hands

Posted on: 13 เมษายน, 2019

หลายครั้งสิ่งที่เราคิดก็เป็นเพียงจินตนาการที่เรากลัวเกินไปกว่าเหตุ แต่หลายครั้งจินตนาการก็ไม่เกิดขึ้นจริง และไม่มีวันเกิดขึ้นจริง จินตนาการบางอย่างเราหลอกตัวเองว่าสักวันหนึ่งมันจะเกิดขึ้นจริง และจินตนาการบางอย่างเรารู้ลึกๆ ในใจว่ามันจะไม่เกิดขึ้น และจินตนาการบางอย่างที่เรารู้ว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น ไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลายหรือโลกจะล่มสลายเหตุการณ์นั้นก็ไม่มีวันจะเกิดขึ้น แต่เราก็ยังคงฝันถึงวันที่จินตนาการจะเป็นจริง แม้จะรู้อย่างแน่นอนว่ามันไม่มีวันเกิดขึ้นจริง

บางจินตนาการเกิดขึ้นเพราะความรู้ตัวว่ามันจะไม่มีวันเป็นจริง เหมือนกับที่มือของเธอจะไม่มีวันลูบหัวผมอีกต่อไป มือที่เคยอุ้มเรายามที่น้ำหนักเพียงน้อยนิด แต่ก็ยังเยอะสำหรับผู้ที่เลยวัยหกสิบไปแล้ว มือที่แห้งเหี่ยวและเราไม่เคยคิดว่ามันจะสวยงามได้อย่างไร จนกระทั่งวันหนึ่งมือนั้นไร้ซึ่งชีวิตที่จะทำให้มันขยับได้อีก

มือนั้นไม่มีวันที่จะมาลูบหัวเราอีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ร่างของเธอถูกเผาไปแล้ว และจิตวิญญาณของเธอก็ไม่ได้อยู่ในภาชนะอีกต่อไป ภาชนะอย่างเราจึงไม่มีโอกาสที่จะสัมผัสกับภาชนะของเธออีก และเนื่องจากเราเป็นเพียงภาชนะ เราจึงไม่รู้ว่าจิตวิญญาณของเธอนั้นยังคงอยู่กับเราที่นี่ หรือหลับไปเพื่อรอวันเวลาที่จะหวนคืนกลับมา

เธอกลับคืนสู่ดิน วินาทีที่ได้ยินว่าเธอจะไม่กลับมาแล้วภาพทุกอย่างล้วนเอ่อล้นขึ้นมา น้ำตาบดบังทัศนวิสัยแต่ภาพในหัวกลับแจ่มชัด มือที่ปาดน้ำตาเป็นไปเพราะปฏิกริยาอัตโนมัติ ไม่ใช่เพราะว่ามองไม่เห็นจึงต้องทำการปรับสายตา เหมือนอย่างที่เค้าบอกว่าคนที่รู้ตัวว่ากำลังจะตายจะเห็นภาพไหลวนย้อนกลับมา หากแต่ว่าเราไม่ใช่คนที่จะตาย… เพราะเหตุนั้นกระมังภาพจึงถูกฟิลเตอร์เหมือนเหลือเรื่องราวระหว่างฉันกับเธอ

ตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหนกันนะ somewhere, everywhere หรือ nowhere… จริงอยู่ที่ว่าเธอยังคงอยู่ข้างในใจและความทรงจำของเรา ความทรงจำที่ถูกฝังลึกเอาไว้ในจิตใจเนื่องจากเป็นความทรงจำปฐมวัยที่ไม่มีวันลบเลือนแม้อัลไซเมอร์จะฆ่าความทรงจำของเรา

ยาย ขอโทษนะครับที่ไม่เคยไปหาเลยโดยเฉพาะช่วงหลัง แถมไปหาตอนนี้ก็สายไปแล้ว แต่ก็ดีกว่าจะไม่ไปเลยใช่ไหม

ใช่ไหมนะ

จากกันด้วยความตายมันช่างโหดร้าย เพราะคำถามเราจะไม่ได้รับคำตอบอีก ความเงียบสงัดจากคำถามที่เราอยากได้ยินคำตอบช่างเจ็บปวดยิ่งกว่าการตอบว่าไม่ใช่ เธออาจจะตะโกนอยู่ข้างหูเราแต่เราไม่ได้ยิน สัญญาณเล็กๆ สักนิดอาจจะทำให้จิตใจของเราดีขึ้นได้ แต่สัญญาณเหล่านั้นไม่เคยมาถึง เหมือนกับว่าคำถามของเราไปไม่ถึง หรือไม่มีค่าพอที่จะตอบ

ความเงียบกับความเหงาไม่เคยไปไหน แต่ความเงียบจากคนที่ไม่เคยมองข้ามเรามันช่างโหดร้าย โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยเงียบเวลาเราถาม คนที่ตอบเราทุกครั้งที่เราคุยด้วยแม้จะไม่รู้เรื่องสิ่งที่เราคุยแม้แต่นิดเดียว คนที่ไม่เคยเมินเราไม่ว่าสถานการณ์จะแย่สักแค่ไหนก็ตาม

ความเสียใจและน้ำตานี้เกิดขึ้นเพราะว่าการจากลา หรือการที่เราจะไม่ได้ยินคำตอบอีกต่อไปแล้วกันแน่ ความเงียบหรือการจากลาเป็นความเจ็บปวดมากกว่ากัน หรือทบทวีคูณความเสียใจที่อยู่ข้างในให้เติบโตขึ้นเป็นภัยร้ายต่อความสุข

ชีวิตของพวกเรามีค่าหรือเปล่านะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

เมษายน 2019
อา พฤ
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

%d bloggers like this: