Archive for the ‘เรื่อยเปื่อย’ Category

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายปีมาแล้วครับ ตอนแรกๆ เขียนไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะรู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน ตอนนี้หลายปีละ เขียนไปก็คงไม่รู้ละมั้งว่าที่ไหน

เคยทำงานในบริษัทองค์กรใหญ่รายหนึ่งครับ สมัยก่อนผมจะเข้าไปทีมที่ผมเข้าไปทำนั้นมีสมาชิกอยู่สิบคน (เออ! สิบคน!!) แต่พอผมเข้าไปดันเหลืออยู่สามคน (รวมตัวผมแล้ว) ชีวิตก็ดี๊ดีครับ พี่เก๋เป็นคนที่รับงานส่วนใหญ่ไป ส่วนผมเป็นจูเนียร์ก็สบายหน่อย ทำตามหน้าที่พอ

ทุกวันจันทร์จะมีการเข้าประชุม ซึ่งก็ไม่ใช่หน้าที่ผมครับ พี่สองคนจะเข้าไป หลังๆ พี่งานเริ่มเยอะก็ให้ผมช่วยทำสรุป (แต่ไม่ต้องเข้า) ชีวิตผมก็เป็นสุขดีครับ แค่วันอาทิตย์มีงานเพิ่มขึ้นมาตอนเที่ยงคืนเท่านั้นเอง

เงินเดือนน้อยมากครับ (พี่มาเล่าให้ฟังว่าเขียนเงินเดือนไปที่ HR xx,000 บาท แต่ HR เสนอเงินมาแค่ (xx-5),000 บาท ซึ่งตอนนั้นก็บ้าจี้รับทั้งที่มันน้อยมาก)

พอหลังๆ พี่เก๋ลาออกไปแต่งงาน อ้าว ชิบหัย งานตกที่เรา ไม่เป็นไร เราเก่ง แบกไหว

พี่อีกคนก็โดนหัวหน้าหาเรื่องไล่ออกครับ…. โอเค เค้าผิดหรือไม่ผิดเราจะไม่พูดถึง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเค้าออก

ค…. เคว้งครับ ทั้งทีมที่เคยมี 10 คน บัดนี้เหลือคนเดียว

ตอนนี้ผมต้องทำทุกอย่าง (แต่ตำแหน่งและเงินเดือนเท่าเดิม) คือต้องเป็น PM, Content, Sales ตายครับตาย ตอนแรกบอกเลยแทบจะไม่มีชีวิต เป็นซอมบี้ไปเลย วันนี้จะมีอะไร พรุ่งนี้จะมีอะไรไม่รู้เลย ถ้าจะถามว่าว่างไหมต้องเปิด Google Calendar เท่านั้น คือมันแน่นทุกอย่าง งานนิตยสารก็จะเอาต้นฉบับ งานเว็บก็ต้องทำ ประชุมก็เข้า คุยกับ Dev ของเว็บอีก และที่สำคัญคือต้องออกงาน

คืองี้ครับ โดน AE ด่าว่า “เค้าไม่ซื้อ Ad. เว็บมึงก็เพราะมึงไม่ไปงานเค้าอะแหละ สัด”

ครับ… เมื่อก่อนตอนอยู่กันสามคนโคตรชอบเลยครับ ไปออกงานแล้วกลับบ้านทำงานที่บ้านต่อได้เลย ไม่ต้องนั่งออฟฟิศ (ส่วนตัวไม่ชอบนั่งออฟฟิศเพราะเวลาเลิกงานกลับบ้านโคตรยาก) คือผมก็ไม่ได้อู้หนีกลับบ้านนะ กลับบ้านแล้วก็ทำงานต่อ

พอลาออกหมด ผมก็สู้งานนะ (สู้เพื่ออะไรวะ) ทำแม่งสิบโมงถึงตีสองทุกวัน (ยอมรับว่าเหี้ยมาก เข้าออฟฟิศตอนแปดโมงไม่ไหว) เข้าสิบโมงแล้วก็ชดเชยให้ด้วยการทำงานอยู่ที่ออฟฟิศถึงสองทุ่ม จริงๆ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ทุ่มนึงรถมันติดกลับบ้านยาก เลยนั่งทำงานดีกว่า

งานก็ประดังประเดมาก ทั้งรีวิว บทความ นิตยสารและเว็บ ทำมันทุกอย่างคนเดียว (ตอนนั้นคุณรณฯ เข้ามารับช่วงต่อการประชุมกับทำรายงาน ซึ่งรายนี้ก็น่าสงสารพอกัน เพราะโดนจับไปโยนช่วยแผนกที่ไม่มีใครเอามาตลอด) ชีวิตคุณภาพตกต่ำลงทุกวัน

แล้ววันหนึ่งก็โดนเรียกไปคุย ตอนแรกนี่เข้าใจว่าโดนหัวหน้าชมเชยว่า “พี่รู้นะว่าเราทำงานหนัก เสาร์อาทิตย์ก็เข้าออฟฟิศ”

ใช่ครับ ตอนนั้นทำงานสัปดาห์ละเจ็ดวัน ชีวิตนี่ไม่ต้องมีเป็นของตัวเองเลย

รู้ไหมครับแวบแรกเขาบอกว่าอะไร……

เขาบอกว่า “พี่รู้ว่าแบงค์ทำงานสบาย พี่ว่าแบบนี้พี่อาจจะต้องคิดว่าอนาคตจะเอาแบงค์ไว้ในองค์กรไหม”

ขอบคุณพระเจ้…….. เดี๋ยวๆ ว่าไงนะ ทำงานสบาย….

ขอบคุณครับ พี่ให้เงินผมเท่านี้ ผมก็ยังเสือกกล้าขยันปั่นงานตัวเป็นเกลียว ออกงานทั้งที่ไม่อยากจะไป เข้าออฟฟิศเสาร์อาทิตย์ (โดยที่มี Art Director เห็นเป็นพยานชีวิต ถ้าวันอาทิตย์ไหนอาร์ตไดฯ เข้าออฟฟิศ) ผมโดนบอกว่าผมกำลังจะถูกถอดจากงาน อาจจะโดนไล่ออกเพราะทำงานสบาย

สามเดือนผ่านไป

MD คนใหม่นัดประชุม คุยๆๆๆๆ (โดยหาสาระอะไรในการประชุมดังกล่าวไม่ได้ เป็นเพียงการประกาศว่าฉันอยู่ตรงนี้! และพวกคุณอยู่ในสายตาของฉัน ซึ่งเราก็เข้าใจได้ แต่กูอยากออกไปทำงานต่อ) ปิดท้ายด้วยคำพูดว่า “แบงค์มีอะไรอยากจะบอกกับพี่ไหม”

“มีครับ…. หาคนให้ผมที ผมทำงานคนเดียวไม่ไหว”

สี่เดือนผ่านไป

MD พาหลานอายุ 13 ปีมาทิ้งไว้ที่แผนก ฝากเลี้ยง…. และบอกว่าพี่พาคนมาช่วยทำงานแล้วนะ (ขอบคุณครับ……)

สัปดาห์ต่อมา ไปแย่งคนจากบริษัทลูก (มีบริษัทแม่เดียวกัน) กลับมาอยู่บนชั้นนี้ จริงๆ คือพี่แกเหนื่อยกับงานเกมส์ด้านล่างนั่นแหละเลยอยากกลับมาฝั่งนิตยสาร ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกันพี่แกไม่เคยสนใจการประชุม (ว่าจะวางสารบัญหนังสือใหม่ ก็ตอบขอไปทีเหมือนกับให้จบๆ ไป ซึ่งก็จริง) ไม่เคยมีประโยชน์ในแผนก เพราะแกไม่คิดจะมาช่วยเขียนเลย เหมือนมานั่งเล่นเน็ทข้างบนแทน แต่ทุกคนคาดหวังกับกลุ่มนี้มากขึ้นเพราะมีคนเพิ่มขึ้น ซวยกูอีกสิ

หกเดือนผ่านไป

ผมเริ่มชินกับชีวิตบัดซบ ผมยอมรับว่าคุณภาพชีวิตยังแย่เหมือนเดิมแต่เริ่มชินแล้ว หรือเราจะไม่ออกดีนะ (แต่เงินเดือนน้อยอย่างนี้ไม่มีอนาคตแน่เลยว่ะ) ผมเริ่มลังเล ผมมันเป็นพวกไม่ชอบการฟันฝ่าอะไรมากมายเสียด้วย ถ้าอยู่กับที่แล้วเรารับมือไหวก็ดีออก

หัวหน้าเรียกไปคุยอีกครั้ง เรานึกว่าเขาเห็นผลงานฝีมืออันเป็นที่ประจักษ์ว่าเรามันถึกเหมือนควาย นอนน้อย ทำงานทุกวันได้ทั้งที่รับเงินเดือนน้อยกว่าเด็กจบใหม่

หัวหน้าบอกว่า “แบงค์ออกมั้ย ทำงานสบายแบบนี้ หกเดือนแล้วเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเลย”

“…………………………………”

“ผมว่าจะออกครับพี่เอก ผมไม่อยากทำงาน (กับมึง) แล้ว”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมพูดออกไปในนั้น

เจ็ดเดือนผ่านไป

ลาออกปั๊บ มันได้คนใหม่มาทำงานเลยครับ…. แถมอีคนใหม่ให้ช่วยเขียนงานสี่หน้าให้สองพันบาท (น้อยสัส แต่ก็รับ) สั่งเที่ยงคืนเอาหกโมงเช้า แทบจะตายกว่าจะเขียนครบหกหน้า…. จนตอนนี้ปี 2015 มันยังไม่จ่ายเงินค่างานเขียนเลยครับ

เมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมาไปประเทศจีนครับ ไกด์ทัวร์ก็บอกว่าจะพาไปร้านยาลับแห่งหนึ่งที่จะไม่ขายให้คนจีน เพราะว่าถือว่าสรรพคุณของบรรดายาทั้งหลายนี้เป็นของราชวงศ์ กษัตริย์ ขุนนาง ดังนั้นประชาชนทั่วไปจะไม่มีสิทธิ์ใช้ ฟังปุ๊บน้ำตาแทบไหลทันทีครับ คิดดูสิครับ เขากำลังยกย่องกรุ๊ปทัวร์ของเราว่าเทียบชั้นกับบรรดาชนชั้นสูงของประเทศเขาเลยทีเดียว มีหรือที่เราจะปฏิเสธลง

พอเราไปถึงก็มีสาวจีนที่พูดไทยคล่องปรื๋อมาต้อนรับครับ น้ำตาจะไหลอีกแล้ว ภาษาไทยช่างเป็นภาษาที่สำคัญอะไรเช่นนี้ พวกเธอให้ความสำคัญกับภาษาไทยอย่างสุดซึ้งจนพวกเราไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก กลัวว่าเธอจะเสียน้ำใจในการให้บริการ

แต่พอถึงขั้นตอนแนะนำ คิดว่าคนที่พูดภาษาไทยเก่งคงประกบพวกผมหมดแล้ว เลยนำสาวหมวยอีกคนที่พูดสำเนียงไทยแข็งเหมือนใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พูดให้ฟัง น้ำตางี้ไม่แทบไหลแล้วครับ ไหลออกมาเลย โห ขนาดเธอพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ เธอยังพยายามบรรยายสรรพคุณของยาทั้งหลายให้เราฟังว่ารักษาสมดุลย์ในร่างกาย ดีกว่ายาของฝรั่งมังค่าโลกตะวันตกเป็นไหนๆ

จากนั้นยังมีให้พบกับเหล่าซือ ท่านหมอประจำตำหนัก ตอนแรกเราก็กังวลว่าเราจะคุยกับท่านหมอพวกนี้พอหรือ กรุ๊ปมีกันเกือบสี่สิบคน หมอคนเดียวจะดูแลหมดได้อย่างไร ตื้นตันใจสุดๆ ครับ เพราะเขากำหนดให้หมอหนึ่งคนกับคนแปลอีกคนจะคอยให้คำแนะนำทางการแพทย์แผนจีนกับพวกเราไม่เกินสองคนเท่านั้น โห ใส่ใจสุดๆ ครับ กลัวว่าจะบริการให้เราอย่างไม่ทั่วถึง น้ำตาไหลไปสองสามครั้งแรก ผมกลัวเธอจะเห็นน้ำตา เลยรีบเช็ดแล้วตามเข้าห้องไปให้ทันครับ

แพทย์ขอดูมือ แล้วถามว่าทำงานหนักมั้ย นอนดึกมั้ย โห แฟนผมยังไม่ถามขนาดนี้เลยครับว่าพักผ่อนพอไหม เหนื่อยหรือเปล่า หัวใจผมนี่พองโตสุดๆ ทำไมแพทย์เขาถึงดีขนาดนี้ สมกับที่เป็นแพทย์แผนจีนที่ให้การพำนักรักษาบรรดาขุนนางในประเทศจีนในสมัยก่อน ใส่ใจเราดุจกับญาติมิตร ไม่สิ ดีกว่าญาติมิตรเสียอีก ผมก็เลยบอกว่าพักผ่อนเพียงพอ นอนหลับเกินห้าชั่วโมง หมอบอกว่าผมสุขภาพแข็งแรงครับ โอ้โห ยอดเยี่ยม! ผมงี้ยิ้มหน้าบานเลยครับ เพราะก่อนหน้านี้ผมคิดไปเองว่าผมป่วย ตอนนี้ผมพบว่าความจริงแล้วผมแข็งแรงมากๆ เลยครับ

พี่ที่ไปด้วยกันบอกผมว่ามีอาการปวดหลัง ยืนตรงนานๆ แล้วจะชาเกร็งไปตั้งแต่ข้อเท้าลามขึ้นมาถึงหลังด้านซ้าย หมอก็ขอมือไปดู แล้วถามเหมือนกับผมครับ แล้วบอกเลยว่าอาการอย่างพี่ผมเนี่ย ต้องกินยาพิเศษสามเดือน รับรองหายสนิท มีอาการป่วยเพราะตับกับไตไม่ดี

พี่ผมงี้น้ำตาไหลพรากๆ โห ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการกินเหล้า แม้จะนานๆ ครั้ง ก็จะทำให้ตับกับไตไม่ดีได้ขนาดนี้ แต่พี่ผมกังวลกับอาการปวดหลังด้วย เลยถามว่าอาการปวดหลังที่แทรกซ้อนต้องกินยาเพิ่มเติมไหม หมอบอกว่าอาการปวดหลังเกิดจากตับกับไตเสียสมดุลครับ โอย น้ำตาไหลอีกแล้ว ท่านหมอเพิ่งเบิกเนตรพวกผมว่าตับกับไตเนี่ย นอกจากบำบัดสมดุลในร่างกายแล้วยังทำให้ปวดหลัง ดังนั้นต้องกินยาขนานนี้เท่านั้น สามเดือนจะหายขาด มียาอะไรที่มหัศจรรย์ไปกว่านี้อีกไหมเนี่ย ผมตอบได้เลยว่าไม่มี ยารักษาขุนนางจีนแบบนี้เราคงพลาดไม่ได้

หมอบอกว่าต้องกินยา 6 ขวด โดยขวดละ 600 หยวน รวมๆ ก็หมื่นแปดพันบาท โห กลัวเราจะโดนหลอกว่าสามพันหกร้อยหยวน เป็นสกุลเงินที่เราไม่ชินแล้วจ่ายเงินแบบไม่ยั้งคิด เลยคิดเป็นเงินบาทให้เราด้วย แถมยืนยันว่ากินหมดแล้วหายสนิท ไม่ต้องกินเพิ่ม ไม่มีเลี้ยงไข้ น้ำตานี่ซึมจนยั้งไม่อยู่ หมอถามผมเลยว่าแน่ใจนะว่าสุขภาพดีจริง อยากให้ตรวจอีกรอบไหม เผื่อจะมียากินเพิ่ม ผมงี้เกรงใจน้ำตาซึมกว่าเดิมจนพี่ต้องปลอบ บอกเลยว่าให้ทำตัวเป็นผู้ดี รู้จักความเกรงใจ

พี่ผมบอกว่ารอบหน้าที่มาจีนจะซื้อแน่นอนครับ ครั้งนี้ไม่ได้แลกเงินมา หมอยื่นเครื่องรูดบัตรเครดิตมาทันที แล้วบอกว่าถ้ากินแล้วไม่หาย มีบริการส่งพัสดุไปประเทศไทยด้วย ผมงี้ต่อมแตกทันทีเลยครับ หมอกลัวว่าเราจะเป็นกรณีพิเศษที่ขี้โรคไม่เหมือนมนุษย์คนอื่นที่กินสามเดือนแล้วหายสนิท แต่ผมก็บอกหมอนะครับว่าผมไม่เป็นไร ผมสบายดี ไม่ต้องตรวจผมอีกรอบ

พอออกมาไกด์ผมก็บอกว่าถ้าไม่ซื้อยาจีน ก็ซื้อบัวหิมะก็ได้ครับ เป็นของที่รัฐบาลจีนไม่ขายให้คนจีน แต่จะขายให้กับชาวต่างชาติ หรือขุนนางจีนเท่านั้น โห จะมีเหรอครับคนที่ยกเราเทียบชั้นกับขุนนางประเทศเขา อยู่บ้านเราผมยังเป็นได้แค่พนักงานเงินเดือนกระจอกๆ อยู่เลย แต่เขายกเราเทียบชั้นกับพลเมืองระดับเกรด AAA ของเขา เรียกได้ว่าให้เกียรติกันสุดๆ

ซักพักพี่ผมก็จับบัวหิมะมาดูครับ แต่ทางนั้นไม่ให้แกะกล่อง ไกด์ก็เลยเอาบัวหิมะส่วนตัวมาให้ลอง ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลกลางวงทุกคนหันมามองเลยครับ เพราะว่าไกด์ผมไม่ใช่ขุนนาง การที่เอาบัวหิมะที่ขายให้ขุนนนางเท่านั้นมาให้พวกผมลอง อาจจะทำให้เธอถูกจับได้ว่าลักลอบใช้ของต้องห้าม แล้วเสี่ยงต่อการโดนจับก็เป็นได้ ไกด์ผมนี่ยินดีเสี่ยงชีวิตเพื่อให้พวกผมได้ลองบัวหิมะ สุดยอดจริงๆ ครับ ต้องกราบเท้าขอบพระคุณอย่างมาก

เห็นไหมครับ แม้เราจะไปต่างชาติ เราก็ได้รับการปฏิบัติเยี่ยงชนชั้นนำของประเทศเขา ช่างน่ายินดีจริงๆ ที่โลกของเรางดงาม ไม่ใช่แค่ในไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงทั่วโลกด้วย

อ้าว หมอผมถอดเสื้อกาวน์แล้วครับ การแต่งตัวนี่แสดงให้เห็นว่ายึดติดกับความเรียบง่ายไม่ต่างอะไรกับอาแปะหน้าปากซอยเลย แถมขับจักรยานกลับบ้านด้วย ช่างน่าชื่นชมจริงๆ เพราะที่จีนการทำงานกับรัฐบาลย่อมหมายถึงเงินจำนวนมหาศาล แถมนี่เป็นแพทย์แผนจีนที่ให้การรักษาบรรดาผู้นำของประเทศ ผมเชื่อว่างานเช่นนี้ย่อมได้รับเงินเดือนเหลือเฟือ แต่ท่านกลับตัดสินใจปั่นจักรยานกลับบ้าน หมอที่รักษาผมนี่ช่างงดงามทั้งนิสัย และจิตใจจริงๆ ครับ จะให้ผมยกย่องอย่างไรก็คงไม่สามารถกล่าวได้หมดจริงๆ ครับ

ณ รถไฟฟ้าใต้ดินสถานี L

ขออภัยค่ะ รถไฟฟ้าปลายทางบางซื่อที่เข้าเทียบชานชาลา 2 จะไม่จอด กรุณารอคันถัดไปค่ะ

สายแน่กรู

ห้านาทีต่อมา

ดีนะวันนี้ไม่มีประชุม ไม่งั้นตายห่านเป็นดากเป็ดแน่นอน

สถานี H (ชิบหาย นั่งรถเลยป้าย ตอบเมล์เพลิน!)

ณ รถไฟฟ้าใต้ดินสถานี H

โง่แท้ อัฌณีย์เอ๊ย

ขออภัยค่ะ รถไฟฟ้าปลายทางหัวลำโพงที่เข้าเทียบชานชาลา 1 จะไม่จอด กรุณารอคันถัดไปค่ะ

จะหลอกหลอนกูไปถึงหน๊ายยยยยยยย

เมื่อนานมาแล้ว (ตอนแรกจะพิมพ์ว่าไม่นานมานี้ มาคิดอีกที จำไม่ได้ว่าเมื่อใหร่ แปลว่านานแล้วแน่ๆ อย่างน้อยก็น่าจะเกินหกเดือน) เคยเล่นเกมส์ชื่อว่า Game Dev Stories บนไอโฟน

แนวก็ไม่ยากอะไร เป็น Simulation บริษัทสร้างเกมส์ขาย เกมส์นี้เล่นบนไอโฟน ตัวโปรแกรมเพิ่งอัพเดทเมื่อไม่นานนี้ ไม่แน่ใจว่ารองรับระบบ multitasking หรือยัง ก่อนหน้านี้ต้องกดเซฟก่อนกด Home ไม่งั้นหายหมด (ตอนนั้นเคลียร์เล่นครบ 20ปี แล้วแบตหมด ไม่ใช่แค่เซฟโดนย้อนแต่เซฟหายเลย เลยเลิกเล่น)

หลักการของเกมส์นี้ก็ง่ายๆ จ้างคน (จะมี stat ส่วนตัว) รับงานนอก (ทำ CG/Music/Outsource Game/Game Port) ทำ In-house (สร้างเกมส์ขาย) รู้สึกจะมีสร้างเครื่อง Console ด้วยมั้ง แต่ยังไม่ประสพความสำเร็จในการไปถึงจุดนั้น

ทุกๆกี่เดือนกี่ปีจะมีเครื่องเล่นเกมส์แบบใหม่ออกมา ต้องวัดดวงว่าเครื่องนั้นจะเวิร์คมั้ย (ปกติรอสามเดือนในเกมส์แล้วกดดูยอด market share เอา ถ้าต่ำกว่า 20% ก็มองข้ามซะ)

การทำเกมส์ไม่ใช่อยากทำก็ทำ ขั้นต้นต้องซื้อ licensed ในการทำเกมส์ลงเครื่องนั้นซะก่อน (แถมชื่อกับหน้าตากวนตีนมาก มีทั้งเกมส์บอย เกมส์เกียร์ เพลย์สเตชัน วี นินเทนโดเกมคิวบ์ ฯลฯ แน่นอนว่าไม่ใช่ชื่อจริงๆ เช่น Play Status, Nintenboy, Xdog)

จริงๆตอนสร้างเกมส์ก็จะมีโยนภาระให้พนักงานด้วยนะ เช่นงานกราฟฟิกจะให้ใครดูแล หรือจะจ้างภายนอกเอา

จริงๆก็มีกดเทรนพนักงาน กดอัพเกรดสกิล หรือแม้กระทั่งไล่ออก หรือประกาศสมัครงาน ด้วยนะ แต่เราจะไม่พูดถึงแหละเธอว์

ที่มาเขียนบล็อกก็คือเรื่องการจ่ายเงิน จริงๆบล็อกนี้มีไว้เตือนตัวเอง หลายๆคนคงมีหลักการการใช้เงินแบบนี้อยู่แล้วด้วยซ้ำแหละ

เรื่องการเก็บเงิน การมีเงินไว้น่ะดี เพราะจะซื้อของที่เราต้องการได้ แต่ถ้าเก็บเงินเอาไว้ไม่ใช้จะมีประโยชน์อะไร? เราต้องจ่ายให้ถูกสถานการณ์ ถ้าเราต้องการเงินเพิ่มขึ้น เงินที่มีไม่ใช่ธนาคาร(และธนาคารก็ให้ดอกต่ำเหลือเกิน) วางไว้เฉยๆมันไม่ออกลูกออกหลานหรอก เงินมันปี้กันไม่ได้

ตัวอย่างก็คือสมมติเน้นทำเกมส์บน Nintenboy อยู่ มาร์เก็ตแชร์กลางๆ แต่อัด status เข้าไปจนยอดขายทะลุล้าน ใช้เงินอัพไปหลายตัง (ยอดขายสูง กำไรเปล่าก็ไม่รู้)

เอาเงินไปช่วยด้านอื่นดีกว่ามั้ย เอาไปซื้อ Licensed สำหรับเกมส์คอนโซลเครื่องอื่น ที่มี marketshare มากกว่า ยอมลงทุนครั้งนึง แล้วเก็บเกี่ยวจากตรงนั้นให้มากกว่านี้

แต่เพราะงี้แหละ ส่วนใหญ่ชอบซื้อของใหญ่ แทนที่จะซื้อของปานกลาง ชอบคิดเสมอๆว่าจะซื้อ Licensed ของ Xdog ทำไม แพงกว่าอีกสามพันสามารถซื้อของ PlayStatus ได้เลยนะ

เงินก็ดองต่อไป ดองต่อไป

กว่าจะได้ใช้ปั๊มเงินล๊อทถัดไป นาน นาน นานนนนนนนนนนนนนนนนน

ในขณะที่เพื่อนเอาเงินไปซื้อ licensed ของ xdog ปั๊มเงินจนมีพอที่จะเรียกว่าเท่าทุน มีเงินซื้อ licensed PlayStatus ได้ก่อนเราซะอีก

เฮ้ย มันได้ xdog (ที่ไม่อยากได้) น่ะไม่เท่าใหร่ แต่มันปั่นเงินจนได้ PlayStatus ก่อนอีกด้วยแหนะ

เงินน่ะ ใช้่ซะบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้นอนปี้กัน มันไม่ท้องหรอก

แต่ว่านะ ต้องใช้ให้เป็นนะ ต้องมีเก็บสำรองบ้าง เอาง่ายๆก็ถ้าซื้อ licensed แล้วหมดตัวพอดี จะเอาเงินที่ไหนไป startup สร้างเกมส์ล่ะจริงมั้ย

สรุปสั้นๆ เอาเงินไปลงทุนกับอะไรที่มันงอกเงยเพื่อเริ่งให้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้นบ้าง แต่อย่าทำจนตังหมด ถ้าล้มเหลวหรือต้องการทำอะไรเพิ่ม (หรือแม้แต่ต่อยอด) จะทำไม่ได้ แล้วจะล้มเหลว(คำนี้อีกแล้ว) แทน

ลงกองทุนกันเถอะ

PS. ความดีก็เหมือนการลงทุน อย่ารอด้วยคำว่า ‘มีเงินก่อนแล้วจะช่วย’ ช่วยได้ก็ช่วยไปเถอะ เงินซื้อความดีไม่ได้นะ ถ้ามีการ offer จากสวรรค์ให้ใช้เงินซื้อความดี ซื้อเถอะ

O: น้องคะ พี่บันทึก xxxyyyzzz ไม่ได้ค่ะ เลขประจำตัวผู้xxx เลขประชาชน yyy เลขคุมเอกสาร zzzz
l: พี่ครับ (ผมไม่เห็นภาพครับโว้ย) ขอผมรีโมทไปหน้าจอพี่ได้ไหมครับ?
O: คืออะไรคะ
I: (พร่อง) คือพี่พูดมาผมนึกไม่ค่อยออกครับ ขอรีโมทไปดูภาพหน้าจอครับ
O: คัดค้นตามที่บอกไม่ได้เหรอคะ
I: (พูดเร็วตายห่า+ เลขร้อยกว่าตัวใครจะมานั่งคีย์ทีละตัววะ) รีโมทไปสะดวกกว่าครับ
O: ได้ค่ะ เลขบันทึก xxxyyyzzz เลข 53-123456
I: ไม่ใช่ครับ ขอไอพีแอดเดรสครับ
O: คืออะไรคะ
I: พี่ทราบไอพีแอดเดรสของพี่มั้ยครับ
O: ไม่ทราบค่ะ
O: (หันไปถามข้างหลัง)
O: ค่ะ 10.48.x.x
I: พี่ครับ นั่นมันเซอร์เวอร์ (ไม่ใช่เครื่องเอ็งโว้ย)
O: อ๋อค่ะ เจอแล้วค่ะ แต่มีสองเลข พี่จะรู้ได้ยังไงคะ
I: (-__-db) ไหนขอหน่อยครับ
O: มันเป็นกระดาษแปะไว้ข้างเครืองน่ะค่ะ มีสองเลข
I: (เออ ก็บอกซักทีสิ) ครับ
O: 1048241
I: ??!@#$%^ สิบ จุด สี่แปด จุด สอง จุด สี่หนึ่งใช่ไหมครับ
O: ใช่ค่ะ
I: เข้าไม่ได้เลยครับ ไม่ทราบว่าพี่สตาร์ทรีโมทเซอร์เวอร์ให้แล้วหรือยังครับ?
O: คืออะไรคะ
I: -___- db
I: ที่ system tray ข้างล่างขวามีตัว R สีน้ำเงินไหมครับ
O: ไม่มีค่ะ (จริงๆมี แต่ตาบอด เจ้าของบล็อกขอให้ซักวันงูฉกนมตาย)
I: เครื่องพี่เป็นวินโดวส์อะไรครับ (XP ใช้ version 2.1 ส่วน Vista 3.0+ เท่านั้น)
O: ไม่ทราบค่ะ
I: (ฟัก)
O: อะฮิ
I: (อะฮิพร่องสิ)
O: พี่ต้องทำยังไงต่อคะ
I: (ยื่นมือไปทะลุจอแล้วบีบคอ กระแทกๆๆๆๆๆ กับกำแพง ได้มั้ย)
I: พี่คลิกขวาที่ my computer บน desktop นะครับ เลือก properties คำสั่งล่างสุดนะครับ
O: ค่ะ
I: เห็น remote setting มั้ยครับ
O: ไม่เห็นค่ะ
(สิบนาทีในการให้มันหาให้เจอผ่านไป)
I: พี่ ซ้าย สีน้ำเงินเขียว เจอมั้ย (หางเสียงหมดแล้ว เสียงเริ่มแข็งแล้ว)
O: อุ๊ย เจอแล้วค่ะ
I: (กูขอให้งูกัดขาตายคาหน้าบ้าน)
I: กดนะครับ แล้วเลือก remote desktop เป็น ok
(สามนาทีแห่งความเงียบผ่านไป)
I: (ลองพูด) ได้หรือยังครับ
O: อ๋อยังค่ะ ขึ้นแจ้ง กด continue มั้ยคะ?
I: (สัดด ติด UAC ไม่บอกวะ แล้วมีปุ่มเดียวกดเองไม่ได้เลยสินะ) ครับ กดด้วยนะครับ แล้วเลือกตามที่แจ้งไปเมื่อครู่นะครับ
O: ค่ะ
I: ได้หรือยังครับ
O: ค่ะ
(พยายาม remote desktop สิบนาทีผ่านไป)
I: ยังรีโมทไม่ได้เลยครับ
O: ต้องกดโอเคหลังเลือก remote desktop เป็น Allow remote desktop หรือเปล่าคะ
I: (Fuxk Duxk)
I: กดครับ(โว้ย)
I: รีโมทได้แล้วครับ (เอาละวะ กูจะได้ลง remote admin ซัก แม่ง ยังเข้าไม่ได้เลย ล่อไปแล้วครึ่งชั่วโมง) ขอ username password ที่ใช้เข้าวินโดวส์ด้วยครับ
O: ไม่ทราบค่ะ ปกติใช้แสกนลายนิ้วมือเอา
I: งั้นรบกวนให้เจ้าหน้าที่มาติดตั้งโปรแกรม remote admin สำหรับ Windows Vista นะครับ แล้วค่อยติดต่อมาใหม่นะครับ (ถ้าเป็นไปได้ไม่ต้องติดต่อมาก็ได้ครับ)

ถ้าเจ้าหน้าที่อ่านภาษาอังกฤษไม่ออก อาการหนักขึ้นสองเท่า

อื่นๆ

I: พี่ครับ กด Next อย่างเดียวเลยนะครับ
(สิบนาทีผ่านไป)
I: ได้ไหมครับ
O: ไม่ได้ค่ะ มีแค่ พี อาร์ อี วี (PREV) กับ Cancel ค่ะ
I: พี่ติ๊กถูกที่ I agree หรือยังครับ
O: อ้าว ต้องทำด้วยเหรอคะ
I: (FFFFFFF) ทำครับ

เวลาเห็นคนแก่ขึ้นรถเมล์เรามักจะเห็นคนลุกให้ …. แต่ไม่บ่อยนัก ภาพที่ขึ้นทีไรมีคนลุกให้ทุกครั้งที่ขึ้นรถเมล์คงเป็นอดีตเมื่อนานแล้ว

พบว่าส่วนใหญ่แล้วคนที่ลุกให้คนแก่นั่งทุกครั้ง มักเป็นคนวัยอายุ 30 ขึ้นไป

ไม่รู้ว่าเพราะว่าเริ่มแก่แล้วเลยเริ่มเข้าใจคนแก่ หรือว่าเป็นคนที่เกิดมาในยุคสมัยที่ไม่เห็นแก่ตัว ทุกคนคือญาติพี่น้องกัน กันแน่ (แปลว่าคนพวกนี้ลุกให้ผู้ใหญ่/คนแก่ตั้งแต่สมัยไหนๆมาแล้ว)

วัยรุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยลุกให้คนแก่ ไม่รู้ทำไม

ผมเองเหรอ? นั่งยังไม่ได้นั่งเลยก๊าบ ไม่ต้องพูดถึงลุกให้คนแก่หรอก


ธันวาคม 2018
อา พฤ
« ก.ค.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • สัส Wrymprint อีกแล้ว อันเดิมด้วย https://t.co/bq6iFZ1aaP- 9 hours ago
  • Wordpress เวลาจะเปลี่ยนอะไรนี่มันเคยทำ research ก่อนป่าววะ หรืออยากจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน ไม่เคยถามคนใช้งานจริงเลย เชี่ยแม่ง- 23 hours ago
  • เหมือนจะหมดช่วง cannibalism แล้วด้วย ตัวเริ่มโต เริ่มใหญ่ และเริ่มสยองขวัญมากขึ้น อีสัส กลัว- 23 hours ago
  • แมลงสาบเยอรมันแม่งเป็นคำสาปพอๆ กับนกพิราบ สัส วิ่งไว วิ่งเร็ว วางยาก็ตายไม่หมด- 23 hours ago
  • RT @chaturon: https://t.co/v5eO2MbalY- 1 day ago
  • สัส Wrymprint อีกแล้ว นี่เป็นตัวอย่างของการแจกตั๋วคนจนจริงๆ แจกแล้วมันก็เอามาสุ่มกาชาต่อ เงินทองจะไปไหน ได้ยินว่าปร… twitter.com/i/web/status/1…- 1 day ago
  • ไม่อยากได้ Wrymprint กะมังกรเพราะมันต้อง unbind แล้วก็ได้รัวๆ ได้ตลอด- 1 day ago
  • reddit.com/r/secretsanta/… โวะ ดีจริง- 1 day ago
  • อยากทำเหี้ยอะไรก็ทำไปเลย วันนี้ด่า แม่ง เพิ่งชมไปหยกๆ ทำตัวเหี้ยๆ อีกละ- 1 day ago
  • RT @Swiffy22: Korok Rush #BreathoftheWild https://t.co/KCPk7vFJUM- 1 day ago
  • เจริญละ ผู้ป่วยฆ่าตัวตายไปเท่าไหร่แล้วกับคนในครอบครัวเหี้ยๆ แบบนี้- 1 day ago
  • บทสนทนาโต๊ะข้างๆ : ไบโพลาร์กินยากูว่าไม่ช่วย ต้องไปปรับ mind set เค้า- 1 day ago
  • @kahonoii จะเลิกเล่น เสือกแจกตั๋ว แล้วพอเปิดตั๋ว #ลาละบรัย- 1 day ago
  • @kahonoii ร้องไปแล้ว แง สึสสสส- 1 day ago
  • ฟรวย หลอกให้ดีใจ https://t.co/yCOLJdHBCp- 1 day ago
  • สัส ไหนละห้าดาว- 1 day ago
  • ตั๋วฟรีมันก็ให้แค่นี้แหละ อยากได้ดีกว่านี้ก็จ่ายตังเอา- 1 day ago
  • ปีนี้คนเล่นเยอะแฮะ https://t.co/mBYQPVwE2Y- 2 days ago
  • RT @shadow_2810: Please give me good roll, ty Santa Mym #DragaliaLost https://t.co/7XQykttWIm- 2 days ago
  • I have contributed 1 year to humanitarian scientific research through @WCGrid. Join me! autotweet.worldcommunitygrid.org/?recruiterId=2…- 2 days ago