Posts Tagged ‘นิยาย

แล้วผมก็กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง สี่แยกหัวมุมถนนที่เจอเธอ ตอนนี้เป็นเวลาราวๆห้าโมง เด็กโรงเรียนประถมเพิ่งเลิกไปได้ราวๆสักพักใหญ่ พ่อแม่ที่รีบเร่งจากการเลิกงานมารับลูกกลับบ้าน
ถนนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนทั้งผู้ที่สัญจรไปมาและพ่อแม่ของเด็กๆทั้งหลาย
เสียงประจำของที่นี่คงไม่พ้นเสียงรถที่สตาร์ทฮึ่มๆๆ เพราะรถติดตลอดเวลากระมัง มันจึงเป็นเสียงที่หลับตาก็เห็นได้อย่างง่ายดายเมื่อพูดถึงถนนสายนี้
อีกเสียงที่ไม่ต่างกันก็คือเสียงน้ำในท่อระบายน้ำที่ไหลและส่งกลิ่นตลอดเวลา ทั้งเสียงทั้งกลิ่นล้วนเป็นมลภาวะของคนกรุง แต่สำหรับผม พวกมันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ความเป็นถนนเส้นนี้ที่คุ้นเคย
วันนี้ผมกลับบ้านเร็วกว่าที่คาด แน่นอนว่าผมไม่อาจเดินกลับบ้านโดยไม่หันไปมองจุดที่ผมเห็นเธอ ผมไม่อาจลบภาพเธอคนที่ยืนเล่นกีตาร์บนนถนนสายนี้อย่างสง่างามท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเงียบสงัดในยามกลางคืนได้

 

 

 

 

 

หมายเหตุ – ตอนแรกผมกะจะเขียนสามตอนจบ(แปลว่าตอนนี้จะต้องยาวกว่านี้) ตอนนี้ถูกเขียนราวๆไปบ้านยายช่วงปีใหม่ แล้วไม่ได้มาอัพต่อ/เขียนต่อ เสียที โชคดีแอนดรอยด์มี tools wordpress มา เลยอัพเสียหน่อย เจอกันใหม่ ตอน ๔ ครับ

Revised 1

ความวุ่นวายของเมืองกรุง ท่ามกลางลมหายใจที่ปราศจากความหมายของคนแปลกหน้า ผมเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทที่ไม่คิดจะสร้างปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่นเท่าใหร่นัก แต่กลับรู้สึกว่าดนตรีที่ผมได้ฟังเมื่อตอนนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ผมเจ็บปวดน้อยลงกับคำ ‘ขอ’ ของผม ผมไม่รู้ว่าทำไม ผมรู้เพียงแค่ความเจ็บปวดมันเจือจางลง ผมรู้สึกว่าอยากจะเจอเธออีกสักครั้งหนึ่ง ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมอยากจะฟังดนตรีที่เธอเล่นอีกสักครั้ง หรือผมเองอยากจะพบเธอคนนั้นในความทรงจำของผมเอง … ที่เจ็บปวดอาจจะเป็นเพราะว่าดนตรีของเธอทำให้ผมเห็นสิ่งที่ทำร้ายผมอย่างชัดเจน…. สิ่งที่ทำร้ายผมก็คือความสุขในอดีตที่ตามมาหลอกหลอน

หากแต่ทว่า

จะหลอกหลอนทำร้ายผมสักเพียงใด ความสุข ก็คือ…. ความสุขวันยังค่ำ

ยิ่งภาพมันชัดเจนเท่าใด ความเจ็บปวดก็ลดน้อยลงไป
มันอาจจะเป็นการหลอกตัวเอง แต่ผมอยากฟังเพลงของเธออีกสักครั้ง เพื่อที่จะได้เห็นเรื่องราวของเราอย่างมีความสุข อย่างชัดเจน

ตอนที่ ๒

ป้ายกำกับ:

ภาพเก่าๆมันย้อนคืนมา
ผมกำลัง….จมลงไปในอดีต

‘คุณๆ เป็นอะไรรึเปล่า?’ เธอจับไหล่ผมและเขย่าช้าๆ ในขณะที่สติผมหลุดลอยเมื่อชั่วครู่

‘ผม… ไม่เป็นไร’ ผมตอบเธอไปก่อนที่จะขยับออกมา ผมไม่รู้ว่าผมจะบอกว่าผมเป็นสุขใจที่ได้เห็นภาพเก่าๆเมื่อครั้งเรายังเป็นคนพิเศษต่อกัน หรือเสียใจที่เธอลากผมกลับมาสู่โลกความเป็นจริง… โลกที่เธอทิ้งผมเรียบร้อยไปแล้ว

ผมลุกขึ้นมาและเซอีกครั้ง แน่ล่ะ ผมไม่แน่ใจว่าเพราะผมหน้ามืดหรือว่าเพราะว่าผมเสียศูนย์ข้างในใจจากเรื่องเก่าๆเข้าให้ซะแล้ว

เธอหยุดเล่นตอนไหนผมก็จำไม่ได้ ที่จริงผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระหว่างที่เธอเล่นจนถึงตอนนี้เกิดอะไรบ้าง นอกจากภาพเก่าๆไหลเวียนเข้ามาในหัว
ผมเดินจากมาจากเธอ ผมไม่แน่ใจว่าจะพักผ่อนในคืนนี้ด้วยความรู้สึกอะไร อยากบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก แต่มันก็ทำไม่ได้รู้ว่าทุกลมหายใจ สุดท้ายก็เรื่องเดิม
ผมรู้ว่าความความรักใช้ตรรกะทางคณิตศาสตร์เพื่อบวกลบคูณหารไม่ได้ ผมไม่สามารถลืมเธอเพื่อมีคนใหม่ เป็นการบวกและลบได้

ผมสงสัยว่าเธอผู้นี้เล่นดนตรีได้ขนาดนี้ได้อย่างไร จับไปจนถึงหัวใจ ผมรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของดนตรี
แต่ก็อีกน่ะแหละ ทั้งที่เป็นเพลงที่อบอุ่น ผมกลับเห็นเหตุการณ์ที่บีบคั้นความรู้สึกจนอยากจะร้องไห้แทนซะนี่

ผมจะได้เจอเธอ จะได้ฟังดนตรีของเธออีกไหมนะ?

ตอน ที่ ๑

ป้ายกำกับ:

ผมกำลังเดินกลับบ้านที่สี่แยก แยกที่ผมพบเจอเธอคนนั้นครั้งแรก แล้วก็ทำให้ผมต้องวุ่นวายอย่างนี้ ไหนจะงานด่วน แก้ไขงานที่ดองมาเป็นเดือนๆเพราะไม่มีอารมณ์ศิลป์ ที่ผมใช้เป็นข้ออ้างตลอด อะไรนะ เอ้อ ใช่ จริงสิ… ผมควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีนะ…

มีเรื่องเล่ืาว่านักดนตรีที่อ้างว่าเจอซาตานเล่นกีตาร์อยู่ที่สี่แยก นักดนตรีผู้นั้นถามซาตานว่าเล่นอย่างไรจึงจะเก่งเช่นนั้นได้ ซาตานจึงได้ยื่นข้อเสนอทำพันธะกับการแลกเปลี่ยนให้เล่นกีตาร์ได้อย่างที่ไม่มีใครทำได้ โดยที่เขาจะต้องมอบวิญญาณให้ซาตานเมื่อตายไป

ความจริงการ์ตูนที่มีมารสาว ซาตาน หรืออะไรก็แล้วแต่มาให้พรสามข้อและกับดวงวิญญาณก็มีเยอะแยะไป ก็คงไม่พ้นเรื่องแต่งอีกน่ะแหละ

ผมเจอกับเธอที่สี่แยกนี้ และรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าชากับคำว่า ‘เราเลิกกันเถอะ’ ก็ที่สี่แยกนี้อีกนั่นแหละ

สี่แยกนี้เป็นที่ๆผมต้องเดินผ่านทุกวันในชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องเดินเพิ่มขึ้นอีกเป็นสิบนาที เพียงเพื่อหลีกถนนเส้นนี้ ซึ่งผมไม่เห็นว่าเหตุใดจึงต้องลงทุนถึงขนาดนั้น

แต่แน่ล่ะ ช่วงแรกๆนะ ผมแค่เดินผ่านมา ภาพที่เจอเธอเป็นครั้งแรกก็ลอยขึ้นมา หลับตาก็ยังเห็นชัดเจนขนาดว่าโทรทัศน์ความละเอียดสูงราคาเรือนแสน ยังต้องอายเลยล่ะ

สองสัปดาห์แรก ผมต้องย้ายไปเดินอ้อมโลก แต่ก็ใช่ว่าหลังจากนั้นทำใจได้หรอกนะ ก็แค่เหนื่อยจนเดินไม่ไหวเพราะมันอ้อมไปไกลซะยิ่งกว่าไกลก็เท่านั้นเอง

วันนี้ผมกลับในเวลาที่ผิดแปลกไปจากปกติ ในคืนที่มืดมิดยิ่งกว่าคืนใดๆในรอบปี ผมฮัมเพลงที่ผมไม่รู้แม้กระทั่งชื่อเพื่อเดินกลับบ้าน ตอนนี้อาการผมดีขึ้นเยอะแล้ว ขอแค่ไม่คิดก็ไม่เฮิร์ท ไม่เจ็บปวด ไม่รู้สึกอะไรแย่มากมาย

สาวน้อยหน้าตาอายุราวๆ 17 – 18 ปีกำลังเล่นกีตาร์เพลงที่ผมไม่รู้จัก ฟังเหมือนนำเพลงที่อุดมไปด้วยความทุกข์มาเล่นโดยที่ความสุขเต็มหัวใจ สีหน้าเธอบ่งบอกถึงความสุขสดใสของโลกนี้ที่มีอย่างไม่สิ้นสุด ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่า ผมอาจจะคิดไปเองทั้งหมดก็ได้

เธอเล่นจบลง ผมเห็นหมวกที่วางไว้ให้สำหรับวณิพกเช่นเธอค่อนข้างว่างเปล่า มีธนบัตรใบละยี่สิบบาทกับเศษเหรียญอยู่ไม่เท่าใหร่

ผมเปิดกระเป๋าดู พบว่ามีเงินอยู่ราวๆสี่ร้อยบาท จึงหยิบธนบัตรสีแดงบรรจงลงใส่ลงในหมวกของเธอเนื่องจากกลัวว่ามันจะปลิวหลุดไป

เธอตอบผมเบาจนแทบไม่ได้ยินหากไม่เงี่ยหูฟังว่า ‘สามารถขอได้นะคะ’

‘ขอโทษนะครับ’ ใจผมคิดไปถึงอย่างอื่นที่ขอได้ ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออกนอกจากขอให้เธอกลับมา จึงมีปฏิกริยากับคำว่า ‘ขอ’ เวลาใครพูดคำนี้เหลือเกิน

‘หมายถึงเพลงน่ะค่ะ ขอได้นะคะ ถ้าฉันเล่นได้ก็จะเล่นให้ค่ะ’

‘ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะขออะไรครับ ผมฟังเพลงฝรั่งฟังก็จริงแต่ก็ฟังไม่ออก สนแค่ทำนองเท่านั้น อย่างเพลงที่คุณเล่นเมื่อกี้ผมก็รู้ว่ามันเพราะดี แต่มันคือเพลงอะไรหรือแนวไหนผมก็ยังไม่ทราบเลย’ ผมบอกเธอตามตรงว่าผมชอบฟังเพลง แต่ไม่รู้จักซักเพลงเลย ก็มันจริงนี่หน่า เธอจะเล่นอะไร พวกหูหินประตูดินอย่างผมก็คงคิดว่ามันเพราะไปหมด หากเมโลดี้ไม่ผิดคีย์หรือหลุดโทนไปซะก่อน

‘งั้นเพลงนี้คงเหมาะกับคุณค่ะ’ เธอกล่าวพร้อมเริ่มเล่น

เธอเล่นเพลงประกอบหนังเรื่องหนึ่ง เพลงนี้ผมรู้จักเพราะว่าในเนื้อเรื่องเป็นภาษาของเอลฟ์ชั้นสูงผสมกับภาษาอังกฤษ ผมเองก็ฟังไม่ค่อยออกหรอก เล่นมีภาษาที่ไม่รู้จักกับภาษาอังกฤษเนี่ย ฟังไม่ออกคูณสองแท้ๆ

แต่น้ำตาผมเริ่มไหล…. อะไรบางอย่างกำลังทำให้ผมรู้สึก…

ภาพผมกับเธอเริ่มไหลย้อนมา เหมือนมีใครไปกดสวิทซ์รีเพลย์เข้า

ผมหยุดมันไม่ได้
ช่วยผมที
ช่วยผมด้วย

ป้ายกำกับ:

กุมภาพันธ์ 2019
อา พฤ
« ก.ค.    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728  

คลังเก็บ

Tweet from twitter

Error: Twitter did not respond. Please wait a few minutes and refresh this page.