Archive for the ‘วิจัย’ Category

bigbang

ช่วงนี้กระแสพลูโตมาแรง ข่าววิทยาศาสตร์ด้านจักรวาลและอวกาศก็มีเพิ่มขึ้นให้คนไทยอ่านเป็นระยะๆ (เพิ่มเฉพาะช่วงนี้แหละ อีกสักพักก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม) เลยได้ดูพวกสารคดีบน YouTube (ไม่มีอะไรทำ ดูบน Chromecast) ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอะไรที่รู้อยู่แล้ว คืออะไรแปลกๆ มันก็มี แต่ต้องหาหน่อยเพราะรู้พื้นฐานแล้ว จะดูซ้ำก็กะไรอยู่

ก่อนจะคิดไปไกลคงต้องขอบอกก่อนว่าพื้นฐานของวิทยาศาสตร์นั้นไม่มีอะไรยืนยง คือทฤษฏีที่ถูกต้อง 100% นั้นไม่มี เรามีแต่เพียงทฤษฏีที่คิดว่า “น่าจะถูกต้อง” แต่ก็ไม่มีทฤษฏีไหนที่ถูกต้องทั้งหมด ดังนั้นถ้าวันหนึ่งมีคนนำเสนอแนวคิดใหม่ที่แม่นยำกว่า ทำนายเหตุการณ์ได้ดีกว่า ทฤษฏีเก่าก็จะถูกโละ หรืออย่างดีก็นำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับทฤษฏีใหม่ และมีทฤษฏีใหม่เป็นหลักจนกว่าจะมีแนวคิดที่แม่นยำ และอธิบายเหตุการณ์ได้ดีกว่าเข้ามาแทนที่

เช่น…. นักวิทยาศาสตร์บอกว่าหนูเกิดจากความสกปรกในความมืด เมื่อลองวางข้าวที่เละๆ ไว้ในห้องครัวที่ปิดไม่ให้แสงสว่างแล้วจะมีหนูเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล แต่เมื่อมีคนบอกว่าแท้จริงแล้วหนูเพิ่มขึ้นเพราะมันเข้ามาทางซอกที่แตก และเพิ่มจำนวนเพราะมันผสมพันธ์กันต่างหาก! ถ้าเป็นวิทยาศาสตร์จะต้องทำยังไงครับ? ก็ต้องฟัง และพิสูจน์หลักฐาน เมื่อพิสูจน์แล้วเห็นว่าจริงก็ล้มล้างทฤษฏีเก่าไป และเอาทฤษฏีใหม่มาใช้

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้สร้างไทม์แมชชีน แน่นอนครับต่อให้สร้างได้เราก็นั่งไทม์แมชชีนไปดูกำเนิดจักรวาลไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นมวลที่อัดแน่นมาก (ลองคิดภาพว่าอยู่ๆ ของในห้องที่เรานั่งพุ่งเข้าใส่เราเหมือนแม่เหล็ก และยัดเข้าไปในร่างกายของเราดูสิครับ มันแน่นไหม? มิติของมวลที่ยัดทั้งจักรวาลเข้าไปจะแน่นขนาดไหน? และมีพลังงานสูงมาก

บรู้ม และก็ระเบิดกลายเป็นโกโก้ครันช์… ไม่ใช่! เขาเรียกว่าบิ๊กแบง หรือการระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งการระเบิดครั้งนี้มีพลังงานสูงมาก… มากเพียงพอที่จะทำให้พื้นที่ที่อัดแน่นสุดๆ กระจายออกไปเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ และเรียกว่า….. จักรวาล

แน่นอนครับ พลังงานที่ระเบิดออกไปนั้นเกิดขึ้นเมื่อราวๆ หนึ่งหมื่นสี่พันล้านปีก่อน…. 14,000,000,000 ปีนั่นแหละครับ และนักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าจนกระทั่งวินาทีนี้ วันนี้ พลังที่ระเบิดออกไปนั้นก็ยังส่งผลให้อวกาศขยายตัวออกไปเรื่อยๆ อยู่ นับได้ว่าพลังงานมันโคตรจะมากมายมหาศาลมโหฬารบานจะไทระดับคอสมิคเลยทีเดียว

แน่นอนครับ นี่เป็นเพียงทฤษฏีของนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่เราก็ไม่ใช่ว่าไม่มีหลักฐานพิสูจน์นะ นักวิทยาศาสตร์ก็ยังอ่านค่ารังสีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอวกาศเพื่อหาคำตอบว่าบิ๊กแบงมีจริงหรือไม่ แต่ผมจะไม่พูดถึง (เพราะอ่านไม่รู้เรื่องเหมือนกัน) ไม่ใช่ว่านั่งหลับแล้วบรรลุข้อสรุปว่าเมื่อก่อนจะต้องเกิดระเบิดแต่อย่างใด

เวลา คืออะไรครับ? เวลาคือมาตรวัดหนึ่งที่มนุษย์ใช้ เราใช้เพื่อกำหนดช่วงระยะเวลาใด ระยะเวลาหนึ่ง เช่น สามวินาที สองวัน สิบปี เป็นต้น เวลาดูจะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และไม่มีตัวตนจริงๆ หากแต่ว่าเป็นเพียงสิ่งที่เรากำหนดเพื่อให้เข้าใจตรงกันเท่านั้นเอง

แต่นักวิทยาศาสตร์มองว่าเวลาแท้จริงแล้วเป็นอะไรที่มากกว่านั้น (หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า space-time หรือกาลอวกาศ) โดยเชื่อว่าเวลานั้นไม่ใช่เพียงแค่เป็นมาตรวัด แต่เป็นส่วนหนึ่งของอวกาศอันยิ่งใหญ่สุดลึกล้ำอีกด้วย

อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์กำหนดเอาไว้ว่าเวลานั้นเริ่มเมื่อวินาทีที่บิ๊กแบงระเบิด ส่วนก่อนหน้านั้น (ตอนที่จักรวาลเป็นเพียงก้อนมวลมหาศาล) นั้นไม่นับว่าเป็นเวลา (ขออุ๊บอิ๊บเรื่องนี้แล้วกระโดดไปโม้เรื่องอื่นแปป)

เพื่อไม่ให้งง เราจะไม่พูดถึงว่ามันสัมพันธ์และสำคัญยังไง (อ้าว) เพราะผมเองก็เข้าไม่ถึงนักวิทยาศาสตร์สายพันธ์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์อีกแล้วครับ (กรรม แล้วมึงจะเขียนทำไม) แต่จะกระโดดข้ามไปเรื่องมิติเลย

เราอยู่บนโลกที่มีแกนสามมิติ ได้แก่แกน x, y, z ถ้าให้พูดเห็นภาพหน่อยก็คือ กว้าง ยาว สูง นั่นเองครับ การอธิบายถึงเรื่องราวสามมิติบนโลกนี้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็เข้าใจได้แม้แต่เด็กประถม แต่ถ้าพูดให้ถูกเราสามารถมองโลกของเราเป็นสี่มิติได้ไม่ยากเช่นกันครับ

ทุกวินาทีนั้นแตกต่างกันไหมครับ? แน่นอนว่าแตกต่าง คงไม่มีวินาทีไหนที่คุณยายของทิมตาย และปู่ของมาร์โก้สะดุดพื้นหน้าคว่ำ ทุกๆ วินาทีนั้นเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและไม่มีกระบวนการย้อนกลับ (ในตอนนี้นะ) ถ้าอธิบายให้ง่ายๆ หน่อยก็คงต้องขอให้นึกถึงการถ่ายวิดิโอครับ

สมมติว่าเรากดบันทึกลูกเราเต้นระบำของคลาสเรียนอนุบาล เมื่อเรามาดูย้อนหลังเราจะเลือกได้ว่าจะดูวินาทีไหน (เช่นอัดไว้หนึ่งนาที จะดูตอนสามสิบวินาที หรือห้าสิบก็ย่อมได้) นั่นล่ะครับ แกนที่สี่ นั่นก็คือ….. แถ่นแทนแท้น เวลาครับ

แกนของเวลานั้นมองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ และเดินไปข้างหน้าอย่างเดียว เมื่อนำมารวมกับแกนสามมิติ (กว้าง ยาว สูง) ถือว่ากลายเป็นสี่มิติทันที (แน่นอนว่ามีมิติที่ห้าด้วย คือ Multiverse เช่นวินาทีที่เราโดนโจรปล้น เราอาจจะตัดสินใจเอามีดโจรมา หรือหันหลังกลับ ซึ่งแน่นอนว่ายังเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างเพ้อฝันพอสมควร – แต่หนังและการ์ตูน DC/Marvel เอาคอนเซปท์นี้ไปเล่นเยอะมาก)

ขอออกนอกเรื่องอีกนิดก่อนจะวกกลับเข้าที่เดิม… พลังงานทุกอย่างย่อมมีหมด และสิ้นสุดครับ เพียงแต่ในช่วงชีวิตของมนุษย์เรา หรือสายพันธ์มนุษย์เราไม่มีวันได้เห็นมันสิ้นสุดก็เท่านั้นเอง ถ้าจำไม่ผิด Universe in a nutshell ที่เขียนโดย Stephen ได้บอกเอาไว้ว่าวันหนึ่งในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต ในอนาคต (โอเค ถือว่ามันไกลจนเราไม่สามารถทำนายได้) จักรวาลก็จะเป็นเหมือนกิจการที่ปิดตัว เพราะดาวฤกษ์ทั้งหมดดับลง แสงสว่างจะหมดไป และมืดมิดไปทั่วแห่งหน

โอเค มันมีทฤษฏีว่าเมื่อดาวฤกษ์ตาย มันจะกลายเป็นหลุมดำ [หลุมดำในทฤษฏีนี้ไม่ใช่ประตูมิติ แต่เป็นดาวขนาดยักษ์ที่มวลของมันหนาแน่นมากจนกระทั่งแรงดึงดูดสูง (มวลเยอะแรงดึงดูดเยอะ) จนกระทั่งอะไรก็บินหนีจากมันไปไม่ได้ แม้แต่แสงที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที] แต่เราจะไม่พูดถึงว่าหลุมดำจะขยายตัวจนกลืนไปทั้งจักรวาลหรอกนะ เพราะเราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ (จริงๆ ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังเริ่มเถียงกันอีกรอบว่าหลุมดำมีจริงไหม แต่เราก็จะไม่พูดถึงเช่นกัน) เรากำลังพูดถึงว่าแหล่งกำเนิดแสงทั้งจักรวาลพลังงานหมด และเลิกเปล่งแสง ทำให้ความมืดปกคลุมจักรวาล สิ่งมีชีวิตคงจะสูญสิ้นไปก่อนหน้านั้น

กลับไปเรื่องที่อุ๊บอิ๊บเอาไว้เมื่อกี้ที่พูดถึงบิ๊กแบง บิ๊กแบงทำให้เกิดจักรวาล (ระเบิดตู้ม พื้นที่เพิ่มขึ้นและขยายขึ้นเรื่อยๆ จากมวลที่อัดแน่นจนกลายเป็นพื้นที่ไร้สิ้นสุด) และเวลา (ก่อนหน้าบิ๊กแบงไม่นับว่าเป็นเวลา) เมื่อมาคิดดูดีๆ วันหนึ่งในอนาคตๆๆๆ (โอเค ไม่แปะหลายรอบแล้ว สมมติว่ามันไกลจนเราปรินต์คำว่าอนาคตมาวางจากกรุงเทพไปถึงดวงอาทิตย์ได้ละกัน) พลังงานของบิ๊กแบงที่ระเบิดและทำให้จักรวาลขยายตัวสิ้นสุดลงจะเกิดอะไรขึ้น? แน่นอนว่าเราไม่รู้ เพราะตั้งแต่จักรวาลถือกำเนิดมามันยังไม่เคยหดตัว หรือพลังงานจากบิ๊กแบงหมดเลย จักรวาลอาจจะหยุดขยายตัว หรือบางทีอาจจะหดตัว… หดตัว….. หดตัว จนกระทั่งจักรวาลทั้งหมดกลับเป็นมวลจิ๋วสุดๆ อีกครั้ง

และเกิดบิ๊กแบงครั้งต่อไป? บรู้ม กำเนิดจักรวาล (โปรดย้อนกลับไปอ่านข้างบนอีกรอบ)

/me โดนตบ

ant-trail-300x124[1]

วันก่อนมดบุกบ้าน แถมบุกเข้าไปในเครื่อง 3DS ตัวนึง (เพิ่งรู้ว่าด้านข้างตรงปุ่มเปิด/ปิด 3D มันเป็นรูเดินเข้าไปได้) มดโผล่ขึ้นมาจากไหนไม่รู้ แล้วเดินเข้าซอกปุ่มไป แถมไม่ออกมาซะอีก เลยต้องไปหาข้อมูลว่ามดมันมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนก่อนจะตายคาข้างใน แต่ไปเจอข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก

มีคนตั้งกระทู้ถามบน Reddit ว่าถ้ามีมดงานหายตัวไป (ออกไปข้างนอกแล้วหายไป) มดตัวอื่นจะเข้ามาทำหน้าที่แทน หรือตามหามดตัวนั้นหรือเปล่า? Read the rest of this entry »

ebay

เพิ่งเสียตังให้กับ eBay GSP ไปครับ และเป็นการเสียตังที่เจ็บช้ำน้ำใจที่สุดตั้งแต่เคยซื้อของออนไลน์จากสื่อฝั่งตะวันตกมาเลยทีเดียว แต่ก่อนจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ขออ้างอิงจากคู่แข่งที่มีบริการคล้ายๆ กันก่อนครับ นั่นก็คือ Fulfillment by Amazon

FBA_Graphic

บริการที่จะยกเป็นตัวอย่างก็คงจะหนีไม่พ้น Fulfillment by Amazon ครับ เป็นบริการที่ Amazon Offer ให้กับนักขายของออนไลน์บน Amazon US นั่นเอง โดยวิธีใช้งานก็มีอยู่ว่า …. อืม ยกตัวอย่างเลยแล้วกัน น่าจะง่ายกว่า Read the rest of this entry »

Image

เพิ่งได้ไปดู LEGO the Movie มาครับ ในฐานะที่มีคนรู้จักเป็นพวกคลั่งเลโก้บ้าง (ผมไม่! ขอออกตัว ณ จุดนี้ว่าไม่คลั่ง ไม่สะสมด้วย เพราะไม่มีตัง!!!) รู้คร่าวๆ ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังตลก แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ใช่หนังตลกซักเท่าไหร่ครับ เป็นหนังตลาด (แต่คุ้มค่าตั๋วนะ!) แทน

เรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อจินตภาพแห่มายาคติเรื่องความสมบูรณ์แบบบีบบังคับ และการแหกกฏโดยอิสระเกิดขึ้น จะส่งผลอย่างไรกับสังคมตั้งแต่ระดับจุลภาค ไปจนถึงระดับมหภาค Read the rest of this entry »

จั่วหัวมาเหมือนโดนด่านะครับ จริงๆ คือเป็นฝ่ายด่ามา ต้องขอเรียบเรียงสั้นๆ ก่อนว่าวันนี้มีม๊อบไปปิด CAT ครับ ทำให้เน็ท True ล่มไปด้วย โทรศัพท์ผมเลยใช้เน็ทไม่ได้ ติดต่อใครไม่ได้เลย นัดกันว่าจะเจอเอเชียทีค แต่ไม่ได้ให้เบอร์เอาไว้ ผมก็เลยรีบร้อนไปเอเชียทีคอย่างสิ้นหวัง ว่าไปแล้วจะหากันเจอได้ยังไง คนมีเป็นร้อย

พอนั่งรถสาย 1 มาลงตรงแถวๆ เอเชียทีคก็มีป้าฝรั่งคนนึงกำลังซื้อของ พร้อมกับตาลุงท่าทางสับสนชีวิตพูดภาษาอังกฤษไม่ได้อยู่แถวนั้นสามสี่คน พร้อมอาแปะ และได้ยินคำว่า “แล้วผมจะบอกเขายังไงดีล่ะ ภาษาอังกฤษผมก็ไม่ค่อยดีซะด้วย”

ก็เลยเสนอตัวไปว่า “ผมช่วยแปลให้ไหมครับ”

(นึกว่าเขาจะซื้อของครับ พลาด) Read the rest of this entry »

อันนี้ไม่ใช่งานวิจัย วิเคราะห์อะไรแบบเป็นหลักเป็นฐานอย่าง (Ingress is a dog game) ของพี่มาร์คนะครับ กลับกันคือกรณีผมมันจะกลายเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายขึ้นว่าสิ่งที่พี่มาร์คพูดนั้นถูก

เรื่องมีอยู่ว่าเกมส์ Ingress นั้นน่ะ คือเกมส์หมาฉี่รดกัน เหตุผลที่เป็นหมาฉี่รดกัน (แล้วทำไม FourSquare ไม่เป็นหมาฉี่รดกัน) ก็เพราะว่าเกมส์นี้มันมีอาวุธ มีทั้งการโจมตี การตั้งรับ และการขยายอาณาเขต (Attack, Defend, Created Control Field) ส่วนโฟร์สแควร์นั้นจะแค่เน้นความถี่ ไม่มีความรุนแรงเชิงประจักษ์ให้เห็นชัดเจน (คือก็ถี่กว่า จบ อันนี้มียิง มีทำลงทำลาย ความ Violent มันยกขึ้นไปอีกระดับนึง)

ระดับสเกลของความ Local นั้นก็อาจจะขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของ Portal อย่างผมเองอยู่ในสาทร ดงเสา ดังนั้นพื้นที่ ที่ผมเรียกตัวเองว่า Local จะริมตะวันออกไปตะวันตกนั้นไม่เกิน 500 เมตร (ในเวคเตอร์นะ ซึ่งเดินจริงก็เกินไปเยอะ) ปัญหาอยู่ที่แรกๆ เสาน้อย ระยะทำการกว้างๆ มันก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอเสาเริ่มเยอะ ระยะทำการจะเริ่มแคบลงเรื่อยๆ โดยมีบ้านเป็นศูนย์กลาง (ใช้เติมพลังชีวิตกับแบตเตอรี)

แต่ระยะของถิ่น ก็อาจจะขยายผกผันได้ ตามความสะดวกในการเดินทาง เช่นมีจักรยาน มีรถ มีมอเตอร์ไซค์ โดยระยะจะเพิ่มตามความสะดวกในการเดินทางนั่นแหละ มีพาหนะก็ไปได้ไกล แต่พวกซอยส่วนบุคคล หรือบ้านคนอาจจะเข้ายากกว่าคนเดิน หรือปั่นจักรยาน (อย่าให้คนอื่นบุกบ้านเลยครับ ไอ้พอร์ทัลฉันแฮคได้คนเดียวเพราะอยู่ในเขตบ้านน่ะขอเหอะ ไม่งั้นต้องบุกเข้าไปนะ) Read the rest of this entry »

เมื่อวานมีโอกาสแบบฟลุ๊คๆ ไปดูหนังเรื่อง Ender’s game มา ตอนแรกเพื่อนจะมอบหมายให้รีวิว (แต่สุดท้ายเพื่อนก็ทำเองไปแล้ว) ก็เลยอืม ไอ้ความคิดที่ตกค้างอยู่ในหัวนี่ถ้าไม่ระบายออกไปก็คงจะไม่ดีแน่ เลยตัดสินใจว่า เอาวะ มาเขียนลงบล็อกตัวเองก็ได้ ถึงจะไม่มีประโยชน์อะไรก็เถอะ

Ender’s Game (สังเกตว่าไม่ใช่ Enders game แต่เป็น Ender และมี Apostrophe s ตาม) เหตุผลที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าตัวเอกมันชื่อ Ender นั่นเอง (ได้ยินว่ามาจากเวอร์ชันนิยายด้วย เลยไม่รู้ว่าตรงนี้คนเขียนจงใจเล่นคำหรือเปล่า แต่คิดว่าน่าจะใช่)

สำหรับเนื้อหาโครงสร้างหลักของ Ender’s Game นั้นเป็นเส้นตรงจนห้านาทีแรกที่ดูก็สามารถเดาตอนจบได้ (เทพ -> เทรน -> ชนะ -> เทพ -> เทรน -> ชนะ จบ) ตัวเอกมันเทพยิ่งกว่าดราก้อนบอลที่มีแพ้จนต้องไปฝึกวิชามาสู้ใหม่เสียด้วยซ้ำ เพราะตัวเอกมันไม่แพ้อะไรเลย (นอกจากจิตใจตัวเอง) Read the rest of this entry »


มิถุนายน 2019
อา พฤ
« เม.ย.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

คลังเก็บ

Tweet from twitter