Archive for the ‘ความรัก’ Category

คำถามง่ายๆ ที่ตอบง่ายๆ อย่าง “ทำไมเราจึงต้องจับคู่” กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อลองตอบคำถามนี้กับตัวเองในหลายๆ มิติ และพบว่ายิ่งพยายามไขว่คว้าหาคำตอบกลับยิ่งเจอคำถามมากขึ้น (เลยมาเขียน เผื่อวันหลังเจอคำตอบ หรือจะรวบรวมความคิดของตัวเองได้มากขึ้น)

ถ้าตอบกันแบบสิ่งมีชีวิต หรือนักวิทยาศาสตร์ พฤติกรรมการจับคู่นั้นเกิดขึ้นเพื่อสืบพันธุ์ ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่สัตว์ส่วนใหญ่ก็จับคู่ทั้งนั้น จริงอยู่ว่ามีบางชนิดที่มันออกลูกหลานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอีกเพศ หรือสามารถเป็นทั้งสองเพศได้ แต่โดยรวมแล้วสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่สัตว์เซลล์เดียวต่างก็มีจุดประสงค์หลักคือการสืบพันธุ์

แต่มนุษย์เราโดยเฉพาะในช่วงกาลสมัยหลายร้อยปีที่ผ่านมาเราก้าวข้ามจุดนั้นไปแล้ว ถ้าสืบเสาะย้อนไปในกาลสมัยที่มีบันทึกยุคแรกๆ เราก็จะพบว่ามนุษย์เราพยายามแหกกฏของธรรมชาติมาตลอด (และเรียกสิ่งนั้นว่านวัติกรรม) ตั้งแต่สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ หรือการบินด้วยเครื่องบิน แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นมักจะมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติเพียงพอที่เราจะหาทางแหกกฏของธรรมชาติให้สำเร็จ

เมื่อเรื่องราวเหล่านั้นเริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดา ประกอบกับอาหารการกิน ปัจจัยสี่ทั้งหลายเริ่มเป็นที่เพียงพอ มนุษย์เราก็เริ่มปลดล็อกโปรแกรมที่บังคับเรา ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้มักจะเป็นฮาร์ดโค้ด ฝังตัวอยู่ใน DNA ของมนุษย์ทั้งปวง… การที่มันอยู่ใน DNA อาจจะหมายถึงว่ามันอยู่มาตั้งแต่ยุคของป้าลูซี่ หรือก่อนหน้านั้นเสียอีก

มนุษย์ในปัจจุบันเริ่มจะต้องการผลประโยชน์ที่ธรรมชาติสร้างเอาไว้ มากกว่าการดำเนินไปตามธรรมชาติ เช่นมีเซ็กซ์เพื่อความสนุกล้วนๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ (ธรรมชาติสร้างให้เซ็กซ์เป็นเรื่องสนุก เพื่อบังคับให้สิ่งมีชีวิตสืบพันธุ์) หรือความกลัวตาย (เพื่อมีชีวิตไปสืบพันธุ์) แต่เป็นความรู้สึกท้าทาย เช่นการกระโดดบันจี้จั้มป์แหวกอากาศลงไปนับร้อยเมตร

การจับคู่เองก็เช่นกัน มนุษย์หลายๆ คนเริ่มไม่สนใจกับการจับคู่ตามธรรมชาติ (เช่นเป็นเกย์ หรือมีความสนุกเพียงชั่วครู่ และไม่มีเจตนาเพื่อการสืบพันธุ์) แต่โดยรวมแล้วมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังคงทำการจับคู่ และสืบพันธุ์ตามที่ธรรมชาติได้ฝังโค้ดเอาไว้มา

เมื่อพิจารณาว่าหลายๆ ครั้งเราไม่ได้สนใจโค้ดที่ธรรมชาติฝังมาแล้ว แต่ระบบการจับคู่ก็ยังคงเกิดขึ้น จนบางครั้งก็รู้สึกว่าหลายๆ ครั้งการจับคู่เกิดจากวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม มากกว่าการบังคับของธรรมชาติ

การคลุมถุงชนอาจจะมองได้ทั้งสองมิติ ว่าเป็นการจับคู่โดยวัฒนธรรม (ถ้าไม่ตายไปก่อนก็มีคู่ไว้สืบพันธุ์ 100% เนื่องจากโดยบังคับ) หรืออาจจะมองว่าไม่ใช่การบังคับของธรรมชาติ (มองหน้ามันแล้วไม่ได้อยากจะสืบพันธุ์สักหน่อย)

หรือบางครั้งสิ่งแวดล้อม เช่นเพื่อนๆ มีแฟนหมดแล้ว เลยอยากจะมีบ้าง หรือเป็นวัฒนธรรมภายในครอบครัวว่าทุกคนควรจะมีคู่ เลยต้องออกไปตามหา (บางครั้งก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองต้องการจริงๆ หรือถูกสร้างความคิดนี้ขึ้นมา)

ไม่แน่ใจนัก ว่าจริงๆ แล้วมนุษย์เรายังต้องการการจับคู่จริงๆ หรือว่าถูกบังคับโดยสิ่งต่างๆ…. แน่นอน เมื่อมันถูกโปรแกรมมาในจิตวิญญาณ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนมากยังคง “ต้องการ” การจับคู่ แต่ถ้ามีโอกาสลองหันมามองตัวเองว่าตัวเองนั้นต้องการมีคู่เพราะอะไร

  • เพราะคนอื่นมี เราเลยต้องมี (เช่นเพื่อนมีแฟนหมด เราไม่มีแฟน เลยไม่มีใครไปไหนด้วย)
  • หรือเพราะการบังคับ จากสภาพแวดล้อมหรือวัฒนธรรม (คุลมถุงชน, เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล)
  • หรือเพราะเราอยากมี

หลายๆ ครั้งความสัมพันธ์ที่คาดว่าจะหวานก็กลับพบว่ามันขม ฝาด และต้องทรมานจากความสัมพันธ์ที่เหมือนจะหวานในตอนแรก ก็ลองหันมามองตัวเอง ว่าเราจับคู่เพราะอะไร

ผมอยู่ที่นี่ ตรงนี้ เหมือนเช่นทุกครั้ง… ความมืดยังคงน่ากลัวเสมอสำหรับผม ไม่ใช่เพราะว่ามันซุกซ่อนสัตว์ประหลาดจากบรอษัทรับจ้างหลอกไม่จำกัด แต่เป็นเพราะความมืดมักจะปลดปล่อยจินตนาการของเราจนเราควบคุมมันไม่ได้ และความมืดมักจะสัมพันธ์กับความกลัวไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทำให้แทนที่เราจะจินตนาการถึงมันฝรั่งลูกยักษ์ที่อบอยู่ในเต้าปิ้งสีเขียว หรือลูกชิ้นเนื้อเปื่อยในชามก๋วยเตี๋ยวเรากลับจินตนาการถึงเรื่องราวอันน่าเจ็บปวดอยู่เสมอ และวันนี้มันทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว

ทุกคนคงมีเรื่องราวในใจ ขมวดปมที่แก้ไม่ออกจนหลายครั้งคิดว่าเอากรรไกรมาตัดเสียยังจะง่ายกว่าค่อยๆ คลายปมนั้นออกอย่างช้าๆ แต่เราก็รู้กันดีว่ากรรไกรที่เรามีนั้นตัดได้เพียงปมที่ขมวดอยู่ แต่ว่ามันไม่ได้ตัดปัญหาที่ปมนั้นก่อขึ้น บางคนอาจจะเป็นลวดทองแดงที่ขมวดสายพันกันยุ่งจนไฟฟ้าลัดวงจร และการตัดสายไฟหมายถึงวงจรที่ขนดสะบั้นจนต้องหาสายใหม่เข้ามาแทนที่

ปัญหาของเราช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับจักรวาล เราเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ทำไม่ได้แม้กระทั่งตะขยับสักอะตอมบนดวงอาทิตย์เข้าหาเรา แน่นอนว่าปัญหาเรามันช่างกระจ้อยร่อยเล็กเสียจนไร้ค่าในสายตาโฮโมซาเปี้ยนเสียเหลือเกิน

แต่ขณะเดียวกันเราก็ทราบดีว่าแม้ปัญหาของเราจะเล็กน้อยกะจิดริดเพียงใด แต่สำหรับเราแล้วมันใหญ่ยิ่งกว่าจักรวาลจะหดตัวลง ณ บัดนี้ ตอกย้ำเข้าไปอีกว่าเราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่พ่ายแพ้แม้กระทั่งปัญหาที่เล็กขี้ประติ๋วจนไม่มีหน่วยมาตรวัดในจักรวาลเล็กน้อยเพียงพอที่จะมาตีค่าเสียด้วยซ้ำ

นอกประตูห้องนั้นอาจจะ มีคนกำลังอดตาย และเราไม่สามารถยื่นมือออกไปช่วยเขาได้เลยด้วยซ้ำ

นอกอาคารหลังนี้อาจจะมีคนที่พ่ายแพ้ต่อระบบและคิดอยากจะจบชีวิตลงเสียด้วยซ้ำไป

มนุษย์ก็เป็นสัตว์ และสัตว์ทั้งหมดถูกฝังโปรแกรมพิเศษตัวหนึ่งที่ไม่ว่าการวิวัฒนาการไปไกลเพียงใดก็ไม่สามารถลบโปรแกรมนี้ได้ โปรแกรมชั้นต่ำที่ทำการตัดสินใจในยุคแรกเริ่มของมนุษย์ไร้อารยธรรมมาจนปัจจุบันนั้นก็คือหารเอาตัวรอด การรอดชีวิตอยู่เพื่ออนาคต ไม่มีสัตว์ตัวใดฆ่าตัวตายโดยเสียเปล่า

แต่มนุษย์เรากลับทะลุข้อจำกัดโปรแกรมไปมากมาย โดยคิดหรือกระทำอัตวินิบาตกรรมมานั้บครั้งไม่ถ้วน มนุษย์… ผู้น่าสงสารผู้สิ้นหวังจนระบบโปรแกรมเอาตัวรอดต้องผิดเพี้ยนไป

อยากจะช่วยเหลือพวกเขาแม้ไม่รู้จักกัน อยากจะยื่นมือที่มองไม่เห็นออกไปโอบกอดพวกเขาไว้แล้วบอกว่ามันจะผ่านพ้นไป เพราะเราไม่มีค่าพอที่จักรวาลจะเปลี่ยนปลงอะไร หรือโลกจะหยุดหมุนเพราะการจากไปของเรา การกระทำอย่างนั้นไม่เกิดอะไรดีขึ้นกับใครทั้งสิ้นทั้งปวง

บางทีวันหนึ่งวันที่ฉันล้มลงนอกอาคารหลังนี้ อาจจะมีมือใครสักคนมาโอบกอดฉันไว้เหมือนอย่างที่ฉันได้แต่คิดจะทำ และยับยั้งสติที่มีอยู่เพียงน้อยนิดของฉันในการตัดสินใจ

มือที่มองไม่เห็น ของคนที่ไม่รู้จัก สู่คนที่หมดหวัง

มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินกับความไร้พลังของตัวฉันเอง และของมนุษย์ที่แสนเปราะบางพวกนั้น

  • In: ความรัก
  • ใส่รหัสผ่านของคุณเพื่อดูความเห็น

บทความนี้มีรหัสผ่านป้องกันอยู่ การจะดูบทความโปรดใส่รหัสผ่านของคุณด้านล่าง

ความฝันเป็นสิ่งที่ดีงามในสายตาคนมองโลกในแง่ดีเสมอ ถ้าฝันร้าย การตื่นคือการเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย ซอมบี้ไม่สามารถตามมากัดคุณได้ หรือเจ้านายที่ตัวใหญ่ขึ้นจนจวนจะระเบิดคาห้องทำงานก็จะหายไป หรือถ้าฝันดี คุณอาจจะมองว่าวันนี้เป็นวันที่ดี แม้ฝันดีจะสิ้นสุด แต่โลกความเป็นจริงจะต้องดีกว่านั้น

สำหรับผม มีบางอย่างที่มันตามกลับมาจากฝันได้… แม้ว่าซอมบี้ หรือเจ้านายตัวร้ายจะไม่สามารถตามมาตอนที่เราลืมตา หรือมีสติ แต่บางครั้งโรคซึมเศร้ากลับถูกกระตุ้นขึ้นจากฝัน ไม่ว่าจะเป็นฝันร้ายหรือฝันดีก็ตามที

บางครั้งที่ฝันเห็นสี่เหลี่ยมวิ่งไล่ อย่าถามว่ามันวิ่งไล่ทำไม เอาเป็นว่าฝันไม่มีแก่นสาร ไร้ซึ่งเหตุและผลตามวิสัยของโลกแห่งความฝัน เมื่อตื่นขึ้นมามันกลับมานั่งรออยู่ที่ปลายเตียง พลันหายไปและมากระซิบข้างหูว่าความมืดหม่นได้มาถึงแล้ว ฝันร้ายที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นขณะหลับ แต่จะอยู่ข้างๆ ยามที่มีสติต่างหาก

ไม่อยากจะพบเจอกับมันอีกแล้ว โรคซึมเศร้า หรืออะไรที่ใกล้เคียงก็ตาม ไม่อยากจะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว แค่ปกติก็เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ความสามารถในการสานสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่นต่ำพออยู่แล้ว พออาการพวกนี้มาแค่จะออกจากบ้านยังไม่อยากจะไปเลย มนุษย์คนไหนๆ ก็ไม่อยากจะเจอ

ไม่เอานะ พอแล้ว ไม่เอาแล้ว

จะหลับตานานสักเพียงไหน ความจริงก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เปรียบเสมือนนางสิงห์ที่พร้อมจะล่าเหยื่อ เพียงแค่หลับตาลง และลืมตาตื่น ก็เพียงพอแล้วที่จะโดนกระโจนใส

ทางเดียวที่จะป้องกันได้คือการลืม ช่างฟังดูเป็นการต่อสู้ที่อ่อนแอเสียจริง เมื่อสู้มันไม่ได้ ก็ลืมไปเสียว่ามันมีคัวตน ลืมไปเสียว่ามันเคยกรีดแทงเจ็บปวดสักเท่าใด

เก็บความทรงจำทั้งมวลไว้ในลิ้นชัก ใส่ในกล่องและปิดผนึกมันเอาไว้ รู้ว่ามันมี แต่จำไม่ได้ก็เพียงพอแล้ว

แค่เอ่ยถึงกล่องนั้น ความเจ็บปวดก็พรั่งพรู

ความผิดพลาดที่เคยก่อก็ไหลทะลัก

น้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วก็กลับมา… เปล่า มันไม่มีให้ไหลอีกแล้ว เพียงแค่… ระลึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ก่อให้เจ็บปวดอีกครั้ง

นางสิงห์ที่จืดจางก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ความอ่อนแอ….

คนเราย่อมต่อสู้เพื่อบางสิ่ง แน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าไม่มีเหตุผลที่จะต้องลุกขึ้นมาตรงข้ามกับบางอย่าง เราจะลุกขึ้นมาจากความสบายอยู่แล้วทำไม? ความถูกต้อง เพื่อคนไม่มีทางสู้ โอกาสที่ดีขึ้น ความสุขความสบายกว่าที่เป็นอยู่ ความคาดหวัง ความเชื่อ ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เราจะลุกขึ้นมาสู้เพื่อสิ่งที่ยังมาไม่ถึงทำไม?

นั่นสินะ คุณกำลังสู้เพื่ออะไร

ผมไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังสู้เพื่ออะไร แต่ผมกำลังสู้เพื่อความสุข เพื่อสิ่งที่ผมมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ ผมสู้เพื่อสิ่งที่ผมเชื่อ และคาดหวัง และเฝ้ารออย่างไม่มีความหวัง เพื่อว่าสักวันหนึ่งสิ่งเหล่านั้นจะเป็นจริง โอกาสจะมาถึง และความสุขที่เราแทบไม่เห็นโอกาสจะมาถึงมือของข้าพเจ้า

แต่ทว่า ณ วันนี้ เริ่มชักไม่แน่ใจ

ไม่ใช่ว่าไม่แน่ใจในสิ่งที่ต่อสู้เพื่อให้ได้มันมา แต่ชักไม่แน่ใจว่าจะสู้ต่อไปไหว… เมื่อระยะเวลาเริ่มนาน ความสุขที่เคยได้รับ ความสุขแบบนั้นมันเริ่มจางหาย เหมือนน้ำที่แห้งผากและดินที่แตกระแหง จนนึกไม่ออกว่าเคยมีน้ำชุ่มชื้นเพียงไร?

ความเจ็บปวดที่ชัดเจน และตอกย้ำด้วยความถี่ความความสุขที่ระลึกได้นานๆ ครั้ง ทำให้ลืมเลือนไปแล้วว่าความสุขที่เราไม่แน่ใจว่าจะเอื้อมมือไปถึงหรือไม่มันสุขเพียงใด มันคุ้มค่าแค่ไหนที่จะทนสู้ต่อไปเพื่อให้ได้รับมันมา

ความสุขนั้นมันเคยมีจริงเหรอ? และมันจะมาถึงเหรอ?

ยังคงถาม และหาคำตอบในสิ่งที่เคยมี

เสียเวลาเนอะ เกิดคำถามกับสิ่งที่เคยมีคำตอบน่ะ

This thing all things devours:
Birds, beasts, trees, flowers;
Gnaws iron, bites steel;
Grinds hard stones to meal;
Slays king, ruins town,
And beats high mountain down.

The answer is ‘Time’

it ruined everything, destroy all we remember, all physical thing doesn’t matter living or object.

Sometime it quick, sometime too slow to waiting.

I was killing myself, hope there’s no one else could understand me. No, place for me. Yet I survived and I hope one day time will gnaw and bite the drpressed away.

No, it’s not.


ตุลาคม 2019
อา พฤ
« มิ.ย.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • ไม่เคยคิดเลยว่าหลัง iPhone 4 แล้วจะกลับมาใช้ไอโฟนอีก ใช้ไม่เป็นเลยกู- 1 day ago
  • @tumsoma @kahonoii คนพูดอาจจะไม่มีความรู้แต่แรก เลยอวดความฉลาดแบบผิดๆ- 1 day ago
  • ซ๊าส https://t.co/04b4iCwLEV- 1 day ago
  • คร้วย https://t.co/189B6Iw9Uv- 1 day ago
  • @McKe3z 11 pro max 256gb แพงไป ถ้าซื้อนี่ต้องใช้ 10 ปีอะ- 1 day ago
  • @bpasu Android 10 ไปเป็น gesture หมดแล้ว- 1 day ago
  • @McKe3z มึงโหลดเพลงงง- 1 day ago
  • @kenshinbhx อยากได้เคสที่กลายเป็น pixel 4 555- 1 day ago
  • @McKe3z น่าจะได้ไปจริง แต่ 64gb จะพอมั้ยวะ app iOS ใหญ่สัส- 1 day ago
  • @kenshinbhx หาหัว lightning - micro converter แล้วเอาสายเก่ามาใช้ต่อ- 1 day ago
  • @kenshinbhx Pixel 4 แม่งนอกจากกล้องแล้วน่าผิดหวังทั้งหมดเลย ถ้า OnePlus กล้องมันไม่ห่วยก็คงเอา 7T ไปละ- 1 day ago
  • แระวิตรล้มเจา twitter.com/WassanaNanuam/…- 1 day ago
  • 555 เป็น INTP แต่มัดยางนะ twitter.com/YamamotoMinzun…- 1 day ago
  • ทำใจได้ละ ปีนี้ไป iPhone ดีกว่า ไม่เอา Android ละ- 1 day ago
  • RT @RPGSite: Pokémon Yellow first hit North America on this day 20 years ago, in 1999. An enhanced version of the first generation inspired…- 2 days ago
  • เลิกทำดีกว่า เงินหายไปก็ช่างมัน- 2 days ago
  • ขี้เกียจจะ deliver ให้แล้ว- 2 days ago
  • โกรธธธธ ทำไมคนอื่นทำหลายๆ อันได้ เราทำไม่ได้ สปีดในการอนุมัติก็ช้ากว่า- 2 days ago
  • เขียนข่าวเสร็จมาสองวัน รอแอพพรูฟที่เต่าคลาน ไปๆ มาๆ คนมาทีหลังโพสต์ซ้ำและคาบไปแดกเลย- 2 days ago
  • @AdmOd ศาลยังใช้เลย รัฐบาลจะปฏิเสธความเชื่อมั่นของศาลได้ไง- 2 days ago