White room

Posted on: 28 เมษายน, 2019

หลังจากยุค VR เบ่งบานมนุษยชาติก็เริ่มก้าวเข้าสู่ริมขอบของเทคโนโลยี เพื่อผลักให้เทคโนโลยีที่มีอยู่ไปถึงขีดสุด และทำลายกำแพงเพื่อไปสู่ขีดจำกัดใหม่ที่กว้างกว่าเดิม ไกลกว่าเดิม และดีขึ้นกว่าขอบเล็กๆ ของเทคโนโลยีที่กรุยทางสู่โลกอนาคตเอาไว้นั้น ในปี 2016 มนุษยชาติเริ่มต้นก้าวเล็กๆ ด้วยเกมส์ไร้สาระอย่างช่วยแมวจากตึกสูง โดยสวมหมวก VR และยืนบนแท่นสูงราวๆ 10 เซนติเมตรเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนที่สูงลิบน่าหวาดเสียว

ในปี 2032 มนุษยชาติได้ก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่สามารถสร้างอุปกรณ์อ่านใจ แต่ข้อมูลที่ได้นั้นไม่สามารถตีความเป็นภาษาได้ เนื่องจากระบบความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีนี้อยู่ที่รัสเซีย กับจีน สองประเทศที่ไม่ได้แคร์สิทธิมนุษยชนและความเป็นส่วนตัวมากเท่ากับความมั่นคงของรัฐและทหาร โดยเทคโนโลยีนี้อยู่นิ่งๆ นับสิบปีก่อนจะมีการทลายกำแพงเทคโนโลยีด้วยการสร้าง AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่สามารถทำความเข้าในข้อมูลที่เปรียบเสมือนไบนารีไฟล์ของคอมพิวเตอร์ได้ โดยทุกๆ คนจะต้องสวมหมวกวัดคลื่นสมองและอ่านหนังสือที่ระบบเตรียมไว้ให้ เพื่อทำความเข้าใจการตีความ ถอดรหัสของสมองแต่ละคน

แม้ว่าจะฟังดูดีแต่ก็ถูกต่อต้านจากสาธารณชนในแง่ของการใช้งาน เนื่องจากละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างง่ายดายถ้าหากถูกนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง รวมไปถึงประเทศต้นกำเนิดที่ขึ้นชื่อเรื่องนี้ ทำให้เทคโนโลยีตันอยู่แค่การถอดรหัส การตีความ แต่ไม่มีการนำไปใช้ จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2099 เมื่อมนุษยชาติก้าวเข้าสู่โลกบทใหม่เป็นผลสำเร็จ โลกที่ไม่มีประเทศชาติอีกต่อไป โดยมีวัฒนธรรมท้องถิ่นคงอยู่ ประเพณีมีไว้เพื่อประโยชน์ทางการท่องเที่ยว ส่วนประเทศนั้นถูกรวมเป็นสหพันธรัฐโลก โดยการประมวลผลของปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ

จริงอยู่ที่ว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ฉลาดที่สุด แต่อย่างน้อยมันก็ประมวลผลได้เร็วกว่ามนุษย์ และเนื่องจากพวกมันสามารถทำงานร่วมกันได้ แตกต่างจากระบบการปกครองของมนุษย์หลายพันปีที่วนเวียนอยู่แต่การตีกัน ทำสงคราม เลื่อยขาเก้าอี้ และขัดแย้งกันทุกรูปแบบ รวมไปถึงการสื่อสารที่แฝงความนัย ผลประโยชน์ และอื่นๆ อีกมาก การใช้ปัญญาประดิษฐ์ทำให้พวกมันไม่ต้องตีกันเอง ไม่ต้องเลื่อยขาเก้าอี้และไม่ต้องสื่อสารไปๆ มาๆ ที่เสียเวลาดั่งมนุษย์ พวกมันสื่อสารกันเพียงนาทีเดียวก็มากกว่าที่มนุษย์ทำมาตลอดแสนปี และทุกนาทีคือการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ เพื่อการประมวลผลที่เกิดประโยชน์สูงสุด

ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่าง เพราะพวกมันคือคณิตศาสตร์ และสถิติ แต่พวกมันทำงานได้เร็ว และมั่นใจกว่ามนุษย์ส่วนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ไร้ประสบการณ์ในการชี้นำ ยิ่งโลกไม่มีประเทศชาติแล้ว ตำแหน่งผู้นำช่างเป็นสเกลที่ใหญ่เกินกว่ามนุษย์คนไหนจะรับผิดชอบไหว อีกทั้งมีเพียงคนเดียวในโลกที่จะได้รับตำแหน่งนี้ คิดดูสิว่าจะมีงานวิจัย หรือหลักสูตรสอนให้แต่ละคนที่มารับหน้าที่ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมากมายหรือน้อยนิดกันแน่

เมื่อเข้าสู่ปี 2100 มนุษยชาติก็ได้สิ่งที่ต้องการ กล่าวคือเข้าสู่ยุคที่มนุษย์นั่งๆ นอนๆ และเสพย์สื่อบันเทิงตามใจชอบ เนื่องจากคอมพิวเตอร์และหุ่นยนตร์ได้เข้ามาทำงานแทนทุกอย่างแล้ว การใช้พลังงานสะอาดที่จะรักษาโลกเอาไว้ หรือกสิกรรมที่จะเพาะปลูกอาหารเพื่อสิ่งมีชีวิตทั้งปวง มนุษย์เข้าสู่สังคมอิสระเสรีโดยปราศจากงานอย่างสิ้นเชิง หนึ่งในสิ่งที่ได้รับความสนใจในวงการสื่อเห็นจะเป็นเรื่องของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในอดีต การแข่งขันต่างๆ ระหว่างมนุษย์กันเอง สาเหตุก็เพราะว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ส่วนการแข่งขันระหว่างหุ่นยนตร์นั้นสามารถหาดูได้ทั่วไปและน่าเบื่อเป็นอย่างยิ่ง

หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอีกอย่างเห็นจะเป็นการดำดิ่งลงสู่โลกที่ตัวเองสร้างขึ้น โดยรวมเทคโนโลยีที่กล่าวเอาไว้ก่อนหน้า ได้แก่ VR (Virtual Reality) โลกทัศน์เสมือนที่ผ่านการวิจัยพัฒนาอย่างยิ่งยวดและต่อยอดโดยปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจกายวิภาคของมนุษย์ยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก แทนที่เราจะต้องทำการทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย เก็บข้อมูล รายงานผล ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้คำนวนจากสถิติมนุษยชาติที่บันทึกเอาไว้ และสร้างอุปกรณ์ที่สวมใส่สบาย ไม่ปวดเมื่อยแม้จะใช้งานเป็นเวลานานได้ดียิ่งกว่าที่เคย

คำว่าโลกที่ตัวเองสร้างขึ้นคงไม่ใช่คำกล่าวอันเลื่อนลอย ถ้าหากจะบอกว่าปัญญาประดิษฐ์จะแสกนคลื่นสมองของเรา และนำไปสร้างโลกที่เหมาะสมกับเราแม้ว่าเราจะไม่รู้ตัวว่ามันเหมาะสมกับเราด้วยซ้ำไป ส่วนปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวนั้นจืดจางลงไปเมื่อผู้ที่เข้าถึงข้อมูลได้มีเพียงคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่มนุษย์ผู้มีตัณหาและแสวงหาผลประโยชน์จากการเข้าถึงความคิดของคนอื่น

ประสบการณ์การใช้ Immersive VR ของข้าพเจ้านั้นช่างแตกต่างไปจากที่คนอื่นพูดถึงทั้งสิ้น จริงอยู่ว่าทุกคนมีประสบการณ์และสิ่งที่ได้เห็นแตกต่างกันออกไป แต่โลกของข้าพเจ้านั้นกลับเป็นภาพที่ลืมเลือน จนหลายครั้งคิดว่าเป็นเพียงสิ่งที่สร้างขึ้นมา ก่อนจะถูกยืนยันจากบรรดาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เหล่านั้นของข้าพเจ้าว่าเกิดขึ้นจริง และไม่ใช่เรื่องแต่งเลย

ครั้งที่หนึ่ง

โลกสีชมพูสวยสดใสราวกับตะวันตกในยุคก่อนมนุษยชาติถือกำเนิด แสงสีแดงตัดกับเมฆสีน้ำเงินเข้มราวกับผู้สรรสร้างลืมเลือนหลักศิลปะทุกแขนง และตะโกนว่า “ช่างปะไร จะใส่สองสีนี้อยู่ร่วมกันแล้วจะทำให้ขาดความสวยงามหรือกะไร” จากนั้นปูเสฉวนก็เดินคืบคลานอยู่บนหาดทรายละเอียดราวกับว่าโลกนี้ไร้ซึ่งอันตรายไม่มีแม้แต่ผู้ล่าตามธรรมชาติหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ทางซ้ายมีเด็กน้อยสองคนยืนดูอยู่ด้วยแววตาเป็นประกายที่ได้เห็นเจ้าปูเปลี่ยนเปลือกหอย เหมือนกับทั้งสองที่ย้ายบ้านมานับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะสิ้นสุดความขัดแย้งในประเทศ และกลายเป็นโลกเอกอนันต์ที่ไร้ซึ่งการแบ่งแยกในภายหลังจากนั้น

ผมไม่เข้าใจถึงความหมาย ก่อนจะที่นำไปเล่าใหักับญาติๆ ฟัง จึงได้รู้ว่ามันคือช่วงเวลาวัยเด็กของข้าพเจ้า ที่ต้องหนีสงครามแบ่งแยกครั้งสุดท้ายที่เกิดความขัดแย้งไปทั่วโลก ก่อนจะสิ้นสุดหลังจากนั้นไม่นาน ชายหาดนั้นไม่ได้สวยงามอย่างที่เห็น มันสกปรก เต็มไปด้วยสารเคมี และไม่มีทางที่จะมีปูเสฉวน คงเป็นเพราะข้าพเจ้าในวัยเด็กได้เติมแต่งความทรงจำด้วยจินตนาการเพื่อให้ชีวิตไม่ต้องทุกข์ระทมจากความหิวจนทนไม่ไหว และตายไปเสียก่อนจะมีชีวิตเฉกเช่นทุกวันนี้

ครั้งที่สอง

ห้องสีน้ำตาลไม้มะกอก บนพื้นมีกล่องดนตรีจำนวนมากมายวางอยู่ แต่กลับเล่นออกมาไม่เป็นเพลง ไม่ว่าจะหมุนพวกมันเท่าไหร่เสียงที่ออกมาช่างฟังดูสิ้นหวัง ราวกับว่าผู้ที่สร้างมันนั้นหยดเหล็กโน้ตลงบนวัสดุอย่างไม่ใส่ใจ ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามันมากเกินไป น้อยเกินไป หรือแม้กระทั่งอยู่ผิดที่ผิดทาง มีเพียงป้ายโฆษณาปลอมๆ ที่บอกว่าสร้างโดยนักประดิษฐ์มือฉมังที่สืบทอดความรู้แต่โบราณในโลกตะวันตก ช่างเป็นคำโกหกปลอมๆ ที่แค่ฟังเสียงดูก็รู้แล้ว

ภาพครั้งนี้คงจะสื่อถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในประเทศที่เคยยากจนในแถบที่เรียกว่ายุโรป ในอดีตประเทศแถบนั้นยากจนและผู้คนยังชีพด้วยการหลอกขายนักท่องเที่ยว แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายร้อยปีและปัจจุบันความยากจนก็ไม่ใช่สิ่งที่พบเจอได้ง่ายแต่ผู้คนที่นี่ก็ยังคงหลอกลวงนักท่องเที่ยวอยู่ บางทีพวกเขาอาจจะคิดว่าการหลอกลวงเป็นวัฒนธรรมของถิ่นแถบนี้ก็เป็นได้ หรือบางทีเขาอาจจะหลอกตัวเองว่าการหลอกลวงปลิ้นปล้อนคือตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาก็เป็นได้

ครั้งที่สาม

ห้องช่างมืดทึบขาดแคลนแสงสว่างมีพื้นที่ราวๆ คอนโดสำหรับชนชั้นล่าง ภาพข้าพเจ้าที่กำลังโกหกแกงค์ค้ายาเสพย์ติดผิดกฏหมายว่าไม่มีเงิน และไม่ต้องการยาเสพย์ติดฉายขึ้นมา ที่จริงแล้วเงินน่ะพอจะมีอยู่บ้างแม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย แต่ยาเสพย์ติดไม่จำเป็นกับข้าพเจ้าอีกต่อไป ก่อนจะโดนผู้คนเหล่านั้นควักอาวุธและพยายามทำร้ายร่างกาย ก่อนที่กองกำลังปราบปรามจะเข้ามาแทรกแซง ช่วยชีวิตข้าพเจ้าออกไปก่อนที่จะทำการจับกุมผู้ร้ายตัวจริงเหล่านั้น

ข้าพเจ้าเริ่มต้นเสพย์ยาเสพย์ติดคาร์บอเนตด้วยการชักจูงของเหล่ามิตรสหาย แม้จะไม่ได้ติดจริงจังและคิดว่าสามารถเลิกได้ แต่สุดท้ายแล้วก็กลับหนีไม่พ้นและกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่เสพย์ความสุขจากกลิ่นและรส เพราะอาหารที่ปัญญาประดิษฐ์เสกสรรค์ขึ้นนั้นช่างจืดชืดไร้รส แม้จะทำให้อัตราการป่วยตายของมนุษย์ลดลงแต่ความสุขจากการกินก็หายไปด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดผู้ที่แอบผลิตรูปรสกลิ่นสีเพื่อการบริโภค แต่เป็นผลร้ายกับสุขภาพ และขายลับๆ ในราคาที่แพงราวกับมันคือยาทิพย์

ครั้งที่สี่

ห้องสีขาวโพลนราวกับโลกหลังความตาย ข้าพเจ้าไปนั่งที่เก้าอี้หนึ่งตัวที่มุมห้องก่อนจะปรากฏภาพเตียงขึ้นมา พ่อของมิตรสหายนอนลงที่ตรงนั้นเพราะอาการเจ็บป่วยหนัก… มะเร็งขั้นที่สี่ที่ไขสันหลัง มารร้ายที่มนุษยชาติสร้างขึ้นมาในยุคใหม่ที่ไร้ทางรักษา สุขภาพจิตที่ดีคือยาที่ต่ออายุของผู้ป่วยออกไปได้ แม้ข้าพเจ้าจะมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์อยู่บ้าง แต่ต้องจำใจโกหกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นดีแล้ว และจะหายในเร็ววัน สามารถกลับมาอุ้มหลานและเล่นกันราวกับมนุษยชาติกุมชัยชนะของโรคร้ายเหล่านี้ได้แล้ว

ข้าพเจ้าจำได้ดีถึงวันนั้น ข้าพเจ้าอยากแทรกบทสนทนาอยู่หลายครั้งแต่ก็ทราบดีว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก แม้เขาจะเข้าใจผิดแต่ก็น่าจะเป็นผลดีกับสุขภาพมากกว่าความจริงที่ว่าไม่มีทางหายและอาจจะมีอายุอยู่ได้อีกเพียงไม่กี่ปี หรืออาจจะไม่กี่เดือน คำโกหกสีขาวที่มีเป้าหมายเพื่อไม่ให้เจ็บปวดช่างหลอกลวง บรรยากาศในห้องเหมือนจะอึมครึมแต่ทุกคนก็ดูแสดงความสุขปลอมๆ ที่สัมผัสได้ว่าไม่จริง บทสนทนาที่มีกรอบชัดเจนและทุกครั้งที่ทำท่าจะหลุดกรอบออกไปสู่ความจริง (ที่ว่าเหลือเวลาอีกไม่นาน) บางคนก็จะชักจูงมาพูดแต่คำซ้ำๆ อย่างแข็งแรง หายป่วย เร็วไว ราวกับว่าคำพูดมีไม่เยอะนักที่พูดได้

ข้าพเจ้ายังจำวันนั้นได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ข้าพเจ้าพบเห็นท่านตั้งแต่ยังมีสุขภาพที่แข็งแรงดี… แม้ว่าความจริงแล้วโรคภัยร้ายกำลังกัดกินดวงวิญญาณที่เหลืออยู่ไม่มากนัก และน้ำตาก็เป็นสิ่งต้องห้ามซึ่งกลั้นได้ยากยิ่ง

แม้ว่าทั้งสี่ครั้งที่ฉายจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำโกหกทั้งหมดในอดีตของข้าพเจ้า แต่ครั้งที่ข้าพเจ้าเจ็บปวดที่สุดคือการโกหกเพื่อความสุขของใครสักคน ที่แม้ว่าจะไม่ช่วยให้เกิดความสุขใดๆ ในสถานการณ์เช่นนั้นเลยก็ตาม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

เมษายน 2019
อา พฤ
« มี.ค.   มิ.ย. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • ไม่เคยคิดเลยว่าหลัง iPhone 4 แล้วจะกลับมาใช้ไอโฟนอีก ใช้ไม่เป็นเลยกู- 1 day ago
  • @tumsoma @kahonoii คนพูดอาจจะไม่มีความรู้แต่แรก เลยอวดความฉลาดแบบผิดๆ- 1 day ago
  • ซ๊าส https://t.co/04b4iCwLEV- 1 day ago
  • คร้วย https://t.co/189B6Iw9Uv- 1 day ago
  • @McKe3z 11 pro max 256gb แพงไป ถ้าซื้อนี่ต้องใช้ 10 ปีอะ- 1 day ago
  • @bpasu Android 10 ไปเป็น gesture หมดแล้ว- 1 day ago
  • @McKe3z มึงโหลดเพลงงง- 1 day ago
  • @kenshinbhx อยากได้เคสที่กลายเป็น pixel 4 555- 1 day ago
  • @McKe3z น่าจะได้ไปจริง แต่ 64gb จะพอมั้ยวะ app iOS ใหญ่สัส- 1 day ago
  • @kenshinbhx หาหัว lightning - micro converter แล้วเอาสายเก่ามาใช้ต่อ- 1 day ago
  • @kenshinbhx Pixel 4 แม่งนอกจากกล้องแล้วน่าผิดหวังทั้งหมดเลย ถ้า OnePlus กล้องมันไม่ห่วยก็คงเอา 7T ไปละ- 1 day ago
  • แระวิตรล้มเจา twitter.com/WassanaNanuam/…- 1 day ago
  • 555 เป็น INTP แต่มัดยางนะ twitter.com/YamamotoMinzun…- 1 day ago
  • ทำใจได้ละ ปีนี้ไป iPhone ดีกว่า ไม่เอา Android ละ- 1 day ago
  • RT @RPGSite: Pokémon Yellow first hit North America on this day 20 years ago, in 1999. An enhanced version of the first generation inspired…- 2 days ago
  • เลิกทำดีกว่า เงินหายไปก็ช่างมัน- 2 days ago
  • ขี้เกียจจะ deliver ให้แล้ว- 2 days ago
  • โกรธธธธ ทำไมคนอื่นทำหลายๆ อันได้ เราทำไม่ได้ สปีดในการอนุมัติก็ช้ากว่า- 2 days ago
  • เขียนข่าวเสร็จมาสองวัน รอแอพพรูฟที่เต่าคลาน ไปๆ มาๆ คนมาทีหลังโพสต์ซ้ำและคาบไปแดกเลย- 2 days ago
  • @AdmOd ศาลยังใช้เลย รัฐบาลจะปฏิเสธความเชื่อมั่นของศาลได้ไง- 2 days ago
%d bloggers like this: