสามารถแยกไฟล์แบบ mkv ได้ แต่ไม่ง่ายเท่าไหร่)

พูดถึงซับไตเติล ในวงการมีสองแบบครับ (ถ้ามีเกินนี้ถือว่าเป็นกรณีพิเศษที่เจอไม่บ่อยนัก)

แบบแรกเรียกว่า hard subtitle อันนี้ก็ตามชื่อครับ คือไฟล์ซับไตเติลเป็นส่วนหนึ่งของวิดิโอ โดยวิดิโอพวกนี้ต่อให้เราดึงออกมาเฟรมใดเฟรมหนึ่ง ก็จะมีซับไตเติลฝังอยู่บนวิดิโอครับ คือมันเป็นเนื้อเดียวกัน แยกออกมาไม่ได้ (คิดซะว่าเซฟไฟล์เลเยอร์ของ Photoshop เป็น jpeg ไปแล้ว จะดึงออกทีหลังก็ไม่ได้แล้ว)

ส่วนอีกประเภทเรียกว่า soft subtitle โดยพวกนี้ไม่ได้ฝังซับไตเติลลงไปบนวิดิโอครับ เราสามารถเลือกเปิด หรือปิดซับไตเติลก็ได้ อารมณ์คล้ายๆ แผ่นดีวีดีนั่นแหละครับ จะเปิด/ปิด เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าคอมช้าๆ (ซึ่งคอมห่วยที่สุดในยุคนี้ก็ไม่น่าจะช้าขนาดนั้นแล้ว) อาจจะทำให้ซับไตเติลขึ้นไม่ตรงกับไฟล์ภาพหรือเสียง (หรือภาพ เสียง และซับไตเติลอาจจะไม่ตรงกันเลย)

ไฟล์นามสกุล mkv นั้นมีจุดเด่นตรงที่เป็นกล่องบรรจุเพียวๆ วิดิโอ เสียง และซับไตเติลแยกกันอย่างชัดเจน ทำให้นอกจากเลือกซับไตเติลได้หลายๆ อันในวิดิโอเดียวเหมือนแผ่นดีวีดี ยังสามารถเลือกเสียงได้ด้วย ในกรณีที่วิดิโอนั้นมีไฟล์เสียงหลายภาษา

ถ้าพิจารณาดูแล้ว ไฟล์ mkv มีความสามารถมากที่สุด (และแพร่หลายที่สุด) เนื่องจากจะใส่ไฟล์เสียง ไฟล์ซับไตเติล กี่ไฟล์ก็ได้ ผู้ใช้แค่เลือกเปิดให้ตรงกับความต้องการก็พอ ข้อเสียก็คงจะเป็นการที่ไฟล์จะมีของที่เราไม่ต้องการ ทำให้ไฟล์ใหญ่เกินไป และเราไม่สามารถสั่งได้ว่าวิดิโอนั้นจะต้องมีภาษานั้นนี้ บางทีอาจจะโหลดมาเจอหนัง Hard subtitle แต่แรดทำ mkv ก็ได้ครับ

เอ้อ กลับมาที่เรื่อง Chromecast กันบ้าง ตัว Chromecast นั้นรองรับการถอดรหัสไฟล์ h264 (เราอาจจะเห็นชื่อ x264 กันบ้าง ซึ่งชื่อนี้เป็นตัวเข้ารหัสแบบ open source ของ h264 นั่นเองครับ) ถ้าเอาให้ละเอียดหน่อยก็ H.264 High Profile Level 4.1

และวิดิโอที่ Chromecast รองรับคือ 720P ครับ (1280 x 720) แม้ว่าตัว Chromecast จะถอดรหัสวิดิโอขนาด 1080P ได้สบายๆ แต่ก็จะแสดงผลออกมาที่หน้าจอด้วยความละเอียด 720P เท่านั้น (ถ้าจะแปลงไฟล์เอง แนะนำว่าแปลงไฟล์ที่ 720P จะได้เฟรมเรตในการแปลงเร็วกว่าเยอะ เชื่อพี่ พี่ลองมาหมดแล้ว)

แปลว่าตัวเลือกที่ดีในการแปลงไฟล์สำหรับ Chromecast คือ h264 ที่มีขนาดวิดิโอไม่เกิน 1280 x 720 (จะเอาใหญ่กว่านี้ก็ได้ แต่เสียเวลาแปลง) ส่วนนามสกุลไฟล์นั้น จะเป็น mp4 หรือ mkv ก็ได้ เพราะ Chromecast ไม่ได้สนใจว่ากล่องบรรจุจะเป็นอะไร

Q) ถ้าอย่างนั้นก็ใช้ mkv ดีกว่าใช่มั้ย? เพราะรองรับการใช้งานเยอะ เลือกซับไตเติลได้ด้วย เสียงก็ได้

A) ข่าวร้ายก็คือว่า Chromecast นั้นถูกออกแบบมาเพื่อรับชม YouTube, Netflix, Hulu เป็นหลักครับ การชมวิดิโอเหล่านั้นสามารถเลือกซับไตเติลกันตามแต่ปราถนา แต่ว่าการดูวิดิโอแบบ Local แบบนี้ไม่สามารถเลือกแทร็ก Audio, Subtitle ได้ครับ โดยไฟล์เสียงจะดึง Track0 เป็นหลัก ในขณะที่ซับไตเติลมาตรฐานที่เราใช้ (.idx, .sub, .ssa, .ass) ตัว Chromecast ไม่รองรับ

Q) แปลว่า?

A) แปลว่าตอนแปลงไฟล์เพื่อชมบน Chromecast เราต้องจำใจทำ Hard subtitle ครับ เนื่องจากไฟล์ไม่สามารถเลือก Subtitle ได้ (ยกเว้นจะใช้ subtitle นามสกุล .srt โหลดไปด้วยกันได้ เป็นกรณีเดียวที่เลือกเปิด/ปิด ได้) ส่วนตัวมักจะใช้ MP4 แบบ hard subtitle

เอ้อ นอกจากนี้ Chromecast ไม่สามารถเล่น Local ไฟล์ AC3 ได้นะครับ (น่าจะติดเรื่องลิขสิทธิ์ตัวถอดรหัสของ Dolby) ที่ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะ Netflix ปล่อยไฟล์เสียงแบบ AC3 เวอร์ชันของตัวเอง (ไม่แน่ใจว่ามันต่างกับ AC3 ตัวหลักแค่ไหน แต่ค่อนข้างคล้ายกับตัวหลัก) และหน้าซัพพอร์ตของ Chromecast ก็ระบุว่าตัวมันรองรับ AC3 ด้วย แปลว่าที่เล่นไม่ได้นี่คือจงใจแน่นอน

ตัวเข้ารหัสเสียงที่แนะนำคือ HE-ACC ครับ

แล้วไปต่อตอนต่อไป Tools สำหรับสร้าง/แกะ ไฟล์ MKV ที่ชื่อว่า MKV toolnix (มีทั้ง mkvmerge/mkvextract) และโปรแกรมที่แปลงใช้งานบน Chromecast ง่ายๆ ไม่ต้องใช้สมองอย่าง handbrake ครับ

Advertisements
ป้ายกำกับ:

ตั้งแต่มีโทรศัพท์มาก็ราวๆ ปี 2003 – 2004 นับได้ว่าไม่ต่ำกว่าสิบปีแล้วที่มีโทรศัพท์มา มีเบอร์สำรองก็หลายหน ทั้งเอไอเอส ทั้งทรู แต่ก็ใช้เบอร์หลักเป็นดีแทคมาตลอด หลังๆ เริ่มมีของใหม่ๆ (ที่รอมาตั้งแต่สมัยทรูยังเป็นออเรนจ์) ก็คือ Number Port. หรือย้ายค่ายเบอร์เดิม ไอ้เราก็อยู่กับดีแทคมานานจนคิดว่าจะไม่ย้ายแล้ว

คือก็รู้ว่าหลายๆ ค่าย … ไม่สิ ทุกค่ายก็มีเหมือนกันหมดแหละ ไอ้ตีเนียนเก็บเงิน ส่วนตัวยังไม่เคยโดนกับ true หรือไม่ก็โดนแล้วและยังไม่รู้ตัว แต่แฟนโดนมาแล้ว ตอนไปจ่ายตังทางนั้นบอกว่า “นี่เป็นการเก็บล่วงหน้าครับ” คือตอนนั้นเดือนตุลา แต่โดนเรียกเก็บของเดือนพฤศจิกายนด้วย แต่ตอนเดือนกุมภา โดนเรียกเก็บของเดือนมกรา ซึ่งจ่ายไปตั้งแต่ธันวาคมแล้ว (อีหอยหลอด!)

ส่วนเอไอเอสยังไม่เคยใช้ เลยตอบไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี แต่มีคนรู้จักเปิด roaming ไปสิงคโปร์ ไปแบบเช้าเย็นกลับ มี SMS ตอบกลับมาด้วยว่าเปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่โดนชาร์จค่าโรมมิ่งข้ามประเทศ โวยวายกันไป ซึ่งจบด้วยทางเอไอเอสไม่คิดส่วนเกินจากการโรมมิ่ง

ก็ไม่รู้ว่าอะไร ทำให้เราต้องมาพบกัน (กับปัญหาตีเนียนของแต่ละค่าย)

บางทีก็คิดว่ามันเป็นบั๊กในระบบนะ…. แต่พอเจอถี่ๆ แบบนี้ (ยิ่งทรูนี่สอนพนักงานมาดี ยิ่งรู้สึกเข้าไปใหญ่ว่า) บางทีเขาก็จงใจตีเนียนนะ….

โดนกับดีแตกมาหลายหน ทั้งรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง รู้ตัวทีหลังบ้าง รู้ตัวแต่ขี้เกียจจะโวยวายบ้าง…. เอาน่ะ ตอนนั้นมีรายได้เยอะเลยไม่ได้คิดอะไร พอตอนนี้เงินเริ่มไม่มีก็เริ่มจะไม่ยอมละ

เดือนที่แล้ววันที่ 6 ทางดีแทค SMS มาว่าใช้เกิน 4GB ไปแล้ว (เกินได้ไงวะ! แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะอาจจะใช้จริง) ซึ่งเราใช้เกินไปถึงขั้นว่ากำลังโดนชาร์จเรท 100MB = 15 บาท (รึเปล่าจำไม่ได้) และแนะนำว่าให้ top-up อินเทอร์เน็ทเข้าไป เพื่อให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดหลังจากนี้อยู่ในวงเงินที่เติมเข้าไป

ตอนนั้นก็กลัวว่าเมื่อขึ้นเดือนใหม่แล้วโปรจะหลุดไหม? ทางดีแทคก็ยืนยันว่า “ไม่หลุดค่ะ!” แม้ว่าวันที่ตัดบิลจะเป็นวันที่ 8 และวันนี้วันที่ 7 โปรนี้จะหมดลงใน 30 วันข้างหน้าไม่หมดพรุ่งนี้ ถ้าขึ้นเดือนใหม่เน็ทที่ใช้ได้รีเซ็ทแล้ว ก็จะใช้โปรนี้จนหมด แล้วจากนั้นค่อยไปใช้เน็ทประจำเดือน (ซึ่งผมมี 4GB) โดนไป 300 บาท 3GB (ไม่มีโปรต่ำกว่านี้ จริงๆ อยากได้สัก 100 บาท = 1GB) ซึ่งไม่มีทางเลือกเพราะต้องใช้อินเทอร์เน็ท เลยต้องยอมจ่ายไปก่อนที่ค่าใช้จ่ายจะบานหลาย

สรุปสั้นๆ คือพรุ่งนี้แม้ผมจะได้โควต้าแบนด์วิธ 4GB การใช้เน็ทจะดึงจากโปรนี้ก่อน ถ้าหมดแล้วค่อยว่ากัน…..

โอเค จ่ายไป วันที่ 1 เมษา เมสเสจเข้ามาว่าใช้เน็ทจากแพคเกจหลักหมดแล้ว… กำลังมีค่าใช้จ่าย…

มันจะมีได้ไงวะ เน็ทเรา 4GB แถมท็อปอัปไปวันสิ้นเดือนอีก 3GB ต่อให้วันนั้นใช้เต็มๆ 1GB ก็แปลว่าเรามีเน็ทเหลือ 6GB จะหมดก่อนสิ้นเดือนได้ไงวะ

เลยโทรไป 1678 หาดีแทค… บอกสาเหตุให้พนักงานเสร็จก็เงียบไปนานก่อนจะแจ้งกลับมาว่า….

ค่ะ โปร 3GB หมดแล้วค่ะ (อันนี้ไม่แปลก) ส่วน 4GB ยังไม่หมดค่ะ และมีค่าใช้จ่ายจากที่ใช้เกิน 15 บาท….

(ไม่ได้ใช้หมดแล้วจะมีส่วนต่างได้ยังไงวะ!!!!)

พนักงานก็บอกจะทำเรื่องลดค่าใช้จ่ายให้

ขอบคุณครับ ถ้าไม่โทรมานี่เน็ทก็ไม่หมด แต่จ่ายส่วนต่างเอาสินะ หรือถ้าเผลอไปสมัครโปร (3GB – 300 บาท) คุณก็กินฟรีเลยสินะ สาด

เดือนหน้าโปรลับที่ใช้อยู่ (ตอนสมัครโปรไอ้ที่โฆษณาผู้หญิงเรียกผู้ชาย รักอ้วนนะ รักอ้วนนะ อะไรสักอย่างนั่นอะ ลดให้ 50% สามเดือน) จะหมดลง คงได้เวลาลดเบอร์ดีแทคไปเป็นเบอร์รับเข้าอย่างเดียว ย้ายโทรออกกับเน็ทไปอยู่ซิมทรูดีกว่า…. จนกว่าจะเจอทรูทำอะไรแบบนี้ใส่คงลาขาดกับดีแทคแล้ว… แต่ไม่คืนเบอร์นะ จะจ่ายให้เดือนละน้อยที่สุดรักษาเบอร์ไว้แหละ


เมษายน 2015
อา พฤ
« มี.ค.   พ.ค. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

Error: Twitter did not respond. Please wait a few minutes and refresh this page.