MeAndMyExperience : Osaka, Japan (0)

Posted on: 13 พฤษภาคม, 2016

[May 3rd, 2016]

สิบวันก่อนบินไปโอซาก้า… ช่างเป็นวันที่จุดไฟความพะอืดพะอมในใจของพวกเราอย่างมาก โดยเฉพาะฉันซึ่งคิดล่วงหน้าไปถึงคนที่จ่ายเงินแล้วแต่ไม่ได้ไป ฉันรู้สึกอยากอ้วก… ตรงนี้ไม่ใช่คำประชดประชันเวลาที่มีคนเล่นมุกเสร่อๆ หรือทำตัวหน้ารังเกียจ แต่ฉันอยากอ้วกจริงๆ เมื่อคิดไปแทนคนเหล่านั้น ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2015 หรือง่ายๆ คือราวๆ 5 เดือนก่อน แฟนของฉันได้จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นให้กับครอบครัว และตัวฉัน รวมกันแล้วห้าชีวิต เหตุผลง่ายๆ ที่นางจองตั๋วไปญี่ปุ่นก็เพราะว่านางโตแล้ว ทำงานแล้ว แต่ไม่สามารถให้เงินพ่อกับแม่ได้ เนื่องจากถ้าให้ไปสุดท้ายพ่อกับแม่ก็เอามาให้อยู่ดี เช่นล่าสุดเอามาซื้อเครื่องซักผ้าให้ที่คอนโด นางจึงตัดสินใจว่าถ้าให้เงินพ่อแม่ไม่ได้ งั้นใช้อะไรสักอย่างที่พ่อแม่จะปฏิเสธไม่ได้ เช่นการพาไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่า (แน่นอนว่าฉันเป็นของแถม และต้องจ่ายเอง ไม่ได้ออกให้แต่ประการใด)

จริงๆ แล้ววันนั้นนางทำการจองตั๋วโดยไม่ปรึกษาสักคำ ฉันจะบอกแล้วว่าตั๋วนรกสเก๊ตน่ะ มันลดตลอดแหละ ไอ้คำว่าโปรโมชันน่ะมันหลอกกันเห็นๆ สาเหตุก็เพราะว่านางเห็นโฆษณาสายการบินนักสกัดบนเฟซบุ๊ค… โธ่ เธออ่านดีๆ เธอก็จะพบว่ามันบอกว่าราคาโปรดมชันหมดเขตไปสัปดาห์ที่แล้ว แต่เธอยังได้ราคาโปรโมชันน่ะก็เพราะว่ามันลดตลอดนั่นแหละ เธอโดนหลอกแล้ว มันไม่เคยจะขายแพงกว่านี้หรอก

หลังจากผ่านไปสองเดือน เราได้ที่พักในโอซาก้าผ่าน Airbnb แล้ว และที่นอนโรงแรมระดับเรียวกังในเมืองคิโนซากิออนเซ็น… ว่ากันตามตรงนะ คนในทริปไม่ได้อยากไปออนเซ็น ส่วนใหญ่ถ้าไม่รู้สึกเฉยๆ ก็อยากไปเมืองนี้ (ไม่ Neutral ก็ Positive) ราคาที่พักสำหรับห้าคนแพงบรรลัยเลยล่ะ… เรียวกังคืนเดียวร่วมหมื่น ส่วน Airbnb ในโอซาก้าก็เกือบสองหมื่นสำหรับเวลาหกคืน… จริงๆ เราก็พลาดไปนิดนึงตรงที่จองสามวันแรก (ก่อนไปคิโนซากิ) แล้วเว้นไปร่วมเดือน กว่าจะกลับมาจองสามวันหลัง ทำให้ราคาดีดขึ้นไปอีกเยอะ ถ้าจองพร้อมกันอาจจะแค่หมื่นสี่นิดๆ ก็ได้

นอกจากที่พักแล้ว เรายังไปซื้อตั๋ว JR Wide Pass กับ Amazing Osaka (น่าจะชื่อนี้นะ) แน่นอน… ค่าตั๋วก็อีกร่วมหมื่น รูดบัตรเครดิตไปพร้อมกับน้ำตา… ว่าเราจะได้ไปญี่ปุ่นอย่างที่เราควรจะเห็น

ตอนที่เขียนนี่บ่องตงว่ายังไม่ได้ซื้อตั๋ว USJ (Universal Japan) อีก แต่คิดว่าจะรีบจัดการภายในวันสองวันนี้แหละ ส่วนอีกอย่างที่ยังไม่เรียบร้อยคือ Pocket WiFi เล็งๆ ไว้แล้ว แต่ยังไม่ว่างไปเซ็นสัญญารับของ นี่ก็กลัวเหมือนกันว่าจะไม่มี Pocket WiFi ว่างให้เช่า แต่ไม่สะดวกไปจัดการเสียที

ในช่วงสองสามเดือนมานี้เห็นข่าวมาตลอด… ว่าสายการบินนกสก๊อตนั้นมีปัญหา… เป็นปัญหาที่น่ากลัวเสียด้วย ตอนแรกที่เห็นก็รู้สึกตลกไปมั้ย เราคงไม่เจออะไรแบบนี้หรอกเนอะ แต่พอผ่านไปสองเดือนเราก็พบว่าปัญหานี้เกิดขึ้นถี่มาก… เรียกได้ว่าน่าจะทุกรอบที่เครื่องบินจะบินเลยก็ว่าได้

ปัญหาดังกล่าวก็คือ Overbooking ฉันจะไม่อธิบายละกันว่าทำไมสายการบินนู้ดสก๊กทำแบบนี้ จริงๆ การทำ Overbook ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็นั่นล่ะ ฉันไม่อยากจะเสียเวลาเขียนอธิบาย (ฉันกลัวจะอธิบายผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่บางคนอาจจะไม่ให้อภัย) ข้อมูลเหล่านี้สามารถหาอ่านได้ในพันทิป (Google คำว่า “overbooking เรื่องปกติ สายการบิน”)

ปกติแล้วการเจอ Overbooking ก็เหมือนแจ๊คพอตหวยออก เพราะว่าคนที่โดนหวยนี้อาจจะถูกเลื่อนจากที่นั่ง Economy ไปที่นั่ง Business หรือไม่ก็อาจจะได้ไปนั่งสายการบินอื่นไปเลย โดยส่วนใหญ่แล้วสายการบินที่ได้ย้ายไปก็จะได้รอบเวลาไปถึงที่หมายใกล้ๆ กัน และสายการบินเหล่านี้มักจะเป็นพันธมิตรกัน

แต่ทว่าสายการบินนักสกัดกลับไม่เป็นเช่นนั้น… คุณอาจจะรู้ตัวล่วงหน้าว่าคุณจะโดนหวยออก… หนึ่งวันก่อนการบิน… จะบ้าเหรอ จองตั๋วอะไรไปหมดแล้วนะ โทรจากสิงคโปร์มาบอกว่าคุณโดนโอเวอร์บุ๊ค ให้เลื่อนไฟลท์ไหม หรือจะรับเงินชดเชยเป็น Voucher เป็นมูลค่า $200 SGD ไปแทน

นี่ถ้าฉันเลื่อนไฟล์ท แล้วโรงแรมที่ฉันจองไปหลักหมื่นล่ะ… หรือถ้ารับ Voucher นี่แปลว่าฉันจะต้องนั่งสายการบินแกอีกเหรอ เอาเงินสดคืนมายังจะดีซะกว่า เพราะพฤติกรรมแกฉันไม่ปลื้มจริงๆ

เท่าที่ติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ยังไม่เคยจะมีใครได้ Voucher เหล่านี้เลย (ชะอ้าว… ทำไมทำกันแบบนี้ล่ะ) ฉันคิดว่าถ้าโดนโทรมาแบบนี้การรับ Voucher คือการโยนเงินทิ้งอย่างไร้ค่า… เดี๋ยวนะ ตั๋วเครื่องบินไปโอซาก้าของฉันมูลค่าเก้าพันกว่าบาท ทำไมจะคืนฉันแค่นี้ล่ะ… ยิ่งแย่ไปใหญ่

ยังก่อน… กลับมาที่วันนี้ วันนี้เป็นวันเกิดน้อง T น้องสาวของแฟนฉัน… เธอเล่าว่าเป็นเรื่องบังเอิญสุดๆ ที่พี่ที่ทำงานของน้อง T จะบินไปญี่ปุ่น และบินกลับวันเดียวกับเรา ไม่พอ ยังจะจองไฟลท์เวลาเดียวกันทั้งขาไปขากลับ… โอ้โหย มันจะฟลุคอะไรขนาดนั้นเนี่ย

แต่พี่คนดังกล่าวได้รับ SMS จากสายการบินนิ่งสก๊อยว่าคุณโดนหวย Overbook… พี่แกบอกว่าจะไปนั่งรอตั้งแต่เที่ยงคืนวันก่อนบินเลย… แย่จริง นั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันเองก็กะจะทำเช่นกันแท้ๆ… ก็เล่นบินเก้าโมงต้องเช็คอินตอนหกโมง แล้วฉันจะนั่งรถอะไรจากบ้านมาเช็คอินเช้าๆ ล่ะ ก็มานั่งรอนี่ล่ะ ยิ่งมีเรื่อง Overbook ยิ่งต้องทำแบบนี้นั่นแหละ

รู้ไหม… ตอนแรกฉันคิดว่าเราบินวันธรรมดา นอกหน้าเทศกาลท่องเที่ยวอย่างสงกรานต์ ตั๋วคงไม่เต็มด้วยซ้ำไป… จริงๆ นะ แต่ดูเหมือนว่าเราจะประเมินสถานการณ์ผิดไปพอสมควร ณ วินาทีนี้เราทราบแล้วว่าไฟลท์ที่เราจะนั่งนั้นเต็ม… ไม่ใช่แค่เต็มแต่เป็นล้น ขายตั๋วเกินจำนวนคนที่จะไปด้วยซ้ำ แน่นอน มันจะต้องมีคนอดไปแน่นอน คำถามคือพวกเรา หรือคนอื่น… เราจะไปกันห้าคน ถ้าโดน Overbook แค่คนเดียวก็เป็นหายนะแล้ว ไม่ว่าจะฉัน หรือแฟนฉัน หรือพ่อกับแม่แฟน หรือน้องสาวแฟน

ขอบคุณสายการบินนอนสก๊อย ที่ทำให้ฉันต้องหวาดระแวงถึงขั้นพารานอยด์ คิดจะเดินทางไปรอที่สนามบินตั้งแต่เที่ยงคืน พวกเรานอยด์กันไปหมดแล้วว่าจะเสียเงินเปล่าๆ เพราะสายการบินเอ็นเอสจะไม่คืนเงิน ไม่รับผิดชอบอะไรแม้จะเกิดปัญหาจากตัวเอง (อันนี้คือข้อมูลจากพันทิป) ไม่มีสายการบินพันธมิตรที่จะให้เราไปขึ้น อีกทั้งต้องจ่ายเงินซื้อตั๋วเองไปก่อนแล้วไปฟ้องร้องกับมันทีหลัง ช่างน่าสรรเสริญเยินยอจริงๆ ฉันมั่นใจมากว่าถ้ามีการโหวตสายการบินที่น่าจะไปเผาออฟฟิศทิ้ง สายการบินนู้ดสก๊กจะต้องติดรายชื่ออันดับต้นๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้เราเห็นกระทู้พันทิปอีกจำนวนหนึ่งระบุว่าเจ้าของกระทู้เป็นผู้ประสบปัญหา แต่พอไปโพสต์ลงบนแฟนเพจของทางสายการบิน กลับโดนบล็อกออกจากแฟนเพจ และลบข้อความทิ้ง… ช่างน่าสรรเสริญจริงๆ สายการบินนี้ช่างเข้าใจพฤติกรรมแก้ปัญหาแบบคนมีเงินสู้กับคนไม่มีเงินตามสไตล์ไทยๆ ช่างเป็นสายการบินที่ทำให้เราตระหนักได้ถึงความตัวจ้อยของเรา และเงินที่เรามีจริงๆ ถ้าเราเป็นดาราก็คงดี เราจะปั่นกระแสสู้ แต่นั่นแหละ ถ้าเราเป็นดาราเราคงนั่งสายการบินอื่น ไม่ก็แอร์กราวด์คงยอมให้เราเช็คอินอย่างรวดเร็วแม้จะ Overbook และมาช้าก็ตาม

เรายิ่งคิดว่าเราจะไปเร็วเพื่อแก้ปัญหาฉันยิ่งพะอืดพะอม นั่นแหละอย่างที่ฉันบอกตั้งแต่ต้น (อ่านมาถึงตรงนี้คงลืมไปแล้วว่าข้างบนเราโม้อะไรไว้) ว่าเราพะอืดพะอมเมื่อคิดล่วงหน้าไปถึงวันนั้น เพราะวันนั้นจะต้องมีคนที่ขึ้นไฟล์ทเดียวกับเราตกเครื่องอย่างแน่นอน และคนเหล่านั้นไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เพราะคนที่ผิดเต็มๆ ครบถ้วนสมบูรณ์แบบนั้นคือสายการบินนรกสกิ๊ปนั่นเอง (หรือถ้าแจ๊คพอทสุดๆ พวกเราคงจะเป็นคนที่ตกเครื่องบินนั่นแหละ) แทนที่จะหาพันธมิตร หรือชดเชยเลื่อนที่นั่ง หรือทำอะไรก็ตามสายการบินนี้กลับปล่อยให้ผู้โดยสารตกเครื่อง… โคตรๆ ของความผิดจรรยาบรรณการให้บริการเลยจริงๆ

แค่ฉันคิดว่าคนที่ตกเครื่องเพราะ Overbooking อาจจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้เปิดพันทิป หรือติดตามข่าวสารอย่างแฟนเพจอาแปะ… และแน่นอน คงเหล่านั้นอาจจะหมายถึงครอบครัวพ่อแม่ลูก หรือลูกอายุวัย 40 พาอาม่าที่เป็นแม่ไปเที่ยว หรือกลุ่มอาม่าทัวร์กันเองไม่พึ่งทัวร์ หรือคุณยายกับหลานที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่น… หรือแม้กระทั่งคู่รักหนุ่มสาวที่ไม่รู้เรื่องถึงชื่อเสียสายการบิน นส. เลยก็ตาม

จริงอยู่ คุณอาจจะบอกว่าฉันคิดมากไป คนที่ตกเครื่องอาจจะเป็นคนเดินทางคนเดียวที่ไม่ได้มีเรื่องราวสุดดราม่าน้ำตาไหลอย่างคุณยายที่กำลังจะไปญี่ปุ่นเป็นครั้งสุดท้ายหรอกน่า… แต่สิ่งที่ฉันแน่ใจก็คือจะต้องมีคนตกเครื่องแน่นอน และไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หนุ่มหรือแก่ หญิงหรือชาย มาเป็นกลุ่มหรือมาคนเดียว การตกเครื่องเพราะสายการบินไม่รับผิดชอบช่างเป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริงๆ

แน่นอน ในหัวฉันยังเห็นภาพคุณยายพาหลานชายเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นกันสองคน (ว่าแต่ช่วงนี้เด็กปิดเทอมหรือเปล่านะ) และถูกสายการบินปฏิเสธการให้ขึ้นเครื่อง ไม่ใช่เพราะว่าในกระเป๋ามีถังแก๊ส หรือพูดว่าระเบิดขณะอยู่บนเครื่อง แต่เป็นเพราะสายการบินขายตั๋วเกิน และไม่รับผิดชอบคนที่ซื้อ… ทำไมสายการบินนี้ยังไม่โดนปิด หรือฟ้องร้องให้สิ้นสุดกันเสียทีนะ เราคิดว่าสายการบินน่าเกลียดแบบนี้น่าจะปิดตัวลงไปด้วยซ้ำ ขนาดไปกินโอโตยะแล้วเจอพยาธิชาวเน็ทยังดราม่าเสียจนร้านต้องออกคำอธิบาย แถลงการณ์ ฯลฯ ออกมา แต่ฉันกลับไม่เคยเห็นการแถลงการณ์ การแถ-ลง หรือปฏิเสธจากสายการบินนักสกัดแม้แต่ครั้งเดียว (หรือมีแต่ฉันไม่เห็นกันนะ)

แย่จริง ฉันอยากอ้วกอีกแล้ว ภาพคุณยายในจินตนาการที่ตอบคำถามหลานไม่ได้ว่าทำไมถึงถูกปฏิเสธกำลังหลอกหลอนจินตนาการของฉันอยู่ ฉันไม่ควรคิดอย่างนี้ แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าคนที่ตกเครื่องจาก Overbook เป็นคนดัง เป็นดารา เป็นตำรวจ หรือเป็นคนที่มีอิทธิพลในประเทศไทยสักทางใดทางหนึ่งคงจะดี (เช่นโลกออนไลน์ ตัวอย่างเช่นจ่าพิชิต หรือเจี๊ยบเลียบด่วน หรือทีวีอย่างรายการเรื่องเล่าเช้านี้ สรยุทธ อะไรก็ได้) สายการบินนี้คงจะถูกรุมประนามสักหน แต่ก็นั่นล่ะ หลังจากถูกรุมประนามแล้วจะทำอย่างเดิมต่อรึเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน

ฉันแปลกใจจังเลย ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าฉันอยู่ในประเทศอะไร ทำไมฉันถึงควรจะฝากความหวังไว้กับผู้ที่มีอิทธิพลกับโลกออนไลน์ หรือโลกออฟไลน์มากกว่ากฏหมายกันแน่ เพราะฉันใจร้อนเกินไปการตัดสินทางกฏหมายตามมาไม่ทัน หรือกฏหมายมีช่องว่างให้คนโกงผู้บริโภค หรือกฏหมายมีแต่ขาดการบังคับใช้ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเพราะเส้นอิทธิพลของบริษัท หรือจ่ายเงินยัดใส่มือผู้คุมกฏหมายก็ตาม… ฉันอยากฝากความหวังไว้กับกฏหมาย แต่ดูเหมือนว่าประเทศนี้จะยังไม่พร้อมให้ฉันฝากความหวังไว้กับกฏหมาย

ฉันแอบหวังเอาไว้ลึกๆ เพราะรู้ว่าไม่มีวันเป็นจริง ว่าคนที่โดน Overbooking จะเป็นทนาย หรือผู้ที่มีความรู้ทางกฏหมายและฟ้องร้องสายการบิน NS ให้ถึงที่สุดได้ สักหนทางใดทางหนึ่ง เพราะฉันอยากให้บริษัทนี้รับผิดชอบ… ให้ตายเถอะ ฉันจ่ายเงินนะ ไม่ได้ขอขึ้นฟรี ทำไมฉันต้องมาลุ้นอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย ส่วนสายการบินที่ฉันขึ้นเนี่ยชื่อจริงคืออะไรฉันขอเก็บเอาไว้ก่อนนะ ฉันกลัวฉันโดนฟ้องว่าไปหมิ่นเขา นี่ฉันพยายามเปลี่ยนชื่อสายการบินทุกครั้งที่ฉันพูดถึงชื่อเลยนะ หวังว่าคุณคงจะไม่รู้ว่าฉันนั่งสายการบินอะไร


[May 4th, 2016]

วันนี้ฉันไม่ได้ทำอะไรมากมายนักหรอกนะ… จริงๆ ก็ทำแหละ แต่ว่ามันไม่เกี่ยวกับการไปญี่ปุ่นฉันก็เลยบอกว่าไม่ได้ทำอะไรมากมาย ฉันแค่ไปติดต่อกับ H.I.S (อันนี้ลงชื่อได้ ไม่ได้ไปบ่นอะไรเขานี่) เจ้าหน้าที่งุนงงเล็กน้อย แต่ก็ติดต่อกับทางบริษัทอะไรสักอย่าง BS. Samurai หรือชื่ออะไรประมาณนี้ล่ะที่เป็นผู้รับผิดชอบ Pocket WiFi ฉันเพิ่งรู้เอาตอนที่เขายื่นสายมานี่ล่ะว่า H.I.S น่าจะเป็นแค่นายหน้า ไม่ใช่เจ้าของ (หรืออาจจะเป็น Subsidiary ก็ได้นะ ไม่ได้ถามมาหรอก ไม่ได้คิดจะไปคุ้ยข้อมูลสักเท่าไหร่) ส่วนเรื่องอื่นๆ ฉันก็ยังมืดสนิท ติดต่อควอนตัมไปเรื่องวิธีหาซื้อ Express Pass ของ Universal Japan ผ่าน Lawson 108 แต่ว่าควอนตัมยังไม่ตอบ อาจจะเดินทางช่วงโกลเด้นวีค… จะว่าไปคนญี่ปุ่นกับโกลเด้นวีคนี่เหมือนเขาเข้าสู่ช่วงจำศีลเลยเนอะ โทรศัพท์หรืออะไรก็ติดต่อไม่ได้เลยสักอย่าง

มีบ่นๆ เรื่องนี้ในเซลล์ที่โบสถ์บ้าง (จริงๆ ก็ไม่ บ่นไปเยอะมากกว่าจะรู้ตัวว่ากินเวลาเสียเองก็บ่นจบแล้ว) ฝากอธิษฐานกัน ก็นะ… เรื่องที่เราควบคุมไม่ได้เราก็ทำได้เท่านี้เอง


[May 5th, 2016]

วันนี้ทางบริษัท BS Samurai (หรือชื่ออะไรก็แล้วแต่ที่ฉันจำไม่ได้) ติดต่อมา ส่วนใหญ่เป็นการถามข้อมูลที่กรอกไปแล้วอีกรอบ เช่นจะไปรอบนี้ เวลานี้ วันนี้ใช่หรือไม่ (คือถามว่าใช่หรือไม่ใช่ จากข้อมูลที่กรอกไป แน่นอนว่าถ้ากรอกไม่ผิดก็ตอบว่าใช่ทุกข้อ) แล้วก็มีถามเพิ่มเติมว่าจะไปนอกเมือง หรืออยู่ในเขตตัวเมือง เพราะมีสองรุ่นราคาแตกต่างกัน รุ่นที่ใช้ได้ดีในเมืองคือ 200 บาทต่อวัน ส่วนรุ่นที่เวิร์คกับการออกชานเมืองจะ 250 บาทต่อวัน

ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ ตอนแรกนึกว่าทุกรุ่นเป็นเครือข่ายใหญ่อย่าง NTT DoCoMo ไม่ก็ Softbank หรือ AU ทั้งหมด แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็น Y! Mobile (ชื่อยังกับ Yahoo!) ไปกด Wikipedia มา นี่ก็เป็นเครือข่ายใหญ่ในญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่กลับไม่ค่อยได้ยินชื่อหรือเป็นข่าวในระดับโลกสักเท่าไหร่ แถมมีการโรมมิ่งเสากับ NTT DoCoMo ด้วย เอาเถอะ ฉันไปแต่เมือง ฉันไม่ได้ออกป่า ไม่น่าจะมีปัญหาหรอกนะ

แน่นอน วันนี้ความคืบหน้าฉันก็มีเท่านี้แหละ นอกจากเรื่องนี้ก็เห็นจะเป็นห้องนอนเริ่มโดนนกพิราบก่อกวนมากขึ้น สั่งเลเซอร์ที่เอาไว้ไล่นกไปแล้ว ว่าจะหาซื้อหรือเช่าเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมากำจัดคราบปฏิกูลของนก… เดี๋ยวนะ นี่มันบล็อกไปเที่ยวแดนอาทิตย์อุทัย เรื่องนกนี่มันไม่เกี่ยว… บ้าจริงๆ จะเล่าทำไมเนี่ย แถมไม่ลบอีกต่างหาก


[May 11th, 2016]

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา BS Samurai ได้ติดต่อมาทางอีเมล์ว่าให้ฉันส่งสำเนาของบัตรประชาชนไปให้เขา… ฉันเห็นว่ามันเล็กน้อยฉันก็เลยไม่ได้มาอัพเดทละนะ (เอาไว้ฉันมีสติมากกว่านี้ฉันจะมาใส่ให้ถูกต้องตามวันเวลานะ) ก็ส่งไปให้เขา แล้วก็ไปรับที่สนามบินได้วันที่จะบินนั่นแหละ

นอกจากนี้ฉันก็ไปซื้อตั๋วเข้า Universal Japan แล้ว ก็ไม่มีอะไรมาก เดินไปคุยกับ H.I.S ได้เลย อยู่ในสถานีรถไฟตั้งหลายสถานี (เอ้อ ฉันไม่ได้เงินจาก H.I.S หรือ J.T.B หรอกนะ แต่ถ้าได้ก็คงจะดี) พอบอกว่าจะรูดบัตรเครดิตโดยชาร์จเพิ่มไปอีกราวๆ 1.5% หรือไงนี่แหละ ค่าตั๋วจากสี่พันก้าร้อยบาทปลายๆ ก็เลยกลายเป็นห้าพันบาทสมใจ

ฉันน่ะเฉยๆ แม้ว่าแฟนฉันจะรู้สึกว่า H.I.S เป็นบริษัทออกจะใหญ่ แต่ยังจะมาหาเงินตรงนี้อีก ฉันคิดว่าก็ไม่เป็นไรเจ็ดสิบบาทเอง แต่ก็นั่นล่ะ ถ้าเขาเก็บลูกค้าแบบนี้ได้แทบทุกคนก็เป็นเงินจำนวนมากอยู่นะ

ที่ฉันเจ็บปวดจริงๆ น่าจะเป็น Super Rich มากกว่า ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมีสองเจ้าที่ใช้ชื่อเดียวกัน ทีเล่าให้ฟังเมื่อนานมาแล้วว่าเดิมเป็นเจ้าเดียวกัน แล้วพี่น้องทะเลาะกันเลยแยกออกมา แถมราคาไม่เท่ากันอีก (ในยุคแรกๆ) แต่ตอนนี้ราคาเท่ากันแล้วก็ช่างมันเถอะ

ประเด็นคือฉันไปหา H.I.S ที่สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี ซึ่งถัดออกไปไม่เกินสิบเมตรมี Super Rich สีเขียวอยู่ ฉันก็ไปแลกเงิน ฉันแลกเงินแทนคนสามคน (ฉัน แฟนฉัน และน้องสาวแฟน) ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ได้ คุณต้องแลกรวมกันทีเดียว

ฉันรำคาญนิดหน่อยแต่ก็ไม่อะไรยอมรับ แลกๆ ไป เจ้าหน้าที่ยังไม่จบ บอกว่ามีแต่แบงค์หมื่นเยนเท่านั้น… อย่างนี้เศษเงินทุกคนก็กลายเป็นแบงค์หมื่นเยน หรือแบงค์พันเยนที่แลกไม่ได้น่ะสิ… ให้ตายเถอะงี่เง่าเป็นบ้า ฉันเลยบอกว่างั้นแลกเฉพาะส่วนของน้องสาวแฟนก็พอ (จริงๆ ฉันบอกเป็นเงินน่ะนะ แต่ก็นั่นแหละ)

แล้วก็ไปสาขาสีลม เพื่อจะพบว่ามันอยู่นอกสถานีแถมไม่ใช่ Super Rich อีกต่างหาก (ถ้าจำไม่ผิดชื่อ Richy Exchange) ฉันเลยว่าจะวนกลับไปช่องนนทรี ยอมเสียบัตรฟรีๆ เดินลงไปแลกเงินแล้วเดินไปโบสถ์แทน

บังเอิญว่าลอง Google Maps แล้วเห็นรูปเลยนึกขึ้นได้ว่าสถานีรถไฟฟ้าสยามมีอีกเจ้า เป็น Super Rich สีส้ม ดีจริง ขอบคุณใครก็ไม่รู้ที่อัพโหลดรูปไว้ ฉันเลยนึกขึ้นได้ ฉันค่อนข้างมั่นใจมากว่าถ้ามีแต่ข้อความฉันคงจะลืมแน่ๆ ว่ามันมีสาขานี้จริงๆ

จากการเดินทางไปสาขานี้ฉันพบว่าทำได้เร็วมาก อาจจะเพราะส่วนหนึ่งเกิดจากลูกค้าไม่เยอะ… ไม่รู้สิ บางทีสาขาที่สีลมลูกค้าก็ไม่ได้เยอะกว่านี้แต่ชักช้าเอามากๆ นะ ที่สำคัญคือยอมให้ฉันแยกรายการได้ ฉันเลยไม่ต้องไปแลกที่สาขาสีลมให้น่าสงสัยอีกรอบ (ว่าทำไมพาสปอร์ตเดียวกันถึงไม่แลกให้หมด แถมเปลี่ยนสาขาแลกไปเรื่อยๆ ด้วย) ขอบคุณพระเจ้าที่สาขาสีส้มไม่งี่เง่าเหมือนสาขาสีเขียว เอ้อ ฉันก็ไม่ได้รับเงินจาก Super Rich สักกะเจ้าเหมือนกันนะ ถึงฉันจะเขียนด่าเจ้าหนึ่ง ชมอีกเจ้าหนึ่งเหมือนรับตังมาก็เถอะ


[May 12th, 2016]

วันนี้ฉันนอนตื่นสายสมใจอยาก หลังจากเมื่อคืนมึนๆ แต่ดันหิว (ผลคือซัดนิชชินถ้วยรสทะเล และนิชชินซองรสกะเพราแห้งตามไปอีกสองจนปวดท้องจากความเผ็ด) วันนี้เป็นวันที่น่าหงุดหงิด โน้ตบุคเจ้ากรรมทำตัวงี่เง่าตลอดเวลา หนึ่งชั่วโมงผ่านไปโดยไม่ได้งานอะไรเลย

ฉันนั่งทำงานจนเสร็จ เสียเวลาไปหลายชั่วโมงทั้งที่ความจริงฉันลงมือทำงานจริงๆ เพียง 30 นาทีเท่นั้นเอง แล้วก็จัดกระเป๋า…. ฉันพบว่าคราวนี้ฉันไม่สามารถใช้กระเป๋าสะพายเป็น Carry On ได้ เนื่องจากเสื้อผ้าเยอะเกินไป

จากการปรึกษากับแฟนฉัน (ว่าใส่เสื้อผ้าซ้ำจะน่าเกลียดในสายตาพ่อกับแม่หรือไม่) ฉันเลยเอาเสื้อผ้าออกบางส่วน แต่ก็ยังเยอะอยู่ดี อีกทั้งใส่โน้ตบุคมาไม่ได้ เลยทำการเปลี่ยนกระเป๋าเป็นกระเป๋าลากใบเล็กที่มีอยู่และไม่ค่อยได้ใช้แทน

ข่าวร้ายก็คือว่าแม้จะยัดแทบตาย เอาของออกอีกจำนวนมาก กระเป๋าลากของฉันก็ยังคงบวม ล้นทะลักและเปิด-ปิดลำบากเหมือนระเบิดเวลา ฉันเสียเวลาหลายชั่วโมงเพื่อเอาเข้า เอาออก และปวดหัว สุดท้ายโน้ตบุคก็ต้องอยู่บ้านต่อไป เอามาแต่กล้อง ไอแพด และพาวเวอร์แบงค์จำนวนมาก (ฉันละกลัวจะไม่ได้ขึ้นเครื่องเพราะเขาคิดว่าฉันเป็นผู้ก่อการร้ายเสียจริงๆ)

หลังจากออกจากบ้าน และเคลื่อนตัวด้วยความเร็วต่ำ ฉันได้ลองเอากระเป๋าไปชั่งที่เครื่องชั่งน้ำหนักหน้า 7-Eleven ดู ผลคือน้ำหนัก 11.2 กิโล… เอาล่ะสิ แต่ก็กลับบ้านไปเก็บไม่ได้แล้ว เพราะว่าดึกแล้วเกรงจะมาสนามบินไม่ทัน อีกทั้งไม่สามารถเอาของออกจากกระเป๋าได้แล้วด้วย

และฉันก็มาถึงสนามบินตอนเที่ยงคืน ทำทุกอย่างที่คนที่มารอที่สนามบินจะทำ… และรับประสบการณ์ทุกอย่างที่ทัวร์จีนจะมอบให้ได้… ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนเชียงใหม่ถึงเกลียดคนจีนนัก

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤษภาคม 2016
อา พฤ
« เม.ย.   ก.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • RT @L3GSV: So many stars taken this year, I've turned them into angels for my tree. https://t.co/v1hjRoB7w9- 1 day ago
  • @twometre แหม่ มิน่าล่ะ- 2 days ago
  • @twometre 700 กิโลนี่มันนอกเรนจ์ค้นหาละนี่หน่า- 2 days ago
  • @twometre วู้ยยย นี่ลุงจ่ายตังหรือเค้าพยายามแมทช์มา- 2 days ago
  • I earned 1382312 points (#89374) and 2503 results (#32557) by donating over 1 year (#105405) of cpu time to WCG wcgrid.org- 2 days ago
  • @Swearby สวยได้เลือกงิ- 2 days ago
  • @Swearby กรรม 555- 2 days ago
  • @Swearby ฮายโซว- 2 days ago
  • RT @xdadevelopers: MediaTek announces the Helio X23 and Helio X27 xda-developers.com/mediatek-annou… https://t.co/zVyRnF14gL- 2 days ago
  • นึกว่าเกมส์ค่ายเดียวกัน หน้าเหมือนกันซะขนาดนี้ https://t.co/u1J7cOOd53- 3 days ago
  • เฮ้ย ปลดประจำการก่อนไปญี่ปุ่นแค่สัปดาห์เดียว อดเห็นดิแบบนี้ แงแง twitter.com/TomyamWasabi/s…- 3 days ago
  • @toeysk หมายถึงขาหรือสาหร่าย- 3 days ago
  • เมื่อไหร่มึงจะเข้า Stable เนี่ย เอามาลง Dev Channel นี่แปลว่าเตรียมไหลตามกำหนดการณ์สินะ ส่วนพวก Beta ก็ใช้ได้ แต่ไม่อยู่ในรายชื่อคือรอต่อไป- 3 days ago
  • แต่ถ้าพูดตามตรง เว็บส่วนใหญ่เข้าด้วยโหมด Desktop อาจจะวุ่นวายกว่า App หน่อย แต่ทำอะไรได้มากกว่าเยอะเลย- 3 days ago
  • พอโน้ตบุครันแอพ Android ได้ เริ่มแยกไม่ออกว่าควรจะให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Desktop-web หรือ App-base กันแน่- 3 days ago
  • @plynoi น่าจะบังคับทำแบบยุโรปให้หมด ข้างในเป็น USB Type C ข้างบนมีหัวเปลี่ยนเป็น Lightning ได้- 3 days ago
  • @McKe3z งานดีว่ะ- 3 days ago
  • @McKe3z งั้นมึงไปคนเดียวละกัน- 3 days ago
  • @McKe3z หางานประจำทำไม่ได้แบบนี้ สงสัยจะม่ายล่ายปาย- 3 days ago
  • @McKe3z หาโปรตั๋วมาก่อน แต่ก่อนกันยาปีหน้าไม่มีตังแน่นอน หางานฝิ่นให้กูทำด้วยซิ- 3 days ago
%d bloggers like this: