Archive for the ‘Uncategorized’ Category

หลังจากพยายามป้ายยาคนให้หันมาใช้ Google Slides หลายครั้งก็พบว่าการจะขอใครสักคนให้มาดูหน้าจอ หรือ screensharing นั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน ถ้าเช่นนั้นแล้วเขียนบล็อกเลยดีกว่า ถึงเวลาก็ส่งลิงค์ให้ดู (แต่จะอ่านไหม? อืมม อย่างน้อยก็น่าจะง่ายกว่าบอกให้กดมาดูหน้าจอล่ะนะ)
Read the rest of this entry »

ป้ายกำกับ: ,

สวัสดีพบกันอีกแล้ว ด้านมืดข้างในใจไงล่ะ กำแพงที่คอยคุ้มครอง ปัดป้องไม่อยู่ เรื่องความวุ่นวายรุมเร้า และความเหนื่อยจากการทำงานเกาะกินเหมือนสนิมที่กินเหล็ก เราจะกลับมาในวันที่สนิมกินจนผุ และพร้อมจะล้มไปตั้งแต่ฐานจนถึงยอด ใช่… มันไม่เคยหายไปไหน มันยังอยู่แถวนี้ และรอเวลาเหมือนเสือที่จ้องเหยื่อ เมื่อเผลอมันจะพุ่งเข้าใส่ ฆ่าทิ้งเหมือนของเล่นและกินจนอิ่มหนำ
Read the rest of this entry »

ผมมีเพื่อนอยู่หนึ่งคน เธอป่วยเป็นโรคที่ยังไม่มีการรักษา สาเหตุอาจจะเป็นเพราะว่าอัตราการเกิดโรคนี้มีเพียงหนึ่งในล้านคน เมื่อหารด้วยจำนวนประชากรของโลกแล้วก็จะมีเพียง 7,000 คนเท่านั้น ผมไม่รู้หรอกว่าตัวเลขนี้จริงไหมหรือแค่เมคมาให้มันดูอัตราส่วนต่ำๆ ผมรู้แค่ว่าเธอเป็น

ผมไม่สนิทพอที่จะมองเข้าไปในใจลึกๆ ของเธอว่าเธอกลัวไหมกับการที่มีชีวิตอยู่โดยที่ไม่รู้ว่าจะมีวันพรุ่งนี้หรือเปล่า ถ้าเธอกลัวเธอก็เป็นนักแสดงที่เก่งที่สุดในโลกคนหนึ่ง เพราะไม่เคยมีใครบอกว่าเธอกลัวความตาย กลับกันถ้ามีใครถามเธอว่าเธอกลัวความตายไหม เธอจะตอบว่าเธอไม่กลัว และเธออยากจะใช้ชีวิตให้เต็มที่ที่สุดก่อนที่วันนั้นจะมาถึง Read the rest of this entry »

มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ในหลายๆ อย่าง หนึ่งในความได้เปรียบของมนุษย์เหนือสัตว์อื่นๆ ก็คือการสื่อสาร เราสามารถเปล่งเสียงเพื่อสื่อสารความหมายได้มากมายกว่าสัตว์อย่างลิง หรือสิงโต ที่ทำได้แค่ขอความช่วยเหลือ แสดงอาณาเขต หรือข่มขวัญคู่ต่อสู้ (แม้เราอาจจะเถียงว่าจริงๆ แล้วความหมายของการสื่อสารเราโดยหลักๆ ก็ไม่แตกต่างจากตรงนั้นก็ตาม) Read the rest of this entry »

#Showerthought
จริงๆ แล้วคุณค่าของคนเราในสังคมมนุษย์ตีค่าจากความแตกต่างนะ แม้ว่าเราจะพูดถึงเงินตรา อำนาจ ฯลฯ แต่สุดท้ายแล้วในใจมนุษย์เราๆ เรียกร้องความเป็นตัวของตัวเอง เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่อาจถูกทำสำเนาโดยคนอื่นได้ มนุษย์ก็เลยพยายามแตกต่างในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่คนทั่วไปอย่างเราๆ ที่พยายามจะประสบความสำเร็จในชีวิต (ซึ่งความสำเร็จของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน แต่ที่แน่ๆ คือไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จในชีวิต) หรืออาจจะพยายามทิ้งชื่อเอาไว้ให้โลกจำ ซึ่งก็นั่นแหละ ถ้าไม่แตกต่างโลกก็ไม่จำจริงไหมล่ะ ตัวอย่างก็เช่นกษัตริย์อเลกซานเดอร์มหาราชที่พยายามครองโลก ไล่มาตั้งแต่ยุโรปตะวันตกอย่างโรม ไปไกลจนถึงอียิปต์ หรือฟาโรห์นับไม่ถ้วนที่พยายามสร้างมหาปิรามิด ส่วนหนึ่งอาจจะบอกว่าเพื่อสร้างชื่อเสียง แตกต่างถ้าไม่แตกต่างก็ไม่เกิดชื่อเสียงจริงไหม
ผู้ฟังอาจจะเถียงว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้ทำเพื่อความแตกต่างสักหน่อย แต่เป็นเพราะต้องการสร้างอำนาจ บารมี เงินทอง ต่างหาก ซึ่งจริงๆ แล้วนั่นเป็นสิ่งที่ซ้อนอยู่บนระบบสังคมที่เราให้รางวัลกับผู้แตกต่าง ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะคิดถึงการแตกต่างจากคนอื่นหรือไม่ (สร้างปิรามิดห้าพันปีที่ผ่านมามีกี่อัน ฟาโรห์เหล่านั้นถูกพูดถึงชื่อไปอีกหลายพันปีเลยนะ) ทั้งหมดล้วนก็กลับมาที่ตัวสังคมมนุษย์ที่ให้รางวัลกับความแตกต่างที่ได้รับการยอมรับจากสังคม ความลอกเลียนแบบไม่ได้ถือเป็นสิ่งที่สังคมต้องการ ยอมรับ และให้รางวัลความลอกเลียนแบบนั้นไม่ได้
 
ถ้าลองสลัดเปลือกที่เรียกว่าศิลปะ ความงดงาม ความฉลาด ความเก่งออกไป การร้องเพลงเสียงดีเป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบยาก การบริหารบริษัทจนประสบความสำเร็จหลักพันล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่ปีก็ลอกเลียนแบบแทบไม่ได้ ล้วนแต่เป็นความแตกต่างที่สังคมยอมรับได้ จริงๆ แล้วการใช้คำว่าความแตกต่างที่สังคมยอมรับได้ อาจจะฟังดูไม่ค่อยเข้าทีนัก เพราะว่าความแตกต่างที่สังคมไม่ยอมรับอาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งมันลอกเลียนแบบง่าย เช่นคนไร้บ้านไม่อาบน้ำ ไม่ตัดผม และผิวกายสกปรก อาจจะมองได้ว่าเป็นความแตกต่างที่สังคมไม่ยอมรับ แต่อาจจะมองในอีกแง่ว่าลอกเลียนแบบง่าย (หรือจะมองซ้อนไปอีกชั้นว่าเป็นความแตกต่างที่สังคมไม่ยอมรับเพราะไม่เกิดประโยชน์แก่สังคมก็ได้) ถ้าตัดความอยู่ยากจากการไม่อาบน้ำ หรือการนอนบนถนนข้างทางออกไป การไร้บ้านก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนลอกเลียนแบบไม่ได้
 
เนื่องจากว่านี่เป็นเพียงความเห็นที่เกิดขึ้นชั่วขณะ เลยอาจจะไม่ครอบคลุมทุกส่วนของสังคม อีกทั้งยังเป็นความคิดเองข้างเดียวเสียมาก… จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ showerthought นักหรอก แต่คิดขึ้นมาได้ระหว่างนั่งกินขนมแล้วมองคนสวนคอนโด งานที่เค้าทำมันหนักแต่ไม่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเท่ากับมนุษย์เงินเดือน (โปรดตัดปัจจัยอย่างความสุข หรืองานที่ชอบออกไป) นั่นก็เพราะว่างานของเขานั้นไม่ใช่งานที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ (คุณภาพเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง แต่ขอไม่พูดถึง ณ ที่นี้) ถ้าผมตกงานวันนี้และไม่มีข้าวจะกิน ผมอาจจะสมัครงานไปเป็นคนสวนก็ได้ ถึงแม้จะทำงานเก้ๆ กังๆ แต่ก็ยังสามารถหาเงินได้บ้าง เพราะเป็นงานที่ใครก็ทำได้

“นายเอาแต่ทำงาน นายไม่เห็นหรอกว่าเวิร์คโฟลว์สายอาชีพอื่นมันเป็นยังไง” เพื่อนกล่าวกับผมตอนที่ผมแสดงความเห็นไม่เชื่อปนดูถูกว่าสิ่งที่มันพูดจะเป็นจริง คำพูดช่างไร้น้ำหนัก และตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผมเชื่อ อีกทั้งไม่มีหลักฐานจะยืนยันความจริงได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“เราไม่มีหลักฐานอะไรจะให้นายหรอกนะ แต่นายก็คิดเองแล้วกันว่ามันเป็นจริงได้เหรอ กับความจริงทุกอย่างที่นายได้ยินมา” เพื่อนผมยังคงล้างสมองผมด้วยชุดความคิดโง่ๆ ที่บอกว่าให้ผมคิดเอง ผมคิดได้ ผมโตแล้ว ผมทำงานมาหลายปีแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ อีกอย่าง ต่อให้ผมเป็นเด็กมันก็น่าจะคิดได้ เรื่องพวกนี้เป็นสามัญสำนึก

“นาย…. ทำไมนายต้องใช้สามัญสำนึก ตกลงมันเป็นสิ่งที่นายคิดเอง หรือสังคมสอนให้นายคิด” … ผมเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะสลัดความคิดทั้งหมดแล้วบอกว่ามันมาจากจิตใต้สำนึก ไม่ได้มีใครสั่งสอนผมให้คิดเช่นนั้น นอกจากตัวผมเอง และสิ่งที่เราเห็นอยู่กับตา

“เราทำงานโฆษณา เราเห็นโฆษณามามาก โฆษณาที่เราคิดว่าห่วยแตก ไร้ค่าเกินกว่าจะมีความคิดแวบนึงว่าจะส่งเข้าประกวดคานส์ไลอ้อน แต่นายรู้อะไรมั้ย มันได้ผล มันเพิ่มยอดขายได้จริง เงินที่ลงทุนโฆษณาไปมันกลับมา ทุกการลงทุนที่ฉลาดได้ผลตอบแทนกลับมาคุ้มค่าเสมอแหละ” ผมไม่แน่ใจว่าผมควรจะตอบอะไรไหม หรือควรจะเงียบจนมันอึดอัดและเลิกคิดจะพูดกับผมต่อ…

“เราไม่ได้มาพูดอะไรมากหรอกนะ นายก็ไปคิดเอาเอง ลองคิดแบบไม่มีอคติดูว่ามันเป็นไปได้จริงไหมด้วยความน่าจะเป็นต่างๆ มนุษย์ยังอยู่บนโลกด้วยความน่าจะเป็นที่ต่ำกว่าหาเม็ดทรายหนึ่งเม็ดให้เจอจากทรายทั้งโลก แล้วลองชั่งน้ำหนักดู เราเห็นโฆษณามาเยอะ เรารู้ว่าโฆษณาธรรมดาๆ นี่แหละที่ทำให้นายเชื่อ ทำให้นายคิดว่าเขาพูดความจริง และหลอกให้นายรักของเหล่านั้นเหลือเกิน นายคิดว่านายรักมัน แต่ความจริงคือนายโดนโฆษณาให้คิดว่านายรักมันต่างหาก”

ไม่ว่าเพื่อนผมจะพูดอย่างไร ความตัดสินใจผมก็แน่วแน่ หลักฐานอะไรกันไม่มีสักอย่าง มีแต่คำพูดลอยๆ อ้างอิงไม่ได้และไร้ตัวตน Samsung Galaxy Note 7 เนี่ยคือสุดยอดมือถือแล้วเด็กประถมก็ยังรู้ ทุกคนต่างก็ใช้แล้วบอกว่ามันดีทั้งนั้นแหละ ดารายังใช้เลยขนาดไม่ได้เงินโฆษณานะ แล้วทำไมผมถึงจะไม่ใช้ล่ะ แถมถ้าทุกคนชอบมันขนาดนั้นทำไมผมจะไม่รักมันล่ะ ถ้าทุกคนชอบมันก็น่าจะแปลว่ามันมีดีบ้างสิ จริงไหม?

จริงไหม?

ชาย หญิง ความแตกต่าง

ดำ ขาว ขั้วตรงข้าม

เป็น ตาย ย้อนกลับไม่ได้

เธอ ฉัน สรรพนาม

เรา เขา พหูพจน์

เรา … เอกพจน์

เกลียด รัก คำกริยา

มาก น้อย บ่งบอกปริมาณ

อสงไขย  ปริมาฌ ข้อจำกัด

อวกาศ เธอ หยั่งวัดไม่ได้

ใต้พิภพ ใต้มหาสมุทร หยั่งถึงไม่ได้

อวกาศ มหาสมุทร หายใจไม่ได้

มุมา นะ พยายาม

อุตสา หะ ไม่เกิดผล

พังท ลาย พินาศสิ้น

 

ป้ายกำกับ: , ,

กันยายน 2018
อา พฤ
« ก.ค.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

คลังเก็บ

Tweet from twitter