Achievement unlocked: Visit New Zealand

Posted on: 30 พฤษภาคม, 2018

บันทึกฉบับเต็มยังไม่ได้เขียน (และถ้าขี้เกียจก็อาจจะไม่ได้เขียนจริงๆ ก็ได้)

เหตุผล

  • กลางปีที่แล้วน้องสาวแฟน (ญาติ) ได้วีซ่า Work and Holliday NZ ที่ไม่ได้อยากไปมากนัก (กดผิด จะกดไป Australia แต่ดันกด NZ)
  • พอแฟนอยากลาออกจากงาน และอยากไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ ประกอบกับน้องฝน (คนที่ว่าข้างบนนั่นแหละ) จะไป NZ เลยคิดว่าจะไป NZ ดีไหมนะ?
  • ไปสิ รอช้าอะไร เรียนจบเวิร์คก็ไม่ได้ไป นี่แหละโอกาสเห็นโลกมาถึงแล้ว
  • ก็นั่นแหละครับท่านผู้ชม ตอนต้นปีก็เลยดูว่างๆ หน่อย (แต่พอเมษาเป็นต้นมางานก็ถล่มทลายไม่ว่างเหมือนเดิม)

ก่อนบิน

  • อีประเทศนี้ไปยากฉิบหาย คือโปรบินออสเตรเลียหาถูกๆ ได้ที่สี่ห้าพันบาท แต่พอเป็น NZ แม่งยังไงก็แตะสองหมื่น จะเล่นท่ายากบินไปออสเตรเลียก่อนแล้วต่อสายการบินโลคอลไปยังไงก็สองหมื่น สึสส
  • กุมภาพันธ์หรือไงนี่แหละ มีโปร Qantas บิน NZ ราวๆ สองหมื่นกว่าบาท (กดดู statement ย้อนหลัง ตัดบัตรเครดิตไป 21,425 บาท จำไม่ได้ละว่ามีค่า processing fee บัตรไหม)
  • ทีนี้พอผ่านไปสักพักพบว่า ชิบหาย ไม่มีใบขับขี่สากลขับรถไม่ได้ จ้า ซื้อทัวร์จ้า ทีนี้ทัวร์สี่วันแม่งแพงกว่าทัวร์เจ็ดวันอีก
  • ทำไงล่ะ? ลาเพิ่มสิจ๊ะ สึสสส ลาเพิ่มไม่ว่า ค่าเปลี่ยนวันบินกลับโดนไปอีก 2,960 บาทถ้วน
  • ทำวีซ่า เอกสารครบก็ยื่นง่าย ค่อนข้างเร็ว (แต่คาบเจ้าอืดอาดเอง) รวมเวลาที่ทำจริงๆ ไม่นับวันที่ไม่ได้เข้าไปแตะในเว็บ พบว่ารวมๆ แล้วไม่เกิน 10 วันเท่านั้น
  • ค่ายื่นวีซ่า 165 NZD (โดนบัตรเครดิตตัดไป 3,886 บาท)
  • แต่ต้องเสียค่าบริการ VAC (ศูนย์บริการวีซ่า) อีกราวๆ 550 บาท
  • ยื่นกลุ่มถูกกว่า แต่ต้องมีขั้นต่ำกี่คนขึ้นไปนี่แหละจำไม่ได้
  • ยื่นผ่านเว็บถูกกว่ายื่นผ่าน VAC (คนละส่วนกับค่าบริการด้านบนนะ) ราวๆ 800 บาท แต่ว่าจะไม่ได้ตราประทับในพาสปอร์ต เข้าประเทศแบบเล่มเปล่าๆ ไป ต้องปรินท์เอกสารไปอีกหน้านึงยื่นตอนเข้าประเทศ ไม่แน่ใจว่าถ้ายอมเสียตังแพงขึ้นอีก 800 ยื่นผ่าน VAC (กระบวนการทั้งหมด ไม่ได้ทำเฉพาะส่งพาสปอร์ตตอนจบ) จะยังได้ตราประทับสำหรับเข้าประเทศหรือเปล่า
  • ตอนแรกก็สงสัยนะ เอาพาสปอร์ตไปทำไมวะ วีซ่าก็ไม่มีให้แล้ว
  • (เข้าใจเอาเองว่า) เอาวีซ่าไปดูว่าตรงกับที่ยื่นบนเว็บมั้ย เนื่องจากเป็นเรื่อง Immigration เลยต้องดูพาสปอร์ตตัวจริง ซึ่งก็เข้าใจได้ ยื่นที่ VAC วันนี้มะรืนไปรับคืนได้ เค้าไม่ได้เอาไปออกวีซ่า แค่ Verify เฉยๆ
  • ส่วนผลรอดูบนเว็บเอา
  • ก็ผ่านแหละ จะมีเอกสาร PDF งอกมาอีกอัน ต้องจำว่าวันก่อนมันไม่มีอันนี้นี่หว่า เปิดขึ้นมาดู อ้อ เนียนปนกับเอกสารที่ยื่นให้สถานทูตเลยมึง

เอ๋บินดิเอ๋ บินดิ

  • บินสุวรรณภูมิ อีสึส ตอนจะเข้าเกตพนักงานแม่มมองหน้าแล้วมองหน้าอีก คนไทยครับ…. ไม่ใช่จีน ถึงจะเป็นลูกหลานชาวจีนก็เถอะ การแต่งตัวก็ไม่ได้จีนเลย
  • พนักงานเหมือนจะเป็นเด็กใหม่ มีเทรนนิ่งระหว่างเช็คอิน คือไม่มีลูกค้าคนอื่นไงเลยไม่ถืออะไร ถ้ามีคิวสัก 100 ข้างหลังแล้วช้าแบบนี้ก็ไม่น่าจะไหวเหมือนกัน
  • วิ่งไปวิ่งมา อีเชี่ย หมดไปเร็วเหมือนกันนะกว่าจะไปถึงเกต ไปถึงแทบจะบอร์ดละ
  • ออกเครื่องแล้วต่อเครื่องเลย อยู่ไม่ถึง 7 ชั่วโมงหรือไงนี่แหละไม่ต้องทำวีซ่าออสเตรเลีย สบ๊ายยย
  • สึส สแกนกระเป๋าอีกรอบแทบจะอ้วกแตก คิวยาวเป็นหางว่าว
  • สนามบินออสเตรเลียนี่มันอะไรของมัน มีคนพูดออกลำโพงตลอดเวลายังกับเสียงตามสาย
  • รอไปหลายชั่วโมง บินอีกรอบ ถึงนิวซีแลนด์แล้วโว้ย สึส บินต่อเนื่อง
  • เดินไปหาพนักงานขายซิมแล้วบอกตรงๆ ไม่ซื้อ จิ้มซิมให้หน่อย ใจดีจิ้มให้ด้วยล่ะ
  • ตม. ตรวจคนเข้าเมืองแม่งเยินสัส คือเข้าใจว่าซ่อมแซมอยู่ แต่โหดไปนะ
  • หนาวโว้ย 10 องศา! ต่อรถเขียวไป Domestic (แล้วมาบ่นทีหลังกับตัวเองว่าน่าจะซื้อตั๋วบินตรง Sydney – Christchurch ไปเลย จะได้ลดค่าใช้จ่ายลงไปอีกเยอะ ตอนซื้อก็ไม่คิด สึสส)
  • หญ้าเขียวมากกกก จะเขียวอะไรขนาดนั้น สวยย
  • เน็ทฟรีออสเตรเลียโหลยโท่ยมาก ยิ่งเน็ทบ้านเราท่ออินเตอร์ห่วย ทำอะไรไม่ได้เลย
  • บิน JetStar ไป Christchurch ต่อ ฝั่งโดเมสติกทั้งสองสนามบินเล็กมาก (แถมขากลับก็ออกเกตเดิมทั้งสองสนามบินอีกตะหาก)
  • ไม่ตรวจเชี่ยไรเลย ไม่ตรวจของเหลว ไม่ตรวจ ฯลฯ แสกนปรู๊ดปร๊าดเดินผ่านได้ (จริงๆ ตอนขาไปไม่รู้ มาเจอตอนขากลับ Auckland ว่าไม่สแกนของเหลว)
  • ไม่ได้นอนดีๆ มา 22 ชั่วโมงแล้ว (หรือเกินแล้ววะ) ขอนอนเถอะ ไปนอน Booking.com ที่เป็นบ้านคนแบบ Airbnb บ้านใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกก ช็อค (แต่งก เดินไป 40 นาทีกว่าจะถึง อากาศก็หนาว ช็อคความเย็นด้วย)
  • เดินๆ เจอรถวิ่งผ่าน มีไอ้บ้าบนรถตะโกนเสียงดังมากใส่ ตกใจ แม่งก็หัวเราะ แฟนบอกว่าแว้นและสก๊อยที่นี่ต่างจากประเทศไทยตรงที่มันขับรถเก๋ง แต่ที่เหลือไม่ต่างกัน สันดานเหี้ยเหมือนกันหมด

กีวี่แล้วโว้ย

  • อีเชี่ย สนามหญ้าบ้านไหนแม่งก็เขียวปี๋ไปหมดเลยเว้ยยยย
  • ใบไม้เปลี่ยนสีไม่สวย คือมันเลยช่วงมาแล้ว ตอนนี้เลยเหลืองๆ กับร่วงๆ ซะหมด กับบางต้นที่มันไม่ร่วง เขียวอย่างเดียว ไม่มีแดงแล้ว
  • อีสึส ถึงจะอยู่ซีกโลกใต้ แต่มันมีพลังของโลกตะวันตก ถ่ายมายังไงก็สวย ท้องฟ้าสีฟ้าาาาาาาาาาาาาา ถ่ายรูปสวยเสมอ พระอาทิตย์สีขาวม่วง แฟลร์เข้ากล้องไม่ได้บาดตาเหมือนพระอาทิตย์ประเทศไทย
  • จะเดินข้ามถนนต้องกดปุ่มแล้วรอสัญญาณไฟ ซึ่งจะเขียวราวๆ 4 วินาที แล้วกระพริบสีแดงแปลว่าถ้าไม่ได้อยู่กลางถนนไม่ต้องข้ามแล้วนะ

ขึ้นรถ

  • หลงหารถไม่เจอ คนขับชื่อ Telli รถแวนคันใหญ่เมอร์ซีเดส นั่งสบาย ข้างทางสวยยยยยย แม่งมองข้างทางไปเรื่อยๆ เอนจอยมาก (ไม่ได้ขับเองก็ดีตรงนี้)
  • พวกบ้านนอกเมืองหน่อยชอบปลูกต้นไม้สูงๆ เป็นรั้วกันบ้าน (สูง = 5 – 10 เมตร) ไม่รู้ตัดยังไงให้ด้านบนสูงเท่ากัน
  • ตอนผ่าน Sheffield ดันเจอขบวนสกูตเตอร์ Raisefund ระดมทุนเงินรักษามะเร็งเด็ก เหมือนจะสนุกแต่วิ่งเส้นเดียวกันยาวๆ สรุปว่าความเร็วรถดิ่งเหว
  • เชี่ย ภูเขาสวย ท้องฟ้าสวย ข้างทางสวย หญ้าเขียว (มีรูปนึงถ่ายไม่ทัน แกะแม่งเรียงคิวเดินขึ้นภูเขากินหญ้า ทำตัวเป็นเศษฝุ่นบนกำแพงไปได้

Castle Hill

  • ไม่มีอะไรมาก เออ ก็มีมากอยู่ หินๆๆๆ และหิน ถ่ายมาก็สวยดี และหนาวมาก จริงๆ ต้องบอกว่าถ่ายอะไรแถวนี้ก็สวย
  • น้ำที่นี่มันมีอะไร ทำไมมันสะท้อนแสงเหมือนกระจก มองไปเห็นท้องฟ้าในแอ่งน้ำทุกอย่าง แม้จะเป็นแค่น้ำขัง ไม่ขุ่น ไม่สกปรก และสะท้อนท้องฟ้าสีฟ้าได้ เชี่ย ล้ำ
  • ห้องน้ำทุกห้องที่เข้าสาธารณะมีน้ำยาล้างมือ เหมาะกับ OCD มากๆ
  • Telli บอกว่าแม่น้ำแถวนี้รับน้ำมาจาก Glacier ทำให้มีสีฟ้า มันมีอนุภาคหรือสารซัมติงในนั้น ทำให้สีไม่เหมือนน้ำปกติ ซึ่งอันนี้ยังเวอริฟายไม่ได้ แต่ก็ค่อนข้างเชื่อ
  • อีเชี่ย ทุกอย่างแม่งเหมือนเปิดโหมด HDR ตลอดเวลา แต่ไม่ได้ถ่ายผ่านกล้องไง ทุกอย่างผ่านแว่นตาและตาเปล่าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ชื่อว่ามนุษย์ สึสสสส

Otira

  • แวะกินข้าวแถวนี้ ไม่มีอะไรมาก คาเฟ่แถวนี้เปรี้ยวสัส รวมของ Retro Classic อย่างเปียโนโบราณ สัตว์ประหลาด (ลูกเจี๊ยบสองหัว) และ ฯลฯ เอาไว้ รวมไปถึงแกนดาลฟ์ใหญ่กว่าตัวจริง 4 เท่าหน้าประตู
  • แต่มีเตาผิง ลุงจะมาโยนท่อนไม้เข้าไปเรื่อยๆ อุ่นดี นี่คือความสุขแล้ว
  • มีป้าคนนึงเอาหมาเข้ามาในร้านด้วย เดินไปไม่เห็น ตกใจที่เจอหมาในร้าน ชักขากลับ หมาทำท่าตกใจแต่ไม่แสดงออกมากนัก นี่สินะ หมาที่ถูกฝึกมาอย่างดี แถมเป็นพันธุ์คอลลี (ถ้าไม่รู้พันธุ์อะไรให้นึกถึงแลสซี) น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

Hokitika

  • โดนพามาปล่อยร้านขายหยก ทำไมทัวร์พันกว่าเหรียญเหมือนทัวร์จีนเลยวะ….
  • แน่นอนไม่เสียตังซักบาท แถมหยิ่งไม่เดินเข้าไปดูในไลน์การผลิตด้วย เพราะเหมือนแล็บในมหาลัยที่คุ้นชินมาก

Fran Josef Glacier

  • คืนแรกนอนที่นี่ โรงแรม Rainforest Retreat (กลับมาเพิ่งพบว่าไม่ได้ถ่ายรูปซักกะโรงแรมเก็บเอาไว้)
  • โดนพาไปกินร้านอาหาร ไทยอินเดีย
  • แน่นอนว่าไม่ไทย ต้มยำเหมือนแกงส้ม และพระพุทธรูปเต็มร้านในฐานะของประดับ เห็นเบียร์ช้างกับไทเกอร์วางอยู่บนผนัง จริงๆ ก็ปลงละว่าไม่ใช่ร้านคนไทยแหงๆ ประเทศนี้ยิ่งไม่อนุญาตให้นำเข้าพืชผักมากนัก ทำให้ไม่คาดหวังกับรสชาติเท่าไหร่ เลยเจ็บนิดหน่อย ไม่ถึงขั้นโอดโอย
  • ซุปเปอร์มาร์เก็ทยอดนิยมในเกาะใต้คือ 4Square ขายแพงสมเป็นประเทศตะวันตก (เฮ้ย ประเทศทางใต้สิ) เป๊ปซี่หรือโค้กที่บ้านเราขายขวดละ 15 – 20 บาท พี่ขายขวดละ $4 ดอล มีไอติมแมกนัมเรียงราย ไม่กล้าดูราคาว่าแพงกว่าบ้านเราแค่ไหน
  • ฝนตกค่าาาาาาาาาาาาาาาาาา สึส จะไปขึ้นเขาดู Glacier ดันฝนตก สายจนโว้ย ไม่มีตังขึ้นเฮลิคอปเตอร์ $245 เหรียญต่อคน (อีกอันไปไกลกว่า แพงกว่าราคาอยู่ที่คนละ $425) ซื้อ Poncho เสื้อกันฝนพลาสติกคลุมหัวแล้วลุย
  • ทำไม Google Maps มันบอกว่า Fox Glacier ห่างออกไป 21 กิโลวะ มันไกลมากเลยนะโว้ย ไปถาม Telli แกบอกว่าโรงแรมมีบริการเรียกรถชัตเทิลให้ เอ้า เดินกลับโรงแรมรอบที่สาม
  • โรงแรมบอกไม่มี (อ้าว) มีแต่ชัทเทิลไป Fran Josef Glacier เอ้า เงิบ จำชื่อผิด 55555 สึสส
  • รอไปชั่วโมงครึ่ง ไม่กลับห้องแล้วโว้ยหนาว นั่งอยู่ที่ Reception นี่แหละ แล้วลุงก็ขับรถตู้มาจอด จ่ายค่าขึ้นไปคนละ $12.5 ดอลด้วยบัตรเดบิต Paywave ของแฟน
  • วิวใดๆ ล้วนมูลค่าล้านดอลลาร์ แต่อย่ารอขากลับเพื่อถ่าย สึสสสส ฝนตก พายุเข้า อีเชี่ย
  • แรกๆ ก็หนาวเลยคิดว่าเดี๋ยวขากลับก็ค่อยถ่าย
  • ไปๆ มาๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นเดินยังไงไม่ให้รองเท้าเปียก
  • สุดท้าย…. เดินยังไงให้ถึงดีกว่า เปียกไปหมดทั้งตัวแล้วโว้ย
  • ไปถึงจุดนึง อีสึสทางเดินผิด เพราะ Riverflood ข้ามไปดู Glacier ไม่ได้
  • สรุปมาเสียเที่ยว มองไกลๆ ไปก็ไม่เห็นเพราะพายุถล่มทลายมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากหลอกตัวเองว่าตรงนั้นน่าจะเป็นธารน้ำแข็งนะ 5555 สึสสสสสสส แว่นก็หยดน้ำเกาะไปทุกจุด จะมองเห็นอะไรมั้ย หลังๆ เลยยอมๆ ถ่ายเป็นบางรูปละ แต่เริ่มไม่ไหว ถุงมือเปียกหมด เอาไม่อยู่แล้วโว้ยจะแข็งตาย
  • ลงมา…. ต้องรอรถอีก 40 นาที ภาวนาในใจแค่ลุงช่วยมาให้ตรงเวลาก็พึงพอใจแล้ว ยืนหน้าห้องน้ำ (ที่ไม่ค่อยเหม็น อันนี้เป็นบุญจมูกมาก) สี่สิบนาทีหลบฝน พายุ และอากาศหนาว ดีว่าวิวตรงหน้าแม่งร้อยล้านดอลลาร์ ยืนดู 40 นาทีไม่ค่อยเบื่อมาก ที่รู้สึกเบื่อก็เพราะหนาวนี่แหละแม่ม กางเกงเปียกหมด ลมพัดทีสั่นไปทั้งตัว
  • ขากลับให้ลุงจอด 4Square ซื้อรองเท้าใหม่ ได้ Sandal ที่หน้าตาเหมือนรองเท้าเป็นทางการมาคู่นึง ไม่กี่ดอลลาร์ จำได้ว่าไม่เกิน 10 ดอล
  • สุดท้ายตัดสินใจไปลงบ่อน้ำร้อน ไม่เหมือนของญี่ปุ่นหรอกนะ โฆษณาว่าเป็นน้ำจากธารน้ำแข็งนี่แหละ แต่ใช้เครื่องให้ความร้อน ก็ดีขึ้นหน่อย แช่ไป 45 นาที ลุกขึ้นมาอาบน้ำอุ่น จะเป็นลม เพราะบ่อน้ำกับที่อาบน้ำห่างกัน 10 วินาที อีเชี่ย เส้นเลือดปรับตัวไม่ทัน สติลอยๆ จะเป็นลม เข้าใจละว่าทำไมซาวน่าห้ามอาบน้ำเย็นทันที
  • หาไรกินไม่ได้ สึส แดกร้านอาหารไทยปลอมๆ เหมือนเดิม เหตุผลคืออุ่นดี และอยู่หน้าที่อาบน้ำ
  • กลับมาแฟนกินบะหมี่นิชชินที่หิ้วไปให้เหมือนเดิม
  • ชาวบ้านไปปาร์ตี้พิซซ่าของโรงแรม ถึงจะบุฟเฟต์ $20 ดอลลาร์เท่านั้นก็เถอะ อีเอเชียนสองคนก็หาข้าวกินเองเพราะคิดว่ากินพิซซ่าไม่คุ้มแถมเบียร์ไม่อั้นก็ไม่ได้กินแน่ๆ ส่วนพิซซ่าก็กินเอาคุ้มไม่ไหว

หมดไปอีกหนึ่งคืน

  • ตื่นมาฟ้าใส อีสัส เห็นยอดเขา โอ้ยไอ้เชี่ย ทำไมมึงไม่ฟ้าใสเมื่อวาน
  • อีพวกมีตังไปโดดเครื่องบินลงมากัน ไกด์บอกว่าดีกว่าบันจี้จัมป์ตรงที่ไม่รู้สึกทรมานในท้องมากเท่าเพราะไม่มีแรงดึงกลับตอนลงไปสุด
  • ขอเก็บเงินก่อนนะ รอบหน้าอาจจะมาโดดจริงๆ

Lake Matheson

– มัวแต่เดินถ่ายรูป (สวยไปหมดทุกจุด) เลยไปไม่ถึง Jetty Viewpoint เพราะมันเขียนว่าเดินขึ้นไปหนึ่งชั่วโมง แต่มีเวลาแค่ 50 นาที
– คนจีนข้างหลัง น่า รำ คาญ มากกกกกก แม่งเดินตัดกล้อง เดินแซงหน้า เดินคุยเสียงดัง สูบบุหรี่ ลาก่อน
– เลยเดินไปไม่สุดรอบทะเลสาบ กลับมาก่อน เอ้า คนอื่นแม่งยังไม่มาเลย สรุปแม่งเลทไปครึ่งชั่วโมง รู้งี้กูเดินให้ครบรอบดีกว่า
– แถวนี้ฟ้าสวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

Haast / Ship Creek

  • รับพวกโดดร่วมมาแล้ว มาดรอปจุดถ่ายรูปที่นี่
  • ซ้ายเป็นหาด ขวาเป็นอะไรไม่รู้ ดูรูปตัวอย่างจากด้านหน้าแล้วซ้ายสวยกว่าเลยเดินมา ขณะที่ฝรั่งทั้งหมดเดินไปทางขวา เอเชียนนี่มันไม่รู้จักเข้าพวกเลยจริงๆ
  • หาดทรายขาว ท่อนไม้ระเกะระกะ เข้ามาห้าเมตรเป็นป่า มันจะ Contrast อะไรขนาดนั้นลวกเพี่ย
  • สุดท้ายดูเวลาละ ทำท่าจะไม่ทันอีกละ สึส เดินกลับ
  • นกอ้วนน่ารัก บินก่อกวนเหมือนอยากเดินด้วย เดี๋ยวพ่อขโมยกลับบ้านเลยนี่
  • เวลาเหลือ (เอ้า เหลือได้ไงวะ) เลยไปถาม Telli ว่าเหลือเวลาอีกแค่ไหนอยากไปดูอีกข้าง พี่แกบอกวิ่งไปเลยไอ้หนุ่ม ปะ วิ่งดิวิ่ง
  • อีสัส เหมือนอยู่คนละโลก (ทะเลกะป่าก็คนละโลกละ นี่มีป่าอีกอัน) เหมือนอยู่ในโลกจูแรสสิคปาร์ค อ่าาาาา ประเทศอะไรวะเนี่ย
  • กินข้าวเที่ยงที่ Haast ร้านคาเฟ่มั่วซั่วเหมือนเดิม แฟนยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ที่จะลอง Fish and Ship ทั่วประเทศ

Thunder Creek Falls

  • แวะถ่ายรูปข้างทาง เฮ้ย น้ำตกเต็มประเทศเลยว่ะ ขนาดทางหลวงยังมีน้ำตก (ไหลเท่าก๊อกน้ำ) ข้างทาง
  • เอ้า เขาจอดให้ถ่ายน้ำตกของจริง ถ่ายดิเฮ้ย ทำไมสีมันเหมือนเปิด HDR เลยวะ
  • ขับอีกห้านาที เอ้า ส้วมสาธารณะอีกละ คือมีคนขับให้ (และเป็นไกด์) ก็ดีงี้ แวะห้องน้ำกับจุดถ่ายรูปตลอดทาง

ที่ไหนไม่รู้

  • ขับไปถ่ายรูปอีกละ ที่ไหนไม่รู้ GPS หายไปจากรูป

Lake Hawea Lookout

  • สวยอีกแบบเน้นสีฟ้ากับขาว มีป้ายให้คำแนะนำพร้อมบอกถ้าโพสต์ลง Instagram ใส่แฮชแท็กด้วย เราจะได้ติดตามคุณได้ ไม่รู้ปกติได้บรรยากาศแบบไหน แต่ตรงนี้เป็นที่เดียวในทริปที่ได้วิวแบบยุโรป

Wanaka

Lake Wanaka

  • อยู่ในเมือง Wanaka นั่นแหละ
  • ฟ้าสวยใส บรรยากาศเหมือนถ่ายรูปในแคลิฟอร์เนีย แต่เปิดโหมด HDR จัดๆ
  • เมืองสวย แต่ไม่ได้เดินหรอก ถ่ายวิวก็หมดเวลาละ
  • เป็ดเพียบ มีคนทิ้งขนมปังเอาไว้เยอะมาก น้ำน่าจะอุณหภูมิติดลบ ไม่หนาวกันหรือไงฟะ
  • ตอนจะเดินกลับโดนฝรั่งขอให้ถ่ายรูปให้ด้วย น่าจะ Moto C4 กล้องแย่มาก

Wanaka Tree

  • เป็นต้นไม้ที่ไปอยู่กลางน้ำ ใครๆ ก็มาถ่าย
  • เห็นแล้วไม่ได้ว้าวอะไรมาก คือมันแค่ไปอยู่กลางน้ำ และไม่ได้ตาย แต่หน้าใบไม้ร่วงแบบนี้ไม่เหลืออะไรแหล่ว
  • นั่นแหละ ถ่ายสองรูปแล้วเผ่นละ หนาว

Queenstown

  • นอนโรงแรม Absoloot Value Accommodation ค่อนข้างดี มีเน็ทให้ ต้องล็อกอิน ซึ่งความเร็วอัพโหลดเป็นที่น่าพอใจ
  • ไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน Tanoshii ให้น้อยมาก (ราคาก็ถูกกว่า Auckland พอควร) ซึ่งควรจะสั่งมาสัก 5 – 6 อย่างสำหรับสองคน เพราะน้อยมาก แต่ด้วยความจนเลยสั่งมาแค่สองอย่าง
  • สั่งเนื้ออะไรสักอย่างที่ไม่รู้จัก ดูรูปจากใน Google Maps แล้วบอกเอาอันนี้ ได้เนื้อเย็นๆ มาแทน ผิดหวังนิดหน่อยนึกว่าจะได้เนื้อย่างร้อนๆ ฉ่ำๆ แต่ก็โอเค เพราะกินได้ ไม่แย่
  • เข้า 4Square หาของอีกแล้ว ไม่ค่อยแฮปปี้เพราะราคาแพง
  • เห็นทางม้าลายสำหรับข้ามถนนเป็นครั้งแรกในประเทศนี้ แถมอยู่ในเมืองแล้ววาดเป็นม้าลายนอนพื้นซะงั้น เข้าใจว่าที่นี่ไม่ต้องใช้เพราะมีไฟให้กดข้ามทั้งหมด
  • เจอร้านขนมน่ารักมากชื่อ Remarkable Sweet Shop
  • เสียตังซื้อรองเท้าใหม่กับเสื้อกันหนาว (และกันฝน) ที่ร้าน Mountain Warehouse เป็นแบรนด์โนเนมตัวนึง คนที่นี่นิยม Kathmandu มากกว่า แต่เอาน่า ซื้อมาใช้ชั่วคราวก็โอเคละ วันนี้ใส่รองเท้าแตะเดินทั้งวันหนาวจะตายแล้ว ส่วนรองเท้าผ้าใบเก่าก็เปียกสนิทไปแล้วด้วย

Milford Sound

  • ตื่นตีห้าเพื่อเดินทาง 5 ชั่วโมง
  • ที่นี่มันไม่มีไฟข้างถนน สิ่งเดียวที่ช่วยได้คือกรวยสะท้อนแสง และป้ายสะท้อนแสง สงสัยตอนกลางวันมากว่าจะมีป้ายเลี้ยวทำไมเยอะแยะ พอมืดแล้วเห็นไฟสะท้อนกลับมาคือเข้าใจเลย ถือว่าดี เพราะให้มาติดไฟตลอดทางในป่าก็เปลืองไฟ แถมดูแลยากอีกตะหาก
  • ฝนตกตั้งแต่เมื่อคืน และ Google Assistant เตือนว่าฝนตก 100% ยันบ่าย
  • มีจอดประปราย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนอยากลง โดยเฉพาะที่ต้องเดิน เพราะหนาว ฝนตก และมองอะไรไม่เห็น วันนี้เป็นความเสียเปล่าที่แท้ทรู
  • ลอดอุโมงค์อะไรสักอย่างที่ยาวที่สุดของนิวซีแลนด์ ทะลุภูเขาไปอีกฟาก
  • อีกอย่างนึงที่ลืมบ่นตั้งแต่เริ่มเขียนมาคือเกาะใต้มีความคล้ายฮ่องกง คือความชื้นสูง เมฆต่ำ และภูเขาเยอะ ทำให้… ไม่มีเน็ทใช้ ซื้อมา 4GB แทบไม่ได้ใช้ พอมาถึง Milford Sound ก็ไม่มีเน็ทให้ใช้อีก เจอขายแพงมากพอควร บรัย
  • คนจีนและอินเดียเยอะมาก คุวัย ทั้งเกะกะ ยืนบัง ไม่หลบ ฯลฯ ครบเลย
  • พอเรือเริ่มออก ฝนก็หนักขึ้น บรัย
  • ถึงจุดนึงเบาลงหน่อย ขึ้นดาดฟ้าเรือ สามสิบวินาทีต่อมาวิ่งหลบเข้าเรือแทบไม่ทัน พายุฝนแรงมากๆ กระแทกหูมึนไปเลย
  • เป็นสองชั่วโมงบน Cruise ที่ไม่เห็นอะไรเท่าไหร่…. นอกจากความขาวจั๊วะ

Devil Staircase

  • ตอนกลับมาแถวนี้ฝนเริ่มเบาละ ถ่ายรูปได้ ภาพสวยสมเป็น New Zealand เช่นเดิม (แต่ไอ้คำว่าฝนเริ่มเบานี่ก็ห้าโมงเย็นละนะ 12 ชั่วโมงหลังจากออกจากโรงแรมนา)

Queenstown

  • กลับมาหาอะไรกิน แต่ไม่อยากกินร้านเดิม เจอร้านอะไรไม่รู้เขียนว่า Today Special Rumb steak $15 และร้านสวย อุ่น จึงปลงใจกินมันร้านนี้แหละ
  • อร่อยสำหรับราคา $15
  • เดินรอบเมืองแบบหนาวๆ แวะเข้าร้านโน้นนี้เพื่อรับไออุ่นจากฮีทเตอร์เป็นระยะ อยากดูของเหรอ เปล่า หนาว
  • กลับมาโรงแรม เจอพนักงานเอาหมามาผูกเอาไว้ น่ารักกกกกกกกก
  • หมดไปอีกวัน

Queenstown วันที่ 3

  • วันนี้ชาวบ้านไปเล่น Canyon Swing, Bungy Jump สายป๊อดและจนอย่างเราเดินเล่นในเมืองต่อไป ตื่นสายมากเพราะฮีทเตอร์ในร่างของแอร์ไม่ค่อยจะอุ่น และหน้าต่างปล่อยความหนาวเข้าห้องจนต้องเอาเสื้อกันหนาวไปวางขวางปลายเตียง
  • ตื่นสิบเอ็ดโมงเกือบเที่ยง ไปกิน Ferg Burger ที่ทุกคนที่มาที่นี่ต้องกิน
  • เออ อร่อยสมชื่อ ออนเนียนริงอร่อยมากกก เอาไปห้าดาว
  • ทะเลสาบสวยมาก วันนี้อากาศดีฝนไม่ตก ฟ้าสวย
  • เป็ดยังคงเปรี้ยวว่ายน้ำโชว์เหมือนเดิม
  • เจอโบสถ์ Church of St. Peter เป็นโบสถ์แองกลิกัน เล็กๆ แบบพอเพียง ใช้คำว่าสวยคงไม่ถูกต้องนัก (แต่ก็ดูดีนะ)
  • เจอบ้านขนาดจิ๋วบอกว่าเป็นบ้านที่เก่าที่สุดในเมือง อยู่มาตั้งแต่ 1864 ข้างในเป็นร้านกิฟท์ชอปจิวเวรี่ ดอกไม้ งานศิลป์
  • Queenstown มี Gardens ด้วย แต่หนาวจะตายแล้ว ตอนขึ้นไปเลยไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรมาก
  • หนาว ไม่อยากทำอะไรแล้ว กลับโรงแรมมาหลบหนาว เปิดหน้าต่างแล้วคิดว่าควรจะเดินไต่เขาขึ้นไปดูวิวด้านบนเมือง
  • เหนื่อยฉิบหาย มันจะสูงไปไหนวะ
  • อีเหี้ย วิวสวยสัดๆ แต่สูงสัดๆ จะเป็นลม พื้นชันมาก
  • เดินไต่สวน (หรือป่า?) ขึ้นไป รองเท้าเละมาก พร้อมเห็นด้านข้างเขียนว่าทางลงเมือง อ้าว ไม่ต้องไต่เขาขึ้นมาก็เดินขึ้นมาบนสุดเมืองได้เรอะ
  • แต่ทางพี่สุดสวิงริงโก้มาก อ้อมแล้วอ้อมอีก
  • ตัดภาพมาที่ลงมาละ เจอร้านโปรดใหม่ชื่อร้าน T2 เป็นร้านชา มีสารพัดแบบ ทั้งชาเบลนด์ ชาทั่วไป ชาหายาก (Roiboss ที่นี่หาไม่ยากเท่าไหร่ ตอนอยู่ Auckland เห็นลดราคาขายใน Countdown)
  • ชอบมากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก จำไม่ได้ว่าอยู่ในร้านนานแค่ไหน อยู่นานมาก โดนใจชาเขียวกลิ่นผลไม้มาตัว อธิบายไม่ถูก มันอร่อยมาก
  • กลับห้อง เก็บของ ออกมากินข้าว ไปกินร้าน Bluekanu ที่เป็นแนว Polynisian สั่ง KFC (Korean Fried Chicken) มากินกับยำแซลมอน
  • โอเค กินต่อ กินซันเดย์ที่ร้าน Patagonia ที่ยังไงก็ต้องเดินผ่านตอนกลับโรงแรม มุมดีมาก แต่อย่างที่บอกประเทศนี้ตอนกลางคืนแม่งมืดสนิท ที่นั่งชั้นสองมุมมองออกไปทะเลสาบก็เลยว่าง ถ้าเป็นตอนกลางวันน่าจะไม่มีจังหวะว่างเลย

ไป Mount Cook

  • ที่นี่คืออีกฝั่งของ Fran Josef Glacier หิมะถล่มทลาย แม่มจอดรถถ่ายรูปรวมไม่ได้ถ่ายซักที มั่วแต่ปาหิมะใส่กัน

Omarama

  • ร้าน Merino Cafe ไม่อร่อยสักอย่าง อย่าแดกเลย

เดินทางไป Mount Cook ต่อ

  • ทะเลสาบ (รึเปล่าไม่รู้) ที่นี่แม่งสวยจริง แม้วันฟ้ามืดฝนตกก็ยังฟ้า ไม่ได้สะท้อนแสงจากท้องฟ้าอย่างที่คิด Telli บอกว่ามันมี Particle ซัมติงจาก Glacier ทำให้มันเป็นสีฟ้า
  • หิมะ หิมะ หิมะะะะะะะะะะะะ
  • ดีใจมาก อีห่า รถข้างหน้าล้อติดหล่ม Telli วิ่งลงไปช่วย
  • พอไปได้ เอ้า รถเราติดหล่มบ้าง สึสส ต้องวิ่งไปหลบในโรงแรม The Hermitage หลบหิมะ และลดความเป็นตัวถ่วงรถติด
  • กิจกรรมทั้งหมดยกเลิกเพราะพายุหิมะ เลยให้โรงแรมเรียกรถชัทเทิลไปเดินพิพิธภัณฑ์ Sir Edmund ที่เป็นคน New Zealand คนแรกที่ไต่เขาเอฟเวอเรสต์
  • มีหนังให้ดูด้วย ส่วนใหญ่เป็น 3D กำเนิดจักรวาล ฯลฯ แต่ตอนที่ไปถึงเป็นสารคดีสไตล์ฝรั่งจ๋าที่ไม่เคยดู มีคนมาพูดๆๆ แล้วก็สลับภาพบ้าง วิดิโอบ้าง จะเหลือเหรอครับ หลับดิ ซับไตเติลก็ไม่มีให้ (เคยเห็นสารคดีแบบนี้ครั้งแรกตอนดู Interstellar)
  • จบซักที สารคดีต่อไปคือกำเนิดแดนกีวี่ สนุกดี น่าจะเก่าแล้วตัว 3D เลยน่าเกลียดพอควร แต่ Stereoscopic ภาพจาก 2D เป็น 3D ดีงามมาก โรงขนาดเล็ก ปกติสายตาสั้นใส่แว่น 3D แล้วจะมีปัญหาหน่อย แต่นี่ไม่มีเลย แอบถอดแว่นสามมิติเช็คเป็นระยะ พี่แกเล่นเอาภาพของตาสองข้างห่างกันเยอะมากนี่เอง อันนี้ชมว่าทำได้ดีมากมากกกกกกกกกก ดีที่สุดตั้งแต่เคยดูมาเลย
  • ขากลับก็นั่นแหละ ให้โรงแรม The Hermitage เรียกรถชัทเทิลกลับให้เช่นกัน หิมะถล่มเยอะมากจริงๆ (โรงแรม The Hermitage และที่พัก Mt. Cook Lodge ล้วนเต็มไปด้วยภาษาญี่ปุ่น) ด้วยความที่โรงแรมอยู่บนเขาหิมะ ทำให้ฮีทเตอร์ดีมาก น้ำตาจะไหล ไม่หนาวตายแล้วโว้ย
  • กลับไปกินพิซซ่าฟรีที่ Wild Kiwi เลี้ยง (ชื่อทัวร์คือ Wild Kiwi) ซึ่งกลับไปช้านิดหน่อย แต่แดกกันจะหมดแล้ว สึส แดกไวฉิบหาย แล้วพวกแม่มก็นั่งคุยกันต่อยันเที่ยงคืน
  • เอเชี่ยนแดกไม่อิ่มโว้ย เลยหนีไปทำอาหารกินในครัวกันเอง
  • กลับมาเขียนงาน โรงแรมไม่มีเน็ทฟรีให้ ขาย $5 ต่อ Device อือหือ แต่ยังดีมี 4G เลยต่อของตัวเองใช้ซะเลย จ่ายตังมาแล้วให้กูใช้เถอะ
  • พยากรณ์อากาศบอกว่าตีสี่เมฆจะน้อยลง หิมะหยุด เลยตั้งนาฬิกาปลุกตื่นมาดู ตอนแรกแฟนเป็นคนอยากดู ส่วนคาบเจ้าเฉยๆ เพราะสายตาสั้น มองอะไรไม่ค่อยเห็น (ตอนแรกแฟนจะดู Stargazing แต่โดนยกเลิกเพราะพายุหิมะเช่นกัน)
  • อีสัส มองลอดหน้าต่างออกไป เฮ้ย เห็นว่ะ คุณๆ ลุกเดี๋ยวนี้ เราต้องไปดูดาวกัน กลายเป็นฝ่ายอเลิร์ทแทน
  • ไปหน้าโรงแรมเห็นประมาณนึงไม่มากเพราะแม่งมีไฟ
  • ผิดหวังกลับมานอนในห้อง อ้าว เชี่ย เยอะสัสๆ ปิดไฟครับ ไปยืนเกาะประตูกระจก (ที่ห้ามเปิด) ข้างระเบียงดูดาวแทน นี่แม่งคือประสบการณ์เห็นดาวเยอะที่สุดในชีวิตละ ถึงจะสายตาสั้นและเห็นไม่เท่ามนุษย์คนอื่นก็เถอะ
  • แจ้งใน WhatsApp กลุ่มที่ไม่ค่อยจะมีคนสนใจเอเชียนที่ชอบแบ่งแยกและไม่เข้าพวก ตื่นเช้ามาโดนรุมถามเรื่องดาวหลายรอบมาก คือไม่เชื่อกันเรอะ มันสวยมากเลยนะเว้ย
  • พายุหิมะถล่ม สึส กิจกรรมทั้งหมดยังคงยกเลิก ไป กลับบ้าน
  • ลงเขามาแค่ 30 นาที สึส หิมะบางเบา แต่วันนี้ไม่มีเมฆบังภูเขา Mount Cook แล้ว

Lake Tekapo

  • เชี่ย ห้องน้ำ Public Toilet ล้ำสัส
  • ร้าน Reflections Cafe อร่อย แต่ทำช้าเอาการ เน็ทแย่มาก ควรทำใจ
  • ทะเลสาบสวยมากๆ สะท้อนแดดดุจกระจก
  • โบสถ์ Church of the Good Shepherd น่ารักดีกระจุ๋มกระจิ๋ม คนจีนยังทำตัวน่ารำคาญ และสูบบุหรี่เหม็นหน้าโบสถ์ สึส อยากจะกระโดดถีบขาคู่
  • Lupin Field เหลืออยู่ดอกเดียวนอกนั้นร่วงหมดแล้ว ได้ยินเสียงภาษาไทยเสียงดังเหมือนกัน เฮ้ยมึงอะ ถ่ายเลย ถ่ายกูหน่อย ถ่ายดีๆ ดิ
  • รำคาญ… ถึงมันจะไม่มีใครฟังภาษาไทยออกก็เถอะ
  • ยิ่งวนเข้าใกล้ไครส์เชิร์ชก็ยิ่งเห็นหญ้าเขียว แกะ ฟาร์ม ภูเขา
  • ภูเขาที่นี่ไม่มีต้นไม้เยอะ (โดยเฉพาะเขาใกล้ฟาร์ม) เพราะโดนตัดหมด แต่แม่งก็ยังเขียวเพราะมอร์ส เฟิร์น รา
  • แวะห้องน้ำที่เมือง Ashburton แม่งสวยน่ารัก น้ำพุแม่งใสมาก สะท้อนท้องฟ้าด้วย
  • กลับละ วนเวียนส่งคนโน้นคนนี้ที่เมืองไครส์เชิร์ช กลับขึ้นเครื่องบินรอบสามทุ่มสิบห้า
  • หกโมงจะเช็คอิน เช็คไม่ได้ ต้องรอให้ครบ 18:15 ถึงจะเช็คอินได้
  • เจอธนบัตรไทยใน Spin a Coin ว่ะ
  • จริงๆ ไม่ได้จะถ่ายธนบัตรไทยมา แต่สงสัยว่าไอ้ธนบัตร 50,000 นี่คือของประเทศอะไร
  • ที่นี่แม่งบิน Domestic แทบไม่ตรวจอะไรเลย ไม่ตรวจของเหลวเอาขึ้นเครื่องได้ เดินเข้าไปแล้วจะเดินออกมานอกเกตก็ได้ (เออเจ๋งดี เผื่อมาส่งเพื่อนไม่ทันงี้) บอร์ดดิ้งพาสก็ไม่ตรวจ อีสัส คัลเจอร์ช็อค คือเดินตัวเปล่าไปเลย มีสแกนของนิดหน่อยพอเป็นพิธีเฉยๆ กับตรวจบอร์ดดิ้งพาสก่อนขึ้นเครื่อง แค่นี้เท่านั้น
  • อีสัส เข้าเกต 22 ซึ่งเป็นเกตที่มาลงตอนบินมาจาก Auckland และตอนออกที่สนามบิน Auckland ก็ออกเกตเดิมด้วย
  • ไม่ตรวจอะไรเช่นกัน เดินนาทีเดียวมาถึงป้ายรถเมล์ได้เลย (ชิวเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนน)

Auckland (1)

  • ซื้อตั๋ว Sky Bus ไม่ทัน มัวแต่ควักหาบัตรเดบิต คนขายเลยบอกไปกดตังแล้วรอจ่ายเงินสดบนรถแล้วกัน
  • กดตัง นั่งได้สิบนาทีพนักงานมาไล่ บอกสนามบินจะปิดแล้วออกไป (แต่หลังจากไล่เสร็จ พวกแอร์ JetStar ก็มานั่งต่อ ไม่เห็นจะไล่เลย)
  • กลางคืนรถมาทุก 30 นาที ไม่ใช่ 15 นาที รอวนไปค่ะ
  • นอนโรงแรม Ibis Budget แคบมาก เล็กมาก คืนละ 80NZD คือมันก็ถูกมากสำหรับเมืองนี้แหละ แต่เล็กเกิ๊น ห้องขนาดประมาณ 2 x 4 เมตร (รวมห้องน้ำ) อยู่ยากไป
  • กลางคืนหิว เดินไป Countdown ห้างราคาถูกที่เห็นราคาแล้วนึกว่าประเทศไทย ไม่รู้ทำราคาได้ยังไงถูกมากจริงๆ คนแขกเดินซื้อของเกะกะไปหมด ได้คิทแคทดาร์คช็อคโกแลทเอกัวดอร์ กับโค้กหญ้าหวานมา (รสเหมือนขัณฑสกร) ไม่ปลื้มเท่าไหร่
  • หมดไปอีกหนึ่งคืน

Auckland (2)

  •  เดินตลาดตอนเช้า ย้ายที่ไปเรื่อยๆ ต้องติดตามว่าวันนี้ตลาดจะไปอยู่ที่ไหน
  • กินเบอร์เกอร์ BLAT (Bacon Lettuace Avocado Tomato) แถมฟรีฮัก
  • ย่านนี้มี EY, Deloitte, PwC แต่ไม่เห็น KPMG แต่ประการใด
  • กินไก่ร้าน Nando เจอเพื่อนแฟน…. เหมือนรายการเผากันยังไงไม่ทราบ ต่อขนมหวานร้าน Galette สมแล้วที่ผู้หญิงเอเชียมีกระเพาะของคาวกับของหวานแยกกัน สิงคโปร์ ไทย เกาหลีเหมือนกันหมด
  • เดินเล่นในเมือง ดูร้านของเล่นไอทีนิดหน่อยแล้วเดินไปพิพิธภัณฑ์ที่ Auckand Domain เสียดายไปถึงก็จะปิดแล้ว อดดูเลย
  • หน้าพิพิธภัณฑ์มี Winter Garden สวยดี แต่ตอนไปเหมือนจะเตรียมขึ้นดอกไม้ฤดูหนาวเลยน้อยๆ กับเหี่ยวๆ หน่อย แต่ก็สวยอยู่ดี อาคารสไตล์ตะวันตก (ที่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้อง) มีกำแพง มีไม้เลื้อย เหมือนในหนังอังกฤษ
  • โรงเรียน Kaplan สวย เป็นอาคารอิฐ อยู่ใกล้ๆ พิพิธภัณฑ์นั่นแหละ
  • ไปกินร้านอาหารที่แฟนอยากกิน (และอยากพามาเพราะวิวน่าจะดี) ไม่ได้เข้าเพราะไม่ได้เอาพาสปอร์ตมา และมันดันตรวจตรงทางเข้า
  • แฟนเลยโมโหและโมโหหิว (แย่เป็นสามเท่าของโมโหปกติ) พาลโดนด่าไปด้วย ซวยฉิบหายเลย
  • เลยเดิน Harbour เล่นแทน
  • สุดท้ายไปกินเนื้อย่างเกาหลี แปลกดีคือเอาฟอยล์รองกระทะ ทำให้กระทะไม่สัมผัสเนื้อโดยตรง โชคดีได้นั่งข้างนอกเพราะในร้านหายใจไม่ออกมากๆ ไขมันลอยเต็มอากาศไปหมด จะเป็นลม ข่าวร้ายคือใส่เสื้อผ้ามาหลายชั้นมากและไม่อยากให้เหม็นกลิ่นเนื้อ เลยต้องซุกๆ ในถุงแล้วซ่อนใต้โต๊ะเอา ซึ่งก็นั่งลำบากมาก
  • กลับโรงแรมเหอะ อาบน้ำนอนสองสามชั่วโมงแล้วได้เวลาเตรียมกลับ
  • ตีสองออกจากโรงแรม ขึ้นรถ Skybus เกือบผิดฝั่ง (และเกือบไม่ได้กลับ) คนเมาเยอะมาก เจอรถสายแว้นอีกแล้ว เปิดลำโพงดังยังกับลำโพงงานวัด แอบแปลกใจเล็กน้อยว่าลำโพงทำไมเสียงดังได้ขนาดนี้ทั้งที่เป็นตัวเล็กๆ ในรถ
  • นั่งสกายบัส รอบนี้คนขับเป็นแขกโพกหัว สิบแปดดอลลาร์จ่ายไปแล้วรอราวๆ 30 นาทีก็ไปถึงสนามบินละ
  • กระเป๋าแฟนใบเดียว 23 กิโล และด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบแคร์รี่ออนคาบเจ้าหนักสิบโล เจ้าหน้าที่บอก “คุณต้องย้ายของในแคร์รี่ออนลงโหลด” และแน่นอน กระเป๋าแฟนอัดแน่นไปด้วยสิ่งสารพัดที่ไม่สามารถยัดได้แล้ว (ซึ่งก็ทำจนยัดได้แหละ)
  • อนิจจามาถึงตั้งแต่ตีสาม ไม่ให้เช็คอิน! รอไปตีสามครึ่งโน่น พอเช็คอินเสร็จไอ้ด่านตรวจกระเป๋ายังไม่เปิดอีก รอตีห้านะ….
  • พอตีห้าสแกนผ่าน เออ ยังไม่พอ เกตยังไม่ออก นั่งรอไป จะบอกว่าให้ไปเกตไหนตอน 05:50 เอ่อ พี่ครับ ทำไมต้องรอรอรอรอรอรอวะ สนามบินเพิ่งเปิดรอบเช้าไม่ใช่เรอะ อีกอย่าง บอร์ดดิ้ง 06:10 นะครับ จะวิ่งยังไง
  • สุดท้ายได้วิ่งสมใจ วิ่งข้ามฟากจากด้านนึงไปอีกด้านนึง เกต 15 แม่งอยู่อีกข้างนึงเลย (สนามบินเป็นรูปตัว V) ที่สำคัญคือที่นี่ก็ซ่อมแซมเยอะเหมือนฝั่งขาเข้า ไอ้ชิบหาย นึกว่าเดินผ่านไม่ได้ ดันผ่านได้เฉยเลย
  • มิสเตอร์อัสนี กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ (ออกบัตรให้ใหม่ ไม่รู้ต่างจากของเดิมยังไงเหมือนกัน)
  • หกโมงสิบบอร์ดดิ้ง สึส ยังไม่ทันจะนั่งพักหายเหนื่อย บอร์ดแล้ว
  • แปดโมงออสเตรเลีย (สิบโมง NZ) ถึงซิดนีย์ ลุงข้างๆ พูด Pickup line ว่า “You’re a good sleeper” แหม่ ผมไม่ได้นอนทั้งคืนน่าลุง หลับตลอดทางก็ไม่เห็นจะแปลกเลย
  • ทรานสิทสแกนกระเป๋าอีกรอบ เจ้าหน้าที่ดุฉิบหาย แถมตอนนี้ในกระเป๋ามีโน้ตบุคสองอัน (ของแฟนอันนึง ของตัวเองอันนึง) โคตรจะไม่อยากเปิดเอาออกมาเพราะตอนใส่กลับจะปิดกระเป๋าไม่ได้ ซึ่งก็ต้องทำใจ สแกนไปดิ เดี๋ยวนะ ตอนนี้ 09:00 บอร์ดดิ้งไทม์ 09:05 ไอ้ชิบหาย วิ่งดิเอ๋ วิ่งดิ
  • เกตไกลสัส ไปถึงประกาศดีเลย์เป็น 10:25
  • ซึ่งพอถึงเวลา 10:25 รอนานมากจนเงก ก็ยังไม่ได้บอร์ดดิ้ง เอิ่ม…
  • บินอีกสิบชั่วโมงกว่าจะถึงไทย อีออสเตรเลียไร้มารยาทที่นั่งขวาหน้าแม่งแย่มาก น่ารำคาญ พูดเพ้อเจ้อเหมือนคนบ้าไปเรื่อยๆ
  • สัส ตม ไม่ตรวจ รอดไป คือตอนนี้ไม่กลัวจ่ายภาษีนะเพราะไม่มีอะไรให้เสีย แต่กลัวการแกะกระเป๋าออกมา declare ของมากๆ เพราะไม่มีปัญญาจะแพคเสื้อผ้ากลับไปอย่างเดิม (เอาจริงๆ ถ้าโดนหาเรื่องเสียภาษีนี่ก็ไม่รอด ไม่มีเงินสด โดนจ่ายเต็มด้วยบัตรเครดิตแน่นอน)
  • นั่งแอร์พอร์ตลิ้งค์ต่อบีทีเอส ไม่ได้นั่ง…. ทรมานกายฉิบหาย โน้ตบุคสองอันบนหลัง กระเป๋าลากที่มีสองล้อแต่หนักยี่สิบกิโลมันคือนรกมากๆ รอบหน้าจะหาแทกซี่กลับละ แบบนี้ไม่ไหว
  • ถึงคอนโดสักที ตรัยห่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤษภาคม 2018
อา พฤ
« เม.ย.   ก.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • สัส Wrymprint อีกแล้ว อันเดิมด้วย https://t.co/bq6iFZ1aaP- 9 hours ago
  • Wordpress เวลาจะเปลี่ยนอะไรนี่มันเคยทำ research ก่อนป่าววะ หรืออยากจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน ไม่เคยถามคนใช้งานจริงเลย เชี่ยแม่ง- 23 hours ago
  • เหมือนจะหมดช่วง cannibalism แล้วด้วย ตัวเริ่มโต เริ่มใหญ่ และเริ่มสยองขวัญมากขึ้น อีสัส กลัว- 23 hours ago
  • แมลงสาบเยอรมันแม่งเป็นคำสาปพอๆ กับนกพิราบ สัส วิ่งไว วิ่งเร็ว วางยาก็ตายไม่หมด- 23 hours ago
  • RT @chaturon: https://t.co/v5eO2MbalY- 1 day ago
  • สัส Wrymprint อีกแล้ว นี่เป็นตัวอย่างของการแจกตั๋วคนจนจริงๆ แจกแล้วมันก็เอามาสุ่มกาชาต่อ เงินทองจะไปไหน ได้ยินว่าปร… twitter.com/i/web/status/1…- 1 day ago
  • ไม่อยากได้ Wrymprint กะมังกรเพราะมันต้อง unbind แล้วก็ได้รัวๆ ได้ตลอด- 1 day ago
  • reddit.com/r/secretsanta/… โวะ ดีจริง- 1 day ago
  • อยากทำเหี้ยอะไรก็ทำไปเลย วันนี้ด่า แม่ง เพิ่งชมไปหยกๆ ทำตัวเหี้ยๆ อีกละ- 1 day ago
  • RT @Swiffy22: Korok Rush #BreathoftheWild https://t.co/KCPk7vFJUM- 1 day ago
  • เจริญละ ผู้ป่วยฆ่าตัวตายไปเท่าไหร่แล้วกับคนในครอบครัวเหี้ยๆ แบบนี้- 1 day ago
  • บทสนทนาโต๊ะข้างๆ : ไบโพลาร์กินยากูว่าไม่ช่วย ต้องไปปรับ mind set เค้า- 1 day ago
  • @kahonoii จะเลิกเล่น เสือกแจกตั๋ว แล้วพอเปิดตั๋ว #ลาละบรัย- 1 day ago
  • @kahonoii ร้องไปแล้ว แง สึสสสส- 1 day ago
  • ฟรวย หลอกให้ดีใจ https://t.co/yCOLJdHBCp- 1 day ago
  • สัส ไหนละห้าดาว- 1 day ago
  • ตั๋วฟรีมันก็ให้แค่นี้แหละ อยากได้ดีกว่านี้ก็จ่ายตังเอา- 1 day ago
  • ปีนี้คนเล่นเยอะแฮะ https://t.co/mBYQPVwE2Y- 2 days ago
  • RT @shadow_2810: Please give me good roll, ty Santa Mym #DragaliaLost https://t.co/7XQykttWIm- 2 days ago
  • I have contributed 1 year to humanitarian scientific research through @WCGrid. Join me! autotweet.worldcommunitygrid.org/?recruiterId=2…- 2 days ago
%d bloggers like this: