Archive for the ‘work&travel’ Category

บล็อกนี้ดัก SEO ส่วนบล็อกบ่นเรื่องวันนี้ (ไปสัมภาษณ์) จะบ่นทีหลัง

เหตุผลที่มาเขียนบล็อกนี้เพราะหาใน Google แล้วมันไม่เจอใครเขียนเลย

เริ่มจากการดัก SEO ก่อน

สัมภาษณ์ สัมพาด ดิสนีย์ รอบสอง disney recruit team ภาษาอังกฤษ ถามอะไรมั่ง อยากรู้ ปีนี้ ปีหน้า

เออ เอาเหอะ พอแล้ว ยังไงก็คงเจอแหละมั้งไม่ค่อยมีใครเขียนเท่าใหร่

ขอออกตัวก่อนว่าบล็อกนี้อาจจะมีประโยชน์เฉพาะคนที่ คิดมาก และ เพ้อเจ้อ

คืออย่างผมเนี่ย ถ้ารู้ว่าจะถามแนวไหนมั่ง ก็จะเพ้อเจ้อในสมองลอยไปวันๆ จนสามารถคาดเดาอนาคตล่วงหน้าได้ (มีประโยชน์ดีนะ) ถูกบ้างไม่ถูกบ้างแล้วแต่อารมณ์

เริ่มเลยละกัน

สัมภาษณ์รอบสองเนี่ย เขาจะให้สัมภาษณ์กับ Disney Recruit Team เป็นภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่คนที่เข้ารอบมาเนี่ย ภาษามันก็ดีแล้วแหละ ยิ่งถ้าเด็กเอแบคข้างๆคุณมันบอกว่าภาษาห่วยนะ เตรียมกระโดดถีบมันได้เลย ถ้ามันห่วยจริงมันจะไม่บอกว่าห่วย มันจะเงียบๆ หรือไม่ก็ตกรอบก่อนหน้านี้ไปแล้วนะเธอว์

ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์เนี่ย มันจะจับคู่กัน ส่วนใหญ่ (ไม่ทั้งหมด) จะจับแบบเดียวกัน

อ้อ ลืมบอก คนไทยเนี่ย ตอนเลือก Enroll ได้สามอย่างคือ

  • Food & Beverage (อาหาร)
  • Merchandise (ขายของ)
  • Life Guard (ไลฟ์กากส์)

คงไม่ต้องอธิบายมั้ง อาหารก็ขายอาหาร (นึกภาพร้านอาหาร) ขายของก็เดินขายของ (ทั้งอาหารทั้งของหลอกเด็ก คิดว่านะ) ไลฟ์กากส์ ก็ส่งเด็กจมน้ำไปตาย ขึ้นบก ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องการมากที่สุด (ตอนไปถึงจะต้องเทสต์ความสามารถด้วย)

พอจับคู่ แล้วดวงคุณถึงฆาต คุณก็จะเข้าห้องไป ส่วนใหญ่ (ไม่ทั้งหมดอีกนั่นแหละ) คุณจะได้สัมภาษณ์กับคนดูแลด้านนั้นๆ เช่นคุณอยากทำ Food คุณก็จะได้สัมภาษณ์กับคนที่ดูแลด้านนี้ แต่ถ้าดวงคุณซวยพอ (แบบผมนี่ ไปเจอคนของไลฟ์กากส์) ก็อาจจะไม่ได้อะไรเลย

อย่างที่(เขา)บอกครับ การสัมภาษณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าแข่งกันสองคน คนนึงผ่านอีกคนจะต้องตก อาจจะผ่านทั้งคู่ก็ได้ หรือตกทั้งคู่ก็ได้

แต่อีห่าเอ๊ย เจ้าประคุณรุนช่อง ถ้าอีคนข้างๆมันโดดเด่นมากๆ มึงก็ดับนะเว้ย

และนี่คือบทสนทนาที่พอจำได้ Dis คือ Disney Recruit Team, A คือคนที่ถูกสัมภาษณ์ และ B คือผม

ตัวหนาคือแพทเทิร์นที่น่าจะโดนถามทุกคน ตัวเอียงคือคำถามที่แต่ละคนจะโดนไม่เหมือนกัน (มันคือการผันแปรไปตามเนื้อหา)

ขอเขียนภาษาไทยนะ จำไม่ได้ซักเท่าใหร่

Dis : สวัสดีค่ะ (แล้วจะชวนคุย ตรงนี้อยากคุยอะไรก็คุย)
Dis : เดี๋ยวขอดู Resume/CV แปปนึงนะ ตอนนี้รีแลกซ์ไปก่อน
Dis : (ดูเสร็จแล้ว) คุณบอกว่าคุณเคยไป Panama City Beach มาก่อน คุณไปทำอะไร
B : ไปทำงานครับ ไปทำ McDonald กับร้าน Subway
Dis : น่าสนใจดีนะ (interesting)
Dis : คุณจบไปแล้วจะทำอะไร (มองหน้า A)
A: จบไปแล้ว น่าจะทำกับที่บ้าน แบบว่าที่บ้านมีโรงแรม อยากจะไปดิสนีย์แล้วเก็บประสพการณ์มาพัฒนากิจการที่บ้าน แล้วก็ซักสองสามปี แล้วก็จะไปเกาหลี (แกรมมาร์ห่วยมาก แต่เรื่องฟังดูดีมาก +1 คะแนน)
Dis : เยี่ยมไปเลย (brilliant)
Dis : แล้วคุณล่ะ
B : เอ่อ สำหรับผม ซึ่งอยู่ปี 1 ออกจะเป็นเรื่องไกลไปหน่อยน่ะครับ ก็กะว่าจะออกมาช่วยกิจการที่บ้านทำ ที่บ้านทำร้าน Gems & Jewelry ซึ่งสำหรับผมเองเรียน Business Administration น่าจะทำได้ แต่ใครจะไปรู้ เศรษฐกิจแย่แบบนี้ เครื่องประดับคืออย่างแรกที่คนตัดทิ้ง (แกรมมาร์เละเทะมาก พูดแล้วค้างด้วย แบบว่านึกทัน แต่ปากพูดไม่ออก)
Dis : อืม
Dis : คุณบอกว่าเกาหลี ทำไมเกาหลี
A : ก็เกาหลี สวย น่าไป
Dis : หือ?
B : (เสือก) เกาหลีฮิตท่ามกลางคนไทยมากครับ
Dis : OK เมื่อเช้าคุณคงจะได้เข้าพรีเซนเตชัน ชั้นขอถามนิดหน่อยตามกฏนะ (เหล่ตาไปที่ A)
Dis : คุณเจาะหูหรือเปล่า
A : (เงียบ)
B : (เฮ้ย เค้าถามสองคน หรือเค้าถาม A คนเดียววะ เอาวะ ตอบละกัน) เปล่า
A : เปล่า
Dis : คุณมีรอยสักไหม?
A,B : ไม่มี
Dis : (ถามอะไรจำไม่ได้แล้ว ตามกฏน่ะแหละ ก็ตอบ No ซะส่วนใหญ่)
Dis : ตัวละครไหนที่คุณชอบที่สุดของดิสนีย์ (เหล่ไปให้ A ตอบ)
A : Mickey เพราะว่าน่ารัก
Dis : ยอดเยี่ยม (brilliant เอ่อ สองรอบแล้วนะคำนี้)
Dis : คุณบอกว่าคุณทำโรงแรม คุณเคยทำอะไรบ้าง
A : ก็เป็นบ๋อย ลูกค้าเจอเป็นคนแรก
Dis : ดีมาก (brilliant ครั้งที่สาม)
Dis : คุณเคยไปต่างประเทศไหม? (เหล่ A อีก มือถือแต่ Applicant form ของนัง A กูเริ่มตะหงิดละ ไม่ถามตูเลย)
A : ไปนิวซีแลนด์ พี่สาวอยู่ หาดสวยดี
Dis : (พูดอะไรซักอย่างถึงหาดๆนึงในนิวซีแลนด์)
A : ค่ะ สวยค่ะ (ฟังแล้วรู้ว่าไม่รู้จัก ตอแหลได้ไม่เนียน)
Dis : คุณทำอะไรในแมคโดนัลด์
B : ทุกอย่างครับ ตั้งแต่ Run a register (Cashier) ฟรอนต์ แบค ทำความสะอาด จะว่าไปก็ทุกอย่างยกเว้นทำอาหาร
Dis : คุณโอเคกับระบบเงินตราของอเมริกามั้ย
B : ไม่มีปัญหาครับ แรกๆ ก็งงนิดนึง ตอนนี้ก็เข้าใจแล้ว (แล้วก็เริ่มลากออกนอกเรื่อง) อย่างเหรียญ 5 ของอเมริกาจะเล็กกว่าเหรียญ 1 ซึ่งแตกต่างจากไทยที่จะไล่ขนาดขึ้นไป (แต่นึกคำไม่ออก สมองเริ่มตามไม่ทัน อารมณ์หงุดหงิดเริ่มจางหายไป แต่….มันยังลอยๆอยู่ในหัว คิดอะไรไม่ทันจิตใจ)
Dis : อือ (ทำไมตอบกูอืออย่างเดียว ไม่มี Brilliant บ้างอะ แง~~~)
Dis : ทำไมคุณถึงอยากทำกับดิสนีย์ (เหล่ A)
A: ดิสนีย์เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในโลก ประสพการณ์จะต้องมีค่า่แน่ๆ
Dis : คุณคิดว่าคุณจะได้อะไรจากดิสนีย์ (เหล่ A)
A: ก็หลายๆอย่าง อยากได้ทุกอย่างกลับไป มันน่าจะช่วยอะไรที่บ้านได้บ้าง
Dis : คุณทำอะไรได้บ้าง (ยังเหล่ A คนเดียว)
A: ก็ทำอาหารไทย
Dis : ทำอะไร? ทำอาหารไทย
A: เอ่อ ก็…………………………………………………… (นิ่งไปแปปนึง) ต้มยำกุ้ง
Dis : โอ้ เยี่ยม เมื่อคืนชั้นเพิ่งกิน (แล้วก็บอกกินอะไรอีกจำไม่ได้) แล้วก็นะ ที่เด็ดสุดเลย ข้าวเหนียวมะม่วง
Dis : คุณเ… (เหล่ A)
B : (หมดความอดทนแล้ว) ลองทุเรียนรึยังครับ?
Dis : โอ้ ชั้นยังไม่ได้ลองเลย แต่ว่าจะลองอยู่ กลิ่นแรงไปนิดแต่อร่อยใช่ม้าาา
B: ครับ ต้องลองนะ อเมริกันแบบคุณชอบทุกคนเลย
Dis : แน่นอน ฉันอยากจะลองทุกๆอย่างที่เป็นได้แหละ
Dis : (ถาม A อีกราวๆ สี่ห้าคำถาม ซึ่งลืมแล้ว)
Dis : B คุณว่าร้านอาหารอะไรดีที่สุด
B : Subway
Dis : คุณยกของหนักได้มั้ย กล่องใหญ่ๆ โตๆ
B : ยังไงครับ? สต๊อกกิ้งเหรอ ทำได้ ทำมาแล้ว
Dis : คุณล่ะ (โยน applicant form ของ B ที่ถืออยู่ 7.813624877453 วินาทีลงแล้วถือของ A)
A : เอ่อ ได้ (มั้ง)
Dis : เอาล่ะ น่าจะหมดแล้ว มีอะไรจะถามมั้ย?
A : เอ่อ ชั้นสงสัยว่าทำไมถึงรับเด็กคนไทยไปร่วมกิจกรรมนี้ เพราะว่าในประเทศแถบเอเชียมีน้อยมากที่เข้าร่วม
Dis : เพราะบุคลิกของคนไทยเข้ากับดิสนีย์เป็นอย่างดี (เดาว่าเป็นเหี้ยอะไรก็ยิ้มไว้ก่อน) แล้วก็มีคุณภาพ (ต่อค่าจ้างสินะ)
B : และเพราะเราปิดเทอมในช่วงที่ตรงกับชาติอื่นเปิดเทอมพอดีีด้วยรึเปล่า?
Dis : ใช่ เด็กไทยจะมาเข้า รอยต่อระหว่างชาติอื่นๆ พอดี (ความบังเอิญที่ปิดเทอมไม่เหมือนชาวบ้านสินะ)
Dis : มีคำถามอะไรอีกมั้ย (สมัครงานก็หลายที่ เกลียดคำถามนี้ที่สุดละ ไม่เคยจะสงสัยอะไรเลย)
B : ไม่มีครับ
Dis : งั้นขอให้โชคดีนะ
Dis : ซาหวัดดีค่า (ภาษาไทย พร้อมพนมมือ)
A :  สวัสดีค่ะ (ภาษาไทย)
B : Goodbye, Have a magical day. (เท่ห์ป๊ะล่ะ)

เอ่อ ถามกูกี่คำถามวะเนี่ย แล้วไอ้คำถามเด่นๆเนี่ย พอมาลงตัวหนา ตัวเอียง มันอยู่กับนัง A หมดเลยนี่หว่า แถมอ่านๆไป ดูๆกูจะเป็นตัวร้ายแทนนะเนี่ย (อารมณ์แบบ เออ มึงไม่ควรผ่านอะไรประมาณนั้น)

สรุปว่าเพื่อนที่เข้าสัมภาษณ์ด้วยกันจะไม่ฆ่ากันตาย (คืออาจจะตายทั้งคู่ก็ได้ หรือผ่านทั้งคู่ก็ได้) แต่ที่สำคัญคือมันต้องไม่แตกต่างจากเราเกินไป ถ้ามันโดดเด่นเกินไป เค้า (หมายถึง recruit ) จะไม่ค่อยสนใจเรา มันก็เหมือนผ่านคนตกคนไปกลายๆนั่นเอง แสรด

คือถ้ากูตอบเต็มที่แล้วตกรอบจะไม่แคร์ครับ นี่แทบไม่ถามกูเลย จะเสือกก็ไม่อยากเสือก เสียมารยาท แต่ไม่ไหวแล้วเหวยยยยยยยยยยย

(โดนัลด์) ดั๊กยูว์

EDITTED

สำหรับคนที่เพิ่งอ่านจบ เหรียญ 10 cent (dime) มันเล็กกว่าเหรียญ 5 Cent (nickel) ว้อย ไม่ใช่ เหรียญ nickel เล็กกว่า penny ดอกสสสส์ กูจำผิดนี่หว่า

**สืบมาจากคนใน**

ดิสนีย์ให้ตัดคนไทยออกอีก 10% โดนลูกหลงด้วยเบยแจ้ ตกรอบแล้ว

http://wp.me/p6OBz-nM < Prequel

I know you don’t want to know me

that’s why I unfriend you once you accepted my friend request.

You don’t want to see me,  I can approved that sad.

But since you don’t want to see me anymore, I respect your decision so I’d disappeared from you once and for all.

You just accepted my request because you’re under pressure. You really not want to do so anyway.

Come back again once you want, Add me for your timeline while you hate me?

No, thanks. I’m worth more than you.

Ive never thought you’re my friend since I first seen you. I thought all you’re my sister and brother from the start. Since there’s a possibility you and I could be relative (one way or another) ok, that’s 1/4 or 25% in possibility roughly.

Never known you’ve never want to known me that’s bad so I’d never bothered your life. I’d love to encouraged anyone who want me to stay away tell me directly so I won’t showing up near you (digitally and analogous)

Fine, you’ve got your way. I’ll find one that’s suit me even… I’m not so sure if it exists.

Sequel http://wp.me/p6OBz-nR

ผมพบพานเธอที่นั่น ตรงนั้น เธอผู้เดิม
เธอคนนี้เป็นคนละคนกับคนนั้น
ไฉนจึงได้เหมือนกันเช่นนี้เล่า
เหมือนกันราวกับว่าเกิดมาจากดีเอ็นเอเดียวกัน
ราวกับว่าเป็นคนเดียว
หนำซ้ำยังเล่นดนตรี
เล่นตามใจฝัน แม้จะไม่มีใครฟัง
เล่นตามความฝัน

……

ผม..
จะทำยังไงต่อไป

ตอนที่ ๔

Vladimir Smoliakov คืออเจนซี่ผม แน่นอนว่าเป็นมาเฟียที่ใจดีมาก จนเราลืมกันไปแล้วว่าเป็นมาเฟีย สิ่งที่ทำให้เราจำได้เสมอคือเวลาพี่แอลโดนตำรวจจับแล้วยื่นนามบัตรวลาดิเมียร์ให้แล้วตำรวจปล่อย (อเมริกาไม่เหมือนบ้านเรา จับเป็นจับ ปรับเป็นปรับ อย่ายัด โดนเพิ่มอีกคดี จนได้เลย)

Linda Lemaster คือ Mcdonald Supervisor แน่นอนว่าตอนนี้ชีเกลียดคนไทย และไม่ยอมส่ง Pay Stub กะ W2 Form มาให้กู ซ๊าดดดดดดดดดดด

Scott ( Timothy Callahan) คือป๋าก๊อต ผู้โยนผมทิ้งในช่วงแรกๆ และปล่อยให้ซิลเวีย (น้องส้มโอ) มาทำงานตลอด แต่หลังจากเหตุการณ์ Godzilla in the house บน Facebook สก๊อตกลับสนิทกับผมอย่างประหลาด อยากเรียก Scott ว่า Father จริงๆเลยให้ตาย

Andi Espi คือเมเนเจอร์กะเดียวกับสก๊อต วันแรกและวันที่สองให้ผมไปอยู่ไดรฟ์ทรูว์ และวันที่สามให้ผมมาอยู่แคชเชียร์แทน (เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในโลก) หลังจากนั้นชีโทรไปด่าลินดา (สมัยที่ยังไม่ได้เกลียดพวกเรา) และโดนลดขั้นจากเมเนเจอร์เหลือ Crew ธรรมดา และออกไปตอนไหนก็ไม่รู้ เพราะชีย้ายไปทำกะกลางวัน ทิ้งเราไว้กับสก๊อตคนเดียว

ลิซ่า คือป้าละตินฟันทองตัวสูงใหญ่ ค่อยๆเปลี่ยนเสื้อจากฟ้าเป็นแดง แดงเป็นเหลือง เป็นเมเนเจอร์ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของชีวิตแมคโดนัลด์

ลิซ่า คือเมเนเจอร์….. คนไหน จำได้แค่อยู่กะเช้า (จะมาอัพเดททีหลัง ลืมชีแล้วว่ะ)

ทิม ( Tim Nemeth) คือเมเนเจอร์เหยียดเอเชียจอม Racist และไล่กูกลับบ้านก่อนเวลาเสมอเสมอ ถ้าไม่มีสก๊อตคุ้มกะลาหัว กูคงโดนมันโยนเข้าห้องเย็นแช่แข็งตายไปแล้ว

เจน คือเจนนิเฟอร์ เป็น Store Manager ที่งัดข้อกับ Linda เรื่อง OT บ่อยๆ ชีอนุญาตให้โอทีได้เท่าที่เรามีปัญญาทำกัน ช่วงแรกทุกคนได้ทำงานวันละ 16 ชั่วโมง แต่พอผมเริ่มอยู่ตัว ชีก็โดนย้ายไปสาขาอื่น และ… แน่นอน วาเนสซามาแทน และไม่มี OT อีกเลยนับแต่นั้นมา

เจน ดี ( Jennifer Clam) เป็นเมเนเจอร์(เหมือนจะ)โหด ที่เชื่อว่าชีโหดมานานมาก จนพวกน้องกลับหมด เราไม่เหลือเพื่อนกันซักเท่าใหร่ ผมจึงต้องรับรู้บ้างว่าฝรั่งพวกนี้เป็นไง ถึงได้รู้ว่าใจดี ดูจากในเฟซบุค ไปทำงานการกุศลด้วยนะ ชอบไอ้ที (ได้ยังไง?) บอกว่า ถ้าออกจากบ้านที่เราเช่าวลาดิเมียร์ โทนี่สามารถมานอนที่บ้านชีได้

หญิง …. ขอบคุณนะ ที่เราได้มาเจอกันถึงต่างแดน

ฝ้าย เป็นแฟนเพื่อนพี่แล้ว อย่าวีนมากนะ อยู่กันให้ถึงแต่งงานนะ

ส้มโอ …. แร่ดนะเธอว์ แต่เราน่ารักดี เกรียนต่อไปนะหนูเอ้ย

มุก … ทอมที่หล่อกว่าผู้ชาย แมนกว่าผู้ชาย และถ้าปัดแก้มแดงจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในเมือง (มุกเป็นผู้หญิงเหอะ เดี๋ยวพี่จีบเอง)

กิฟท์ นีต โบท …. หายไปจากชีวิตเลยว่ะพวกนี้ เป็นพวกที่ทำงานแมคกะเช้า บ้านอยู่ Palm Village (เห้ย ไม่ใช่ชื่อนี้นี่หว่า ชื่ออะไรวะ ปาล์มอะไรซักอย่าง)

คิว วิน ริว มาย แบงค์ คือน้องบ้านผู้ชาย

คิว คือคนที่มีความเป็นผู้นำสูง เป็นเด็กอาร์ท สายศิลป์ เรียนดีไซน์อยู่… ม กรุงเทพ เป็นหัวหน้าบ้าน

ริว คือคนที่เนิร์ดตามเราได้ คุยกับผมเรื่องคอมพิวเตอร์ และของหิ้วกลับซะเยอะ แรกๆคุยกันเรื่องซื้อมือถืออะไรดี hTC HD2 ดีไหม (ตอนนั้น T-Mobile เพิ่งขาย) คนนี้เรียนอยู่ ม อะไรจำชื่อไม่ได้ที่เชียงราย เรียน วิทยาศาสตร์เครื่องประทินผิว (ที่จำไม่ได้ว่าชื่อเอกอะไร) พวกน้ำหอม เครื่องแต่งหน้าทำนองนี้น่ะแหละ

วิน เป็นญาติ เสธ แดง (จริงๆ) และตัวโตสูงใหญ่ เหมือนจะมีแต่กล้ามไม่มีสมอง แต่กลับกัน บ้านรวย (แต่ไม่อวด และไม่รู้ว่ารวยกว่ามุกหรือพอๆกัน กันแน่) เจ้าของรีสอร์ตใหญ่โตมโหฬารซักที่ในแผ่นดินไทย เรียนอยู่ วิศวะ มอชอ เป็นคนตลก เคยมาอเมริกาแล้วหนนึงเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ภาษาและการใช้งานน่าจะดีที่สุดในทุกๆคนไทย แต่ไม่อวด (และปล่อยให้ผมคุยกับตำรวจแทน) เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นดาวตลกคู่กับริว สองคนนี้เจอกันแล้วแยกไม่ได้ ติดเป็นตังเม ฝาแฝดของกันและกันจริงๆ

มาย เด็กเนิร์ดที่ตอนหลังเข้ากับวินริว ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นเด็กเนิร์ดแบบผม (จนรู้สึกสงสารและสมเพชตัวเองว่าเราเคยถูกคนเกลียดขนาดนี้มาก่อนเลยเหรอเนี่ย) จนผมแสดงธรรม (เวอร์ไป) ว่าควรทำตัวเช่นไรบ้างในการเข้ากับสังคม ไม่น่าเชื่อว่าจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ได้ผลมากกว่าที่ผมคิด ได้รับการยอมรับจากทุกๆคนในตอนจบ ตอนจะกลับนี่เป็นตัวสำคัญเลยทีเดียว เรื่องเบื้องหลังน่าสนใจกว่าที่นี่อีก เป็นเด็ก มหิดล อินเตอร์ ประธานรุ่น เรียนได้เกรดสูงพอที่จะจ่ายค่าเทอมแค่เทอมละสี่พัน ที่เหลือเป็นทุนที่ได้ทั้งหมด หลังๆชอบมาคุยกับผม แต่ผมทำกะกลางคืน จะทิ้งก็ไม่ได้เพราะเป็นห่วง เลยดูแลแบบครึ่งๆกลางๆ คือไม่ไล่กลับบ้าน แต่ก็ทำหน้าตาเอ๋อเหรอใส่มาย จะได้รู้ว่าพี่ยังไม่ได้นอน ขอโทษนะ

แบงค์ คือคนที่บอกว่าให้พวกผู้หญิงทำอาหารเกินแล้วขโมยกินเลย แบงค์คือคนที่ขโมยเทพ (ขโมยของใน freezer ทั้งกล่องกลับบ้านเลย) เป็นคนที่โดนจับได้ว่าขโมย และอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ลินดาเกลียดคนไทยยกแผง เฮ้ย แต่ก็น้องเรานะ ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว เสียใจจริงๆที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตอนจบ วันที่เลี้ยงส่งพี่ก็ไม่ได้เข้า (เนื่องจากไม่ชอบขี้หน้าพี่ตั๊กเท่าใหร่+วันนั้นพี่ป่วย โทษทีนะ)

เรเน่ คือคนที่เจอในวันที่สอง ที่ Back Drive Thru เป็นผู้หญิงที่เพิ่งมีลูก เอิ่ม….. พูดยังไงดี ร่าน พร้อมจะจับผู้ชายรวยๆทุกคน ชอบมาย (ได้ไงวะ) และสุดท้าย …… ไม่สวยครัฟ

มาร์โก้ เป็นละตินอเมริกัน ที่พูดภาษาไทยชัดเกินไป อยู่กะเช้า ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าใหร่ เป็นคนแต่งตัวเท่ห์ เก่ง และขอโทษ ซิกซ์แพคว่ะครัฟ

คาร์ล…. สแตนฟิลด์ เป็นคนที่ทำให้ผมมาถึงตรงนี้อีกคนนอกจากสก๊อต เป็นหนึ่่งในเฟืองที่ผมไข และชอบคุณโทนี่เพื่อนเรา …. (คาร์ลเป็นเกย์ เป็นตลก และเป็นเพื่อนที่ดี แม้ไม่ได้คบเอาผลประโยชน์ โทษทีนะคาร์ล หลังๆพูดแบบหวังผลมากไปหน่อย แต่ก็ไม่เคยหวังผล หรือเสียใจนะ ถ้าคุณจะไม่ทำในสิ่งที่เราพูดหวังผล เรารู้ว่าเพื่อนสำคัญกว่าผลประโยชน์เสมอ)

รอนนี่ เป็นแฟนแชนนอน อยู่กะเช้า แทบไม่เคยคุยกันเลย

วาแนสซา เป็นสโตร์ลีดเดอร์ที่เลื่อนขั้นมาแทนเจน แต่งงานเปลี่ยนนามสกุลจาก Vannessa Ward เป็น Vanessa Secrest หลังจากผมกลับมาไทย และตอนนี้ชีเปลี่ยนกลับ หย่า และกินเด็กไม่บรรลุนิติภาวะไปแล้วว่ะ

เจนนิเฟอร์ เป็นคนที่มาแทนแอนดี้ ปกติ เจน กับ แอนดี้ จะอยู่ในสถานะ แอนดี้เขียนตาราง เจน อนุมัติ พอเปลี่ยนออก(แอนดี้ออก เจนย้าย) กลายเป็นเจนนิเฟอร์กับวาเนสซาแทน แน่นอนว่าตารางบัดซบมาก แต่เมื่อเหมือนคนไทยจะไม่มีใครชอบชีเลย ผมเลยให้ของก่อนกลับกับเธอ แค่เรียกชื่อ ยังไม่ได้บอกว่าจะให้ หันกลับมาเหมือนมีคนบอกว่าเธอแต่งงานกันมั้ยเลยทีเดียว หวังว่านั่นจะทำให้เธอไม่เกลียดคนไทยใดๆอีกต่อไป

คริสติน เป็นเกย์ (หมายถึงชอบเพศเดียวกัน) น่ารักมาก นิสัยดี กวนตีนเป็นบางครั้ง แต่กรูฟังมุกกวนตีนมึงไม่ออก กูดูเหมือนเป็นคนดี แหย่เท่าใหร่ก็ไม่โกรธล่ะซี้ เปล่าหรอก กูฟังไม่ออก คริสตินน่ารักมากทั้งแง่นิสัยและหน้าตา น่าเสียดายเป็นดี้ซะงั้น

รีเบคก้า เป็นสาวสวยเลือกได้ เปลี่ยนแฟน… กี่คนไม่รู้แล้ว อารมณ์หงุดหงิดง่าย โวยใส่ผมบ่อยๆ ผมจึงต้องเอาวิถีสงบที่ใช้กับคริสติน(เพราะฟังไม่ออก) มาใช้ แต่กับรีเบคก้า แสดงให้ชีเห็นว่าฟังไม่ออก (จริงๆฟังออก คำด่านี่ฟังเก่งนักแหละกู)

อูกันด้า เจอกันวันแรกเสื้อฟ้าๆ หลังๆแดง (เป็น Crew Trainer นั่นเอง)  พี่แกภาคภูมิใจในความเป็นคริวเทรนเนอร์เสมอ มักบอกให้เราบอกคนที่เราคุยสไกป์ด้วยว่า นี่นะ คนที่นั่งอยู่ข้างหลังคือคริวเทรนเนอร์ของสาขานี้ หลังจากพี่แกรู้ว่าเป็นคริสต์ แกมักบอกว่าเราต้องทำงานให้ดีเสมอ เทรนผมเยอะมาก ทุกคนรำคาญที่พี่แกขี้โม้ แต่ผมอยากเรียนรู้อะไรเสมอ (แหวะ พูดซะกูกลายเป็นพระเอกแล้วกดอูกันด้าเป็นคนชั่วเลย) ยอมให้แกสอนโดยไม่ทำตัวเป็นปฏิกูลในน้ำที่อูกันด้าเทลงมาในแก้ว (ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าหยิ่งอย่างผมทำลงไปได้ยังไง) ผลคือเทรนได้ผลมาก แต่… เรื่องอย่างทำความสะอาดแมคโดนัลด์ จะเอามาใช้กับชีวิตที่เหลือก็คงไม่ค่อยได้ อูกันด้าจัดเป็นคนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองสูงมาก สูงมากๆ และสูงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เคยบอกผมว่าต้องอาบน้ำนะ เพราะลูกค้าจะได้กลิ่น (เอ่อ กูไม่อาบน้ำนี่น้อยมากนะ โดยส่วนใหญ่กูอาบน้ำก่อนนอน ตื่นมาก็มาทำงานเลย อากาศก็ไม่ร้อนไม่มีเหงื่อใดๆ แอร์ที่บ้านหนาวจัด และที่สำคัญ วันนั้นกูอาบน้ำว่ะอูอู๊เอ๊ย มั่วนิ่มจริงๆ)

ออตโต้ เป็นพ่อหนุ่มเสปนที่ทำงานที่โรงแรมไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน ภาษาอังกฤษดี(??) คำพูดที่คนไทยทุกคนจำได้ของออตโต้คือ ” ($name) NO GOOD NOGOOD. NOVITA NO GOOOOOOOD

ฟาบิโอลา คนที่มาพร้อมกับออตโต้เสมอๆ ตอนแรกนี่นึกว่าเป็นญาติพี่น้องหรืออะไรทำนองนี้ซะอีก แต่ไม่ใช่แฮะ เป็นสาวอ้วนละตินน่ารักดี ใจดีกว่าที่เห็นภายนอกมากๆ

แชนนอน แฟนรอนนี่ น่ารักดี ตัวสูง แว่นแดง ถ้าจับแก้ผ้าอาจจะท้วมๆนิดนึง แต่ดูจากภายนอกผอม(ตามมาตรฐานอเมริกัน) แน่นอน คนไทยหุ่นดีกว่าเสมอ

ไคล์ พ่อหนุ่มอ้วนกลมปุ๊กลุกที่ไม่รู้ว่าเคลื่อนที่ได้ยังไง แรกๆเหมือนจะเหยียดผม แต่เนื่องจากผมไม่เคยทำตัวเอ๋อใส่คนดำ พี่แกถึงรู้ว่า อ่าว อีห่านี่ภาษาอังกฤษกับวัฒนธรรมอเมริกันเข้าใจนี่หว่า

เรเวน น้องสาวไคล์ แน่นอน กลมปุ๊กลุกจนอยากถามว่า โรคอ้วนของเอ็งมันเป็นกรรมพันธ์หรือเปล่า อ้วนแบบนี้ยังไม่เคยเจอคนไทยกลมขนาดนี้มาก่อนเลย

แรชก้า จำไม่ได้ว่า แรชก้านี่ Earthworm หรือไม่ใช่เนอะ ถ้าจำไม่ผิดคือไม่ใช่…. อูยยย ราแนชชาหรือแรชก้าวะ ที่กวนตีน เจาะจมูก คนดำแต่ดันพังก์จนน่ากระโดดถีบ แถมกวนตีน คือคนนึงอะ เป็นอย่างที่ว่า ส่วนอีกคนอะ ดี คุยกันได้ ให้ช่วยก็ช่วยจนแอบกดเมเนเจอร์ดิสเคาต์ให้ตอนสั่งอาหาร (คือกดได้แต่ต้องให้เมเนเจอร์กด ทีนี้เห็นเมเนเจอร์ไม่ว่างเลยกดให้ แต่ก็บอกไปเหมือนกันว่าอย่าบอกคนอื่นนะว่ากดให้)

มาร์โก้ – น้องชายฟาร์บิโอลาเปล่าวะ? หรือออตโต้ จำชื่อได้แต่จำหน้าไม่ได้อะ

รอลดอฟโฟ – นั่นแหละ จำได้ว่าหน้าแก่ๆหน่อย รู้สึกจะเป็น Farbiola’s Brother แต่ไม่รู้พี่หรือน้อง หน้าแก่ทั้งคู่

นิก – พ่อบุญธรรมไอ้คริส ตอนแรกนึกว่าไม่ใช่แฟนแม่นิกนะนั่น แต่หลังๆเห็นไปมาด้วยกันบ่อย เราสนิทกันมาก ผมได้เรียนรู้คำว่าคนเราดูจากหน้าตาไม่ได้ก็งานนี้แหละ พี่แกมาไม่มีฟันหน้าเหงือกบน ผมบอกตัวเอง คนแบบนี้อันตรายแน่ๆ ไม่อยากคบ ไม่อยากคุยด้วย แต่หลังจากรถซักคันด่าผม พี่แกก็อธิบายว่ามันหมายถึงมุกใน Austin Power เท่านั้นแหละ หลังจากนั้นผมก็ชวนแกคุยบ้าง แกชวนคุยบ้าง ตอนคืนสุดท้ายพี่แกนั่งอยู่ข้างผมแต่ไม่พูด แล้วไปกระซิบคริส(ที่ผมน่าจะฟังไม่ผิด) ว่าบอกโนวิต้าหน่อยซิว่าชั้นคงคิดถึงเค้ามากๆ แล้วหันไปเห็นนัยน์ตาน้ำซึมคลอเลยทีเดียว

เจฟฟรี …. คือใคร

เคซี่ … ป้าอ้วนนนนนนนนนนน อยู่คู่บุญสก๊อตหลังจากแอนดี้หายไป ชีเป็นแม่บ้านที่มาทำ ดันได้กะดึก เรารู้จักกันตั้งห้าเดือนแหนะ แรกๆชีพยายามจับผิดผม สนิทกับส้มโอและหญิง แต่ไหงไปๆมาๆสนิทกับผมกลางๆก็ไม่รู้ เรานินทาทิมด้วยกัน ผมฟังสำเนียงชีไม่ค่อยออก ชีคิดว่าหลังจากมีเงินก้อน จะพาลูกไปอิตาลี แหล่งอันเป็นต้นกำเนิดตระกูลของเธอ

ราเนชชา … กับแรชก้า ใครเป็นใครวะ

เรลลา … สาวน้อยวัยสิบเจ็ด (รีเบคก้า คริสติน ราแนชชา ไคล์ เรเวน แรชก้า ก็สิบเจ็ด) เล่นกับผมบ่อยมาก (ผมหมายถึงหนังศีรษะนะ ไม่ใช่ข้าพเจ้า) เปลี่ยนเป็นแดงบ้าง ฟ้าสลับเขียวบ้าง น่ารักดี ตกกระตามสไตล์สาวน้อยอเมริกัน บวมหน่อยๆสำหรับมาตรฐานไทย ชอบมาย(อีกแล้ว) หลังจากให้ของก่อนจากกันไป ทางนั้นโผกอดด้วยความอบอุ่นจนน้ำตารื้นขึ้นมาทั้งที่บอกว่าตัวเองแล้วว่า ผมจะไม่ร้องไห้ แท้ๆเลยนะ

คริส อีห่ากวนตีนใช้ได้นี่ก็ดี ถ้าไม่ติดเรื่องเปลี่ยนเมียบ่อยไปหน่อย ทั้งที่ตอนแรกอยู่กับเดซี่ดีแล้วแท้ๆ แต่ดีแล้วล่ะ เดซี่จะได้พบชีวิตตัวเองจริงๆ ตอนแรกก็อยู่กับเดซี่ดี พอเราจะกลับดั๊นไปคบกะรีเบคก้า (รีเบคก้าจ๊ะแล้วไอ้ผู้ชายเจ็ดคนแปดคนที่มาเจอที่ร้าน หายไปด้วยกันที่คาดว่าไปสูบบุหรี่พร้อมดร๊วบกันล่ะ โยนไว้ไหน?)

เดซี่ แฟนคริส อ้วนๆบวมๆ ใจดีๆ อาจจะน่าสงสารไปบ้าง แต่ดีแล้วที่พบว่าผู้ชายแบบคริสมันห่วยแตก รักคริสมากเลย แต่ผมว่าดีแล้วล่ะที่…

เจสสิก้าและลูก เมเนเจอร์ที่ถูกย้ายมา คนดำ และผมฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง ใจดี ใจดี ใจดี เป็นคนตรง ไม่ลำเอียง (แต่ตอน Linda มานี่คล็อกกูเอาท์ยกแผงคนไทยทันที แล้วก็ตอนเรื่องโดนโกงเช็คเหมือนจะช่วย แต่ท่าทางจะเจอตอ ตอนแรกเป็นเดือดเป็นร้อนแทน ตอนหลังเงียบเลย บอกไปจัดการเอาเอง)

เจอราลด์ เป็นญาติเจสสิก้ามาทำช่วงหลังๆ เอ๋อมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่ตอนหลังพอทำงานเป็นแล้วก็พอดูได้นะ ขยันดี ท่าทางเป็นคนดีถ้าไม่เอ๋อ พี่ตั๊กเรียกพี่หมี เออ เหมาะจริงๆด้วยว่ะ

มิเชล เป็นเมเนเจอร์ที่มาทีหลังเช่นกัน หน้าตาดี เสียแต่กลมไปหน่อย ทั้งกบาล ทั้งพุงเลย กวนตีนบ้าง ชอบบอก Give me $5 ไอ้ทีชอบเอามือไปตบแปะๆห้าที (เพิ่งรู้ว่าหมายความอย่างนั้นจริงๆ หลังๆชีบอกว่าโนวิต้าทำไมไม่แปะมือเค้าห้าหนเวลาเค้าพูด อ้าว โง่เลยกรู แกล้งฟังไม่ออกเลยตอนนั้น อายสัดๆ)

เคท เป็นป้าที่นั่งเล่น Netbook Acer แล้วต่อเน็ทไม่ติด แล้วก็ให้ไอ้มายช่วย ไหงๆไปๆมาๆโดนมายเรียกเข้าไปช่วยก็ไม่รู้ ตอนนั้นยังไม่เคยโชว์ใครเลยว่าเก่งคอม กลายเป็นว่าไปถึงอเมริกาแล้วกูก็นั่งซ่อมคอมให้ชาวบ้านเหมือนเดิม /me ล้มโต๊ะ
เป็นป้าที่ดีนะ เจอกันสามสี่ครั้ง หลังๆลูกค้าต่อเน็ทไม่ได้แกบอกให้เรียกโนวิต้ามาด้วยแหละ

ออซ – คนไหนวะ

นาเซีย – ใครวะลืมแล้ว

แบงค์ สาด ทำไมคนเกลียดอเมริกาที่สุด ได้เงินน้อยสุด ได้ไปอเมริกาคนแรกวะ (ไปอเมริกากับที่ทำงาน จัดงาน Jewelry ที่ AZ ช่วงเดือน มกรา-กุมภา 2011)

กุ้ง เป็นหัวหน้าบ้าน เป็นผู้นำ ไม่เคยปฏิเสธ ถ้าไปด้วยกันอีก เราจะบูชาแกเป็นหัวหน้าบ้านเช่นเคย แต่แกเรียนนิด้า จบแล้วคงทำงาน ไม่ไปเมืองนอกแล้วล่ะมั้ง

ที สาด ทำไมทุกคนรักมึงวะ

นิตา ขอบคุณนะเธอว์ สำหรับอาหารทุกมื้อที่เรากิน *_*)๗

วลาดิเมียร์ ลินดา สก๊อต แอนดี้ ลิซ่า ลิซ่า ทิม มิเรียน คาร์ลา นาโอมิ เจน เจน(ดี) หญิง ฝ้าย ส้มโอ มุก กิฟท์ นิต ชัก คิว วิน ริว มาย แบงค์ เรเน่ มาร์โก้ คาร์ล รอนนี่ วาเนสซา เจนนิเฟอร์ คริสติน รีเบคก้า อูกันด้า ออตโต้ ฟาบิโอลา แชนนอน ไคล์ เรเวน แรชก้า มาร์โก้ รอลดอฟโฟ นิก เจฟฟรี เคซี่ ราเนชชา เรลลา คริส เดซี่ เจสสิก้า(และลูก) เจอราลด์ มิเชล เคท ออซ นาเซีย แบงค์ กุ้ง ที นิตา และทุกๆคนที่อาจจะตกหล่นไป

Thanks you Gracias 謝謝 спасибо ขอบคุณ

ขอบคุณ ขอบคุณ และ ขอบคุณ สำหรับทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นตลอดมา และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป

ป้ายกำกับ:

Since I checked all the information, Thai people with no US. residental also egglible to applicate for Compensation money.

That’s good news.

Bad news is I lost all payslip to proof my lost due to Oil spill

FUCKME AGAIN!

Fist , I lost my check . And now I lost my slip.

OMG

FUCK ME!

Well, my old thread as a diary hasn’t done yet and I ‘ve something to compose about.

Last thread I told ya about caliming a money from oil spill in gulf of Mexico , back in 20 Apr 2010.

well, they said

” 3.6 Do I have to be a United States citizen or have proof of legal residency to be eligible to receive payment from the GCCF?

No, you do not need to be a United States citizen or submit proof of legal residency to be eligible to receive a payment under the GCCF eligibility criteria. ”

over here

well,

I’m reading about the rule and may send them some question through email. So this thread ‘ll be update after I got enough information.


ตุลาคม 2019
อา พฤ
« มิ.ย.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

  • ไม่เคยคิดเลยว่าหลัง iPhone 4 แล้วจะกลับมาใช้ไอโฟนอีก ใช้ไม่เป็นเลยกู- 1 day ago
  • @tumsoma @kahonoii คนพูดอาจจะไม่มีความรู้แต่แรก เลยอวดความฉลาดแบบผิดๆ- 1 day ago
  • ซ๊าส https://t.co/04b4iCwLEV- 1 day ago
  • คร้วย https://t.co/189B6Iw9Uv- 1 day ago
  • @McKe3z 11 pro max 256gb แพงไป ถ้าซื้อนี่ต้องใช้ 10 ปีอะ- 1 day ago
  • @bpasu Android 10 ไปเป็น gesture หมดแล้ว- 1 day ago
  • @McKe3z มึงโหลดเพลงงง- 1 day ago
  • @kenshinbhx อยากได้เคสที่กลายเป็น pixel 4 555- 1 day ago
  • @McKe3z น่าจะได้ไปจริง แต่ 64gb จะพอมั้ยวะ app iOS ใหญ่สัส- 1 day ago
  • @kenshinbhx หาหัว lightning - micro converter แล้วเอาสายเก่ามาใช้ต่อ- 1 day ago
  • @kenshinbhx Pixel 4 แม่งนอกจากกล้องแล้วน่าผิดหวังทั้งหมดเลย ถ้า OnePlus กล้องมันไม่ห่วยก็คงเอา 7T ไปละ- 1 day ago
  • แระวิตรล้มเจา twitter.com/WassanaNanuam/…- 1 day ago
  • 555 เป็น INTP แต่มัดยางนะ twitter.com/YamamotoMinzun…- 1 day ago
  • ทำใจได้ละ ปีนี้ไป iPhone ดีกว่า ไม่เอา Android ละ- 1 day ago
  • RT @RPGSite: Pokémon Yellow first hit North America on this day 20 years ago, in 1999. An enhanced version of the first generation inspired…- 2 days ago
  • เลิกทำดีกว่า เงินหายไปก็ช่างมัน- 2 days ago
  • ขี้เกียจจะ deliver ให้แล้ว- 2 days ago
  • โกรธธธธ ทำไมคนอื่นทำหลายๆ อันได้ เราทำไม่ได้ สปีดในการอนุมัติก็ช้ากว่า- 2 days ago
  • เขียนข่าวเสร็จมาสองวัน รอแอพพรูฟที่เต่าคลาน ไปๆ มาๆ คนมาทีหลังโพสต์ซ้ำและคาบไปแดกเลย- 2 days ago
  • @AdmOd ศาลยังใช้เลย รัฐบาลจะปฏิเสธความเชื่อมั่นของศาลได้ไง- 2 days ago