Archive for the ‘ความรัก’ Category

คำถามง่ายๆ ที่ตอบง่ายๆ อย่าง “ทำไมเราจึงต้องจับคู่” กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อลองตอบคำถามนี้กับตัวเองในหลายๆ มิติ และพบว่ายิ่งพยายามไขว่คว้าหาคำตอบกลับยิ่งเจอคำถามมากขึ้น (เลยมาเขียน เผื่อวันหลังเจอคำตอบ หรือจะรวบรวมความคิดของตัวเองได้มากขึ้น)

ถ้าตอบกันแบบสิ่งมีชีวิต หรือนักวิทยาศาสตร์ พฤติกรรมการจับคู่นั้นเกิดขึ้นเพื่อสืบพันธุ์ ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่สัตว์ส่วนใหญ่ก็จับคู่ทั้งนั้น จริงอยู่ว่ามีบางชนิดที่มันออกลูกหลานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอีกเพศ หรือสามารถเป็นทั้งสองเพศได้ แต่โดยรวมแล้วสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่สัตว์เซลล์เดียวต่างก็มีจุดประสงค์หลักคือการสืบพันธุ์

แต่มนุษย์เราโดยเฉพาะในช่วงกาลสมัยหลายร้อยปีที่ผ่านมาเราก้าวข้ามจุดนั้นไปแล้ว ถ้าสืบเสาะย้อนไปในกาลสมัยที่มีบันทึกยุคแรกๆ เราก็จะพบว่ามนุษย์เราพยายามแหกกฏของธรรมชาติมาตลอด (และเรียกสิ่งนั้นว่านวัติกรรม) ตั้งแต่สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ หรือการบินด้วยเครื่องบิน แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นมักจะมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติเพียงพอที่เราจะหาทางแหกกฏของธรรมชาติให้สำเร็จ

เมื่อเรื่องราวเหล่านั้นเริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดา ประกอบกับอาหารการกิน ปัจจัยสี่ทั้งหลายเริ่มเป็นที่เพียงพอ มนุษย์เราก็เริ่มปลดล็อกโปรแกรมที่บังคับเรา ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้มักจะเป็นฮาร์ดโค้ด ฝังตัวอยู่ใน DNA ของมนุษย์ทั้งปวง… การที่มันอยู่ใน DNA อาจจะหมายถึงว่ามันอยู่มาตั้งแต่ยุคของป้าลูซี่ หรือก่อนหน้านั้นเสียอีก

มนุษย์ในปัจจุบันเริ่มจะต้องการผลประโยชน์ที่ธรรมชาติสร้างเอาไว้ มากกว่าการดำเนินไปตามธรรมชาติ เช่นมีเซ็กซ์เพื่อความสนุกล้วนๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ (ธรรมชาติสร้างให้เซ็กซ์เป็นเรื่องสนุก เพื่อบังคับให้สิ่งมีชีวิตสืบพันธุ์) หรือความกลัวตาย (เพื่อมีชีวิตไปสืบพันธุ์) แต่เป็นความรู้สึกท้าทาย เช่นการกระโดดบันจี้จั้มป์แหวกอากาศลงไปนับร้อยเมตร

การจับคู่เองก็เช่นกัน มนุษย์หลายๆ คนเริ่มไม่สนใจกับการจับคู่ตามธรรมชาติ (เช่นเป็นเกย์ หรือมีความสนุกเพียงชั่วครู่ และไม่มีเจตนาเพื่อการสืบพันธุ์) แต่โดยรวมแล้วมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังคงทำการจับคู่ และสืบพันธุ์ตามที่ธรรมชาติได้ฝังโค้ดเอาไว้มา

เมื่อพิจารณาว่าหลายๆ ครั้งเราไม่ได้สนใจโค้ดที่ธรรมชาติฝังมาแล้ว แต่ระบบการจับคู่ก็ยังคงเกิดขึ้น จนบางครั้งก็รู้สึกว่าหลายๆ ครั้งการจับคู่เกิดจากวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม มากกว่าการบังคับของธรรมชาติ

การคลุมถุงชนอาจจะมองได้ทั้งสองมิติ ว่าเป็นการจับคู่โดยวัฒนธรรม (ถ้าไม่ตายไปก่อนก็มีคู่ไว้สืบพันธุ์ 100% เนื่องจากโดยบังคับ) หรืออาจจะมองว่าไม่ใช่การบังคับของธรรมชาติ (มองหน้ามันแล้วไม่ได้อยากจะสืบพันธุ์สักหน่อย)

หรือบางครั้งสิ่งแวดล้อม เช่นเพื่อนๆ มีแฟนหมดแล้ว เลยอยากจะมีบ้าง หรือเป็นวัฒนธรรมภายในครอบครัวว่าทุกคนควรจะมีคู่ เลยต้องออกไปตามหา (บางครั้งก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองต้องการจริงๆ หรือถูกสร้างความคิดนี้ขึ้นมา)

ไม่แน่ใจนัก ว่าจริงๆ แล้วมนุษย์เรายังต้องการการจับคู่จริงๆ หรือว่าถูกบังคับโดยสิ่งต่างๆ…. แน่นอน เมื่อมันถูกโปรแกรมมาในจิตวิญญาณ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนมากยังคง “ต้องการ” การจับคู่ แต่ถ้ามีโอกาสลองหันมามองตัวเองว่าตัวเองนั้นต้องการมีคู่เพราะอะไร

  • เพราะคนอื่นมี เราเลยต้องมี (เช่นเพื่อนมีแฟนหมด เราไม่มีแฟน เลยไม่มีใครไปไหนด้วย)
  • หรือเพราะการบังคับ จากสภาพแวดล้อมหรือวัฒนธรรม (คุลมถุงชน, เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล)
  • หรือเพราะเราอยากมี

หลายๆ ครั้งความสัมพันธ์ที่คาดว่าจะหวานก็กลับพบว่ามันขม ฝาด และต้องทรมานจากความสัมพันธ์ที่เหมือนจะหวานในตอนแรก ก็ลองหันมามองตัวเอง ว่าเราจับคู่เพราะอะไร

ผมอยู่ที่นี่ ตรงนี้ เหมือนเช่นทุกครั้ง… ความมืดยังคงน่ากลัวเสมอสำหรับผม ไม่ใช่เพราะว่ามันซุกซ่อนสัตว์ประหลาดจากบรอษัทรับจ้างหลอกไม่จำกัด แต่เป็นเพราะความมืดมักจะปลดปล่อยจินตนาการของเราจนเราควบคุมมันไม่ได้ และความมืดมักจะสัมพันธ์กับความกลัวไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทำให้แทนที่เราจะจินตนาการถึงมันฝรั่งลูกยักษ์ที่อบอยู่ในเต้าปิ้งสีเขียว หรือลูกชิ้นเนื้อเปื่อยในชามก๋วยเตี๋ยวเรากลับจินตนาการถึงเรื่องราวอันน่าเจ็บปวดอยู่เสมอ และวันนี้มันทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว

ทุกคนคงมีเรื่องราวในใจ ขมวดปมที่แก้ไม่ออกจนหลายครั้งคิดว่าเอากรรไกรมาตัดเสียยังจะง่ายกว่าค่อยๆ คลายปมนั้นออกอย่างช้าๆ แต่เราก็รู้กันดีว่ากรรไกรที่เรามีนั้นตัดได้เพียงปมที่ขมวดอยู่ แต่ว่ามันไม่ได้ตัดปัญหาที่ปมนั้นก่อขึ้น บางคนอาจจะเป็นลวดทองแดงที่ขมวดสายพันกันยุ่งจนไฟฟ้าลัดวงจร และการตัดสายไฟหมายถึงวงจรที่ขนดสะบั้นจนต้องหาสายใหม่เข้ามาแทนที่

ปัญหาของเราช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับจักรวาล เราเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ทำไม่ได้แม้กระทั่งตะขยับสักอะตอมบนดวงอาทิตย์เข้าหาเรา แน่นอนว่าปัญหาเรามันช่างกระจ้อยร่อยเล็กเสียจนไร้ค่าในสายตาโฮโมซาเปี้ยนเสียเหลือเกิน

แต่ขณะเดียวกันเราก็ทราบดีว่าแม้ปัญหาของเราจะเล็กน้อยกะจิดริดเพียงใด แต่สำหรับเราแล้วมันใหญ่ยิ่งกว่าจักรวาลจะหดตัวลง ณ บัดนี้ ตอกย้ำเข้าไปอีกว่าเราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่พ่ายแพ้แม้กระทั่งปัญหาที่เล็กขี้ประติ๋วจนไม่มีหน่วยมาตรวัดในจักรวาลเล็กน้อยเพียงพอที่จะมาตีค่าเสียด้วยซ้ำ

นอกประตูห้องนั้นอาจจะ มีคนกำลังอดตาย และเราไม่สามารถยื่นมือออกไปช่วยเขาได้เลยด้วยซ้ำ

นอกอาคารหลังนี้อาจจะมีคนที่พ่ายแพ้ต่อระบบและคิดอยากจะจบชีวิตลงเสียด้วยซ้ำไป

มนุษย์ก็เป็นสัตว์ และสัตว์ทั้งหมดถูกฝังโปรแกรมพิเศษตัวหนึ่งที่ไม่ว่าการวิวัฒนาการไปไกลเพียงใดก็ไม่สามารถลบโปรแกรมนี้ได้ โปรแกรมชั้นต่ำที่ทำการตัดสินใจในยุคแรกเริ่มของมนุษย์ไร้อารยธรรมมาจนปัจจุบันนั้นก็คือหารเอาตัวรอด การรอดชีวิตอยู่เพื่ออนาคต ไม่มีสัตว์ตัวใดฆ่าตัวตายโดยเสียเปล่า

แต่มนุษย์เรากลับทะลุข้อจำกัดโปรแกรมไปมากมาย โดยคิดหรือกระทำอัตวินิบาตกรรมมานั้บครั้งไม่ถ้วน มนุษย์… ผู้น่าสงสารผู้สิ้นหวังจนระบบโปรแกรมเอาตัวรอดต้องผิดเพี้ยนไป

อยากจะช่วยเหลือพวกเขาแม้ไม่รู้จักกัน อยากจะยื่นมือที่มองไม่เห็นออกไปโอบกอดพวกเขาไว้แล้วบอกว่ามันจะผ่านพ้นไป เพราะเราไม่มีค่าพอที่จักรวาลจะเปลี่ยนปลงอะไร หรือโลกจะหยุดหมุนเพราะการจากไปของเรา การกระทำอย่างนั้นไม่เกิดอะไรดีขึ้นกับใครทั้งสิ้นทั้งปวง

บางทีวันหนึ่งวันที่ฉันล้มลงนอกอาคารหลังนี้ อาจจะมีมือใครสักคนมาโอบกอดฉันไว้เหมือนอย่างที่ฉันได้แต่คิดจะทำ และยับยั้งสติที่มีอยู่เพียงน้อยนิดของฉันในการตัดสินใจ

มือที่มองไม่เห็น ของคนที่ไม่รู้จัก สู่คนที่หมดหวัง

มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินกับความไร้พลังของตัวฉันเอง และของมนุษย์ที่แสนเปราะบางพวกนั้น

  • In: ความรัก
  • ใส่รหัสผ่านของคุณเพื่อดูความเห็น

บทความนี้มีรหัสผ่านป้องกันอยู่ การจะดูบทความโปรดใส่รหัสผ่านของคุณด้านล่าง

ความฝันเป็นสิ่งที่ดีงามในสายตาคนมองโลกในแง่ดีเสมอ ถ้าฝันร้าย การตื่นคือการเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย ซอมบี้ไม่สามารถตามมากัดคุณได้ หรือเจ้านายที่ตัวใหญ่ขึ้นจนจวนจะระเบิดคาห้องทำงานก็จะหายไป หรือถ้าฝันดี คุณอาจจะมองว่าวันนี้เป็นวันที่ดี แม้ฝันดีจะสิ้นสุด แต่โลกความเป็นจริงจะต้องดีกว่านั้น

สำหรับผม มีบางอย่างที่มันตามกลับมาจากฝันได้… แม้ว่าซอมบี้ หรือเจ้านายตัวร้ายจะไม่สามารถตามมาตอนที่เราลืมตา หรือมีสติ แต่บางครั้งโรคซึมเศร้ากลับถูกกระตุ้นขึ้นจากฝัน ไม่ว่าจะเป็นฝันร้ายหรือฝันดีก็ตามที

บางครั้งที่ฝันเห็นสี่เหลี่ยมวิ่งไล่ อย่าถามว่ามันวิ่งไล่ทำไม เอาเป็นว่าฝันไม่มีแก่นสาร ไร้ซึ่งเหตุและผลตามวิสัยของโลกแห่งความฝัน เมื่อตื่นขึ้นมามันกลับมานั่งรออยู่ที่ปลายเตียง พลันหายไปและมากระซิบข้างหูว่าความมืดหม่นได้มาถึงแล้ว ฝันร้ายที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นขณะหลับ แต่จะอยู่ข้างๆ ยามที่มีสติต่างหาก

ไม่อยากจะพบเจอกับมันอีกแล้ว โรคซึมเศร้า หรืออะไรที่ใกล้เคียงก็ตาม ไม่อยากจะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว แค่ปกติก็เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ความสามารถในการสานสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่นต่ำพออยู่แล้ว พออาการพวกนี้มาแค่จะออกจากบ้านยังไม่อยากจะไปเลย มนุษย์คนไหนๆ ก็ไม่อยากจะเจอ

ไม่เอานะ พอแล้ว ไม่เอาแล้ว

จะหลับตานานสักเพียงไหน ความจริงก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เปรียบเสมือนนางสิงห์ที่พร้อมจะล่าเหยื่อ เพียงแค่หลับตาลง และลืมตาตื่น ก็เพียงพอแล้วที่จะโดนกระโจนใส

ทางเดียวที่จะป้องกันได้คือการลืม ช่างฟังดูเป็นการต่อสู้ที่อ่อนแอเสียจริง เมื่อสู้มันไม่ได้ ก็ลืมไปเสียว่ามันมีคัวตน ลืมไปเสียว่ามันเคยกรีดแทงเจ็บปวดสักเท่าใด

เก็บความทรงจำทั้งมวลไว้ในลิ้นชัก ใส่ในกล่องและปิดผนึกมันเอาไว้ รู้ว่ามันมี แต่จำไม่ได้ก็เพียงพอแล้ว

แค่เอ่ยถึงกล่องนั้น ความเจ็บปวดก็พรั่งพรู

ความผิดพลาดที่เคยก่อก็ไหลทะลัก

น้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วก็กลับมา… เปล่า มันไม่มีให้ไหลอีกแล้ว เพียงแค่… ระลึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ก่อให้เจ็บปวดอีกครั้ง

นางสิงห์ที่จืดจางก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ความอ่อนแอ….

คนเราย่อมต่อสู้เพื่อบางสิ่ง แน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าไม่มีเหตุผลที่จะต้องลุกขึ้นมาตรงข้ามกับบางอย่าง เราจะลุกขึ้นมาจากความสบายอยู่แล้วทำไม? ความถูกต้อง เพื่อคนไม่มีทางสู้ โอกาสที่ดีขึ้น ความสุขความสบายกว่าที่เป็นอยู่ ความคาดหวัง ความเชื่อ ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เราจะลุกขึ้นมาสู้เพื่อสิ่งที่ยังมาไม่ถึงทำไม?

นั่นสินะ คุณกำลังสู้เพื่ออะไร

ผมไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังสู้เพื่ออะไร แต่ผมกำลังสู้เพื่อความสุข เพื่อสิ่งที่ผมมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ ผมสู้เพื่อสิ่งที่ผมเชื่อ และคาดหวัง และเฝ้ารออย่างไม่มีความหวัง เพื่อว่าสักวันหนึ่งสิ่งเหล่านั้นจะเป็นจริง โอกาสจะมาถึง และความสุขที่เราแทบไม่เห็นโอกาสจะมาถึงมือของข้าพเจ้า

แต่ทว่า ณ วันนี้ เริ่มชักไม่แน่ใจ

ไม่ใช่ว่าไม่แน่ใจในสิ่งที่ต่อสู้เพื่อให้ได้มันมา แต่ชักไม่แน่ใจว่าจะสู้ต่อไปไหว… เมื่อระยะเวลาเริ่มนาน ความสุขที่เคยได้รับ ความสุขแบบนั้นมันเริ่มจางหาย เหมือนน้ำที่แห้งผากและดินที่แตกระแหง จนนึกไม่ออกว่าเคยมีน้ำชุ่มชื้นเพียงไร?

ความเจ็บปวดที่ชัดเจน และตอกย้ำด้วยความถี่ความความสุขที่ระลึกได้นานๆ ครั้ง ทำให้ลืมเลือนไปแล้วว่าความสุขที่เราไม่แน่ใจว่าจะเอื้อมมือไปถึงหรือไม่มันสุขเพียงใด มันคุ้มค่าแค่ไหนที่จะทนสู้ต่อไปเพื่อให้ได้รับมันมา

ความสุขนั้นมันเคยมีจริงเหรอ? และมันจะมาถึงเหรอ?

ยังคงถาม และหาคำตอบในสิ่งที่เคยมี

เสียเวลาเนอะ เกิดคำถามกับสิ่งที่เคยมีคำตอบน่ะ

This thing all things devours:
Birds, beasts, trees, flowers;
Gnaws iron, bites steel;
Grinds hard stones to meal;
Slays king, ruins town,
And beats high mountain down.

The answer is ‘Time’

it ruined everything, destroy all we remember, all physical thing doesn’t matter living or object.

Sometime it quick, sometime too slow to waiting.

I was killing myself, hope there’s no one else could understand me. No, place for me. Yet I survived and I hope one day time will gnaw and bite the drpressed away.

No, it’s not.

ผมรู้ว่าหลายคนเบื่อหน่ายกับผมแล้ว ไอ้หมอนี่มันบอกอยากจะลุกขึ้นมา อยากจะขอบคุณทุกคน แต่แล้วมันก็เอาตัวเองจมลงไปในบ่อน้ำแห่งความมืดมิด สำลักความทรมานที่ขาดอากาศหายใจ แล้วก็ขึ้นมาสูดอากาศหนึ่งที ก่อนจะกดหัวของตัวเองลงไปอีกครั้งเพื่อที่จะทรมานตัวเองต่อไป ทุกคนยื่นมือเข้าไปช่วย แล้วมันก็ทำท่าเหมือนจะจับมือลุกขึ้นมา แต่สุดท้ายก็แค่จับตามมารยาทก่อนที่จะเอาหัวตัวเองลงไปขาดอากาศจนเกือบตายอีกครั้งในน้ำ

ผมรู้ว่ามันงี่เง่า และถ้าเป็นผมเองตอนปกติ ผมก็คงจะด่าอย่างไม่สิ้นสุดกับความงี่เง่าแบบนี้เหมือนกัน

ผมลองหลายวิธีแล้ว ผมรู้จักตัวเอง และเนื่องด้วยรู้จักตัวเอง ผมถึงลองหลายๆ วิธี ที่ผมคิดว่ามันจะได้ผลสำหรับตัวผมเอง

ผมหวัง (แค่หวัง) ว่าจะมีสักวันหนึ่งที่ผมจะพบกับสิ่งที่ตามหา (แต่ก็รู้ตัวว่าทำตัวแบบนี้ ให้ตายตลอดชีวิตก็ไม่เจอ) โกหกตัวเองเพื่อลองวิ่งไล่ตามเป้าหมายใหม่ ลองพยายามลืมเป้าหมายเก่า ลองล้างมันออกไป เผื่อว่าเป้าหมายใหม่จะปรากฏขึ้นมาง่ายกว่าเดิมบ้าง

ลองโกหกตัวเองแล้ว โกหกตัวเองนานจนเริ่มเชื่อว่าโลกภายนอกมีอะไรที่เป็นความหวังอยู่จริง ลองวิ่งไล่ความฝันที่เกิดใหม่อยู่ซักพักจนคิดว่ามันอาจจะเป็นจริงได้ก็ได้นะ มันอาจจะมีความสุขจริง อันอื่นอยู่ที่โลกภายนอกก็ได้ ถ้าเราลองเปิดกะลาแล้วมุดออกไป

มันไม่มีอะไรการันตีหรอกว่าออกไปแล้วจะเจอความสุข แต่ถ้าอยู่อย่างนี้ก็ทำได้แค่จมลงไปในน้ำแห่งความลำบากใจ

รากขมขื่นยังคงอยู่ในตัว มันเติบโตเป็นต้น งอกเป็นกิ่งหนามแหลมเสียดแทงข้างใน ผมแค่ทำเป็นไม่เห็นมัน ไม่มองมัน โกหกตัวเองว่ามันไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ โกหกว่ากำจัดมันไปแล้ว และพร้อมสำหรับชีวิตใหม่

หลอกตัวเองว่าชอบคนอื่นได้สำเร็จ

แล้วไง?

ถ้าอีกฝ่ายรู้คงฆ่าผมทิ้งว่าที่ออกไปโน่นนี่นั่น ไม่ใช่เพราะรู้สึกอะไรด้วยหรอก ก็แค่อยากหาเพื่อนแก้เบื่อ แก้อารมณ์นอยด์แดก อยากโดนบังคับให้ทำตัวปกติ ให้ทำตัวเข้มแข็ง แต่สุดท้ายมันก็ไม่

……..

I haven’t visited your profile for weeks, months. I was a fool. Could lie even myself I’m already fell for someone. Life is out there. Like is out there. I can forgot you completely anything, everything.

I was doing this decade ago when I need to having a new life. I forgot nearly everything. It was good that time, but not this time.

I visited your profile last night. I realized I didn’t like anyone at all. All was lie…. lie to the fool. I still do love you. You don’t know how much I miss you how much I miss time i spent with you.

It was a hollow inside, you filled it. Not only filled it but you became part of it. You became part of my life.

How couldn’t you be my soulmate, life partner? How could you forgot me? Why did you stop loving me? Who made you stop loving me?

Even in the darkness I’m not even seeing myself. I am not seeing my own mind. I lost in my head, my mind, my complexive mind.

I’m going to say the same thing I said for a million time.

But yet, I still wanting to say it another billion time, until the end of time.

Gracias I love you.

#PS actually I suppose to write something instead of this. But when I start to wrote something about you I alway become blank. Yes, I noted it, I plan the draft of my blog and when I starting to wrote it. It was nothing. Nothing really. I just miss you, and the blinded me from whatever I supposed to written.

I know nearly last ten blog is the same thing. I start with topic and lost in the middle (That’s why I need to plan and made the draft. And yes, I still fail to express what in my mind)

วันนี้วันที่ 12 ธันวาคม ปี 2012 ถ้าแปลงเป็นระบบเลขจะพบว่าเราอยู่ในช่วงเวลา 12.12.12 ช่างเป็นตัวเลขที่เราปั้นขึ้นมาเสียจริง เอาเถอะ เมื่อเราพบว่ามันเป็นตัวเลขที่สวย และจะเฉลิมฉลองกันก็ทำไปเถอะ (จำได้ว่าตอนกำลังจะเที่ยงคืนปี 2000 เสือกหลับไปก่อน เจ็บใจไม่น้อย ตื่นมาอีกทีเที่ยงคืนห้านาทีจ้า ฟัคเย่มาก)

สิ่งที่เริ่มเห็นได้ในไทม์ไลน์คือคนเนียนเพ้อ คือไม่รู้หรอกว่าโลกแตกไหม หรืออาจจะไม่เชื่อ หรืออาจจะเชื่อสนิทใจ แต่ก็ขอเนียนบอกรัก หรือพร่ำเพ้อถึงคนบางคนที่อาจจะไม่มีวันรู้ถึงความรู้สึก

(ช่วงนี้พยายามมองโลกในแง่ดีทุกๆ อย่าง ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง) มันเป็นเหมือนกับความสงบสุขชั่วคราว ที่เกิดขึ้นมา แล้วเดี๋ยวก็จะหายไป เหมือนทะเล ที่น้ำสาดคลื่นขึ้นมาพาให้ทรายทั้งหมดจมหายไป มันก็เป็นกระแสที่อาจจะนานหน่อย คืออยู่ราวๆ 24 ชั่วโมงในโลก

โลกไม่แตกหรอกครับ สบายใจได้

บางครั้งการบอกรักก็อาจจะเจ็บปวด บางครั้งก็สมหวัง ความรักเปล่าๆ ไม่เคยสร้างปัญหา แต่ความรู้สึกที่ติดพ่วงมากับความรักนั่นต่างหากปัญหา ความรู้สึกต้องการครอบครอง ความรู้สึกชนะ ความรู้สึกต่างๆ ที่เป็นแรงผลักดัน บางครั้งมันก็เป็นประจุลบ ที่เมื่อสะสมนานๆ เข้าก็กลายเป็นระเบิดท่ามกลางสิ่งมีชีวิตประเภทโฮโมซาเปี้ยนด้วยกัน

พวกคุณไม่ตายหรอกครับ

เห็นพวกคุณพร่ำเพ้อแล้วก็สนุกดีนะ ถ้าโลกเรารักกันอย่างที่คุณคิดจะเพ้อว่าแอบชอบใครสักคน (คือผมไม่กล้าพูดว่าคุณจะไปบอก เพราะผมว่าพวกคุณไม่เชื่อเรื่องโลกแตก และคุณไม่ไปสารภาพกับพวกเขาๆ เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายแน่นอน) ถ้าโลกเรารักกันได้ ปัญหาต่างๆ อาจจะไม่เกิดก็ได้

แน่นอนว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ยิ่งรักก็ยิ่งเกลียด ยิ่งใกล้ก็ยิ่งชัง ยังคงเป็นปัญหาต่อไป

มนุษย์นี่มันเข้าใจยากเสียจริงๆ

แน่นอนว่าพวกโลกสวย และเชื่อว่าความสุขส่งต่อกันได้ (แม้ว่าผมจะไม่มี ผมก็สามารถให้มันเริ่มต้นที่คุณได้) ผมเชื่อว่าความรักที่มอบให้กันเป็นสิ่งที่ดี (แต่อย่าพ่วงความรู้สึกเอาชนะ ครอบครอง และสารพัดสิ่งเลวร้ายตามมา) และถ้าโลกเราจะทำได้เหมือนอย่างวันนี้ก็คงดี

… แย่จัง พูดถึงเรื่องโลกแตก พูดถึงการแบ่งปันความรัก (นี่ผมพยายามไม่แตะเรื่องศาสนา เพื่อให้มันสากลแล้วนะ) แต่ไหงเจ็บที่หน้าอกยังไงก็ไม่รู้

ผมเองก็มีคนที่ผมอยากบอกรักเหมือนกันนะ แน่นอน ไม่ต้องไล่ผมไปบอกรักพ่อแม่พี่น้องญาติสนิทมิตรสหายหรอก คนพวกนั้นผมบอกเขาก็ฟังอยู่แล้ว ผมแค่อยากบอกรักคนที่เขาไม่อยากจะฟัง

ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เมื่อคนที่ผมอยากบอกรักที่สุด เขาไม่อยากแม้แต่จะได้ยินถึงชีวิตของผม

แย่จังนะ

เขาไม่ต้องการเรา แต่เรากลับไม่สามารถเลิกต้องการเขามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้สักที

ทุกวันนี้หลับตายังคงเห็นอยู่ ที่แขนยังคงรู้สึกได้ ใจยังคิดถึงตลอดเวลา แถมวันไหนอาการดีสุดๆ ไม่ซึมเศร้าก็ฝันเห็นกันและกันกลับมาเป็นเหมือนเดิม

เกลียดตัวเองจริงๆ

มันจะเป็นอย่างไรนะ? ถ้าวันนั้นฉันไม่ได้ชอบเธอ เธอไม่ได้บอกฉันว่าเธอรู้สึกอย่างไร เราจะยังคุยกันอยู่ไหม

ณ วินาทีแรกที่ฉันชอบเธอ ฉันตัดสินใจว่าแม้จะอึดอัดแค่ไหนก็ตาม ฉันจะไม่บอกเธอไปอย่างเด็ดขาด ฉันจะเก็บความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องเอาไว้ตราบเท่าที่ชีวิตนี้ยังมีอยู่ เท่าที่เป็นไปได้ ฉันอาจจะบอกเธอในวันที่เราต่างแต่งงานกัน และมาเจอกันอีกครั้งในฐานะเพื่อนอาวุโส แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

เราตัดสินใจคบกัน ชอบกัน และวันหนึ่งที่รักที่สุด ความรู้สึกของอีกคนหนึ่งมันไม่ได้เป็นไปในทางเดียวกันด้วยเลย ในความสุขที่ฉันมี มันคงเป็นความทุกข์ของเธอ แน่นอนว่าฉันเป็นความลำบากใจของเธอ ที่เธอไปชอบผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่ไม่มีดีอะไรกว่าฉันเลยแม้แต่อย่างเดียว

แต่การตัดสินใจของเธอนั้นถูกเสมอ เพราะหลังจากนั้นฉันก็ทำตัวไร้ค่าอย่างที่มนุษย์ทุกผู้บนโลกนี้เห็น

ถ้าวันนั้นเราไม่ได้บอกว่าชอบซึ่งกันและกัน วันนี้เราจะยังคุยกันได้อยู่ไหม

ถ้าวันนั้นเราไม่ได้ข้ามเส้นแบ่งคำว่าพี่น้อง และเพื่อน วันพรุ่งนี้เธอจะยังรับโทรศัพท์ของฉันอยู่ไหม

ถ้าวันนั้นฉันไม่ได้ล้ำเส้นคำว่าอดีตไป เธอจะบล็อกฉันไหมนะ

เมื่อมันมีการเริ่มต้น มันก็ย่อมที่จะสิ้นสุด

เพียงแต่ฉันเคยคิดว่าจุดสิ้นสุดของเราคือเมื่อเราจากโลกนี้ไป…

สำหรับฉันกมลาคือคนที่ฉันรัก และรักฉัน

ฉันจะรักเธอต่อไป กมลาคนที่รักฉัน

เธอตายไปแล้ว

และฉันก็จะรักเธอต่อไป

ขอบคุณนะ

ชอบเธอนะ

รักเธอนะ

How’d it be? If I didn’t like you that day. You didn’t telling me how you feel. Should we still keep in touch?

Since the first day I knew I like you. I made my mind not to telling you. Never ever! I’ll keep our relation as Brother-Sister going as long as possible. As far as I could. I might telling you when we were married and homecoming as senior friendship. But nothing going as I expected.

Our decision was being in a relation, like and Love each other. Once I’m in the deepest love with you, You were not sharing the same as I did. Yes, I’m your trouble when you were crushed another guy that’s not me. Even he’s nothing better than me.

But you’re alway right. Your decision was right. Because soon after you left me. I’m a piece of trashed.

If we were never told “I like you” Would we still be the same?

If you and I didn’t cross the line, That border. Will you answer to my call?

If I didn’t cross the line for ex. Would you blocked me?

When something start, An end awaiting.

I used to thought our end is when we passed away.

You were my life, lover and life’s partner.

I’ll keep loving you, Kammala I love you.

You died and someone take your place as Kammala.

But that’s doesn’t matter I’ll keep loving you.

Thank you for being part of my life.

Thanks god for brought us together for a moment that I’ll never forgotten.

Even now when I shut my eyes. I still seeing You and Me married

I love you.

เค้ารักตัวเองนะ


กรกฎาคม 2020
อา พฤ
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • เมื่อ raise ทิกเก็ตไปเจอเมกซิกันชื่อ Jesus ....- 2 days ago
  • Cerberus missing one head today. https://t.co/VZuc8jAPKo- 3 days ago
  • น้ำหนักเยอะไปหน่อย ค่าส่งแพงลิบลิ่วเลย ไหนจะภาษีอีก- 3 days ago
  • ไม่มีการท่องเที่ยวนี่ความฝันฝากเพื่อนหิ้วซัมติงนี่หายหมด โถ่ ปีนี้อยากได้ Facebook Portal ไม่ก็ Home Hub Max- 3 days ago
  • Crowdstrike university เป็นหนึ่งในพรีเซนเตชันที่แย่ที่สุดที่เคยเรียน หรือเห็นมาเลย- 3 days ago
  • @twometre สั่ง Grab / GET / Food Panda มาสิฮะลุง หรือถ้ามันนานไปไม่อร่อยก็นั่งรถไฟฟ้าไปเลย จากออฟฟิศลุงไปไม่ยากหรอก แล้วค่อยกลับมาขับรถกลับ- 3 days ago
  • @twometre มีแค่ Central ลาดพร้าวนี่ลุง- 3 days ago
  • Speaker คนนึงเหมือนน้ำลายในปากเยอะ แล้วพูดดังจ๊วบๆๆๆ แจ๊บๆๆๆ น่ารำคาญสัสๆ- 3 days ago
  • ไม่ชอบเลย เปิดภาพค้างไว้หลายนาทีไม่มีอะไรเปลี่ยน พูดไปเรื่อยๆ ดูจนจบไปสองโมดูลแล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้อะไรเลย.... นอกจากรู้ว่ามีหลาย SKU จบ- 3 days ago
  • training crowdstrike นี่มันเอา webinar ที่อ้ดไว้มาพูดชัดๆ ภาพอย่างเบลอ ดูไม่รู้เรื่องเลย- 3 days ago
  • RT @dragalialost: ケットシー。 #りゅうのおにわ #げつようびの1コマ #ドラガリ https://t.co/bKdLMljF0b- 5 days ago
  • หมุนไม่ถึง 20 ได้ Gala Cat Sith รอดแล้วอีเวนต์นี้- 6 days ago
  • เออ มันทำถูกในแง่การหาเงินและ สายเล่นฟรีร้องดิ โดนจับทางได้แล้ว แงเบย- 1 week ago
  • ปกติหมุนไม่เกิน 40 ตัว ได้ Gala ก็หนีแล้ว อีแบบนี้อาจจะออกห้าดาวอีเวนต์แทน Gala เนี่ยสิ สัส- 1 week ago
  • เชี่ย Cygames มันเอาอีกแล้ว เอาตัวไร้สาระมาสอดแทรกใน Gala เพิ่มความยากในการหมุนเอาตัว Gala อีกแล้ว มึงเห็นว่าถ้าไม่… twitter.com/i/web/status/1…- 1 week ago
  • ไม่มีอนาคตแบบนี้ ลาออกจากประเทศที่ไหน- 1 week ago
  • เปิดหน้าต่างระบายกลิ่นทีไร แมลงวันเข้ามาทุกที อะไรมันดึงดูดนัก กลิ่นเรอะ หรือความมืดๆ น่าค้นหาในห้องที่ไม่เปิดไฟ (เ… twitter.com/i/web/status/1…- 1 week ago
  • ชอบวิธรนำเสนอแบบ Steve Jobs มากกว่า- 1 week ago
  • ตอนสตีฟ จอบส์พูดเรื่อง Transition to intel สนุกมาก ตรงข้ามกะวันก่อนเลย Apple WWDC 2005-The Intel Switch Revealed… twitter.com/i/web/status/1…- 1 week ago
  • RT @LaughTale0: @DragaliaLostApp Yay, more wyrmite- 1 week ago